<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Kittipat M &#187; TED</title>
	<atom:link href="https://www.kittipat.in.th/tag/ted/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.kittipat.in.th</link>
	<description>โฆษณา-ธุรกิจ-ดิจิตอล-Influencer</description>
	<lastBuildDate>Mon, 28 Jun 2021 18:08:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.1.26</generator>
	<item>
		<title>ถอดรหัสสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก TEDxBangkok 2015 พูดแบบไหนถึงจะเหมือน Talk Like TED</title>
		<link>https://www.kittipat.in.th/tedxbangkok-2015/</link>
		<comments>https://www.kittipat.in.th/tedxbangkok-2015/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jul 2015 14:17:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[THOUGHT]]></category>
		<category><![CDATA[Public Speaking]]></category>
		<category><![CDATA[TED]]></category>
		<category><![CDATA[TEDxBangkok]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kittipat.in.th/?p=230</guid>
		<description><![CDATA[ผมเป็นติ่ง TED หลายๆคนคงรู้จักเวที TED TALK กันแล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จัก TED คือเวทีที่เชิญผู้ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนอื่นขึ้นมาพูดภายใน 18 นาที เวทีนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1984 แต่ภายหลังถูกซื้อโดย  Chris Anderson กลายเป็นเวทีคอนเฟอเรนซ์ที่มีทุกปีจัดขึ้นที่ประเทศแคนาดา คนที่เคยขึ้นเวทีนี้ล้วนแต่คนดังระดับโลกไม่ว่าจะเป็น บิล คลินตัน อัล กอร์ บิล เกตต์ ฯ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างๆ จากที่เคยมีแค่หัวข้อแค่บางหัวข้อตามชื่อย่อของ TED ที่มาจาก Technology, Entertainment และ Design ทุกวันนี้ครอบคลุมหลายสาขา มีสโลแกนครอบคลุมทั้งหมดว่า &#8220;Ideas Worth Spreading&#8221; ใครสนใจก็สามารถเข้ามาดูฟรีๆได้ที่ www.ted.com ข้างในเวบนี้ถือเป็นแหล่งขุมทรัพย์ด้านความรู้ เป็น Inspiration Platform ที่มีคอนเทนต์เทพๆมากมาย ผมเชื่อว่าคงมีใครหลายคนที่อยากไปฟังเวที TED สดๆที่แคนาดา  แต่การเข้าไปได้นั้นยากยิ่งเพราะเขาคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมทั้งชื่อเสียงและกำลังทรัพย์ที่พร้อมสนับสนุนโครงการต่างๆที่ขึ้นมาพูด เรียกได้ว่าโอกาสนั้นเป็นศูนย์ อีกอย่างเฉพาะค่าเข้าอย่างเดียวก็มหาโหด แค่ประมาณ 280,000 บาทเท่านั้นเอง และวันหนึ่งก็ได้ข่าวว่าจะมีการจัด TEDx ที่กรุงเทพฯหรือ TEDxBangkok...]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผมเป็นติ่ง TED</strong></p>
<p>หลายๆคนคงรู้จักเวที TED TALK กันแล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จัก TED คือเวทีที่เชิญผู้ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนอื่นขึ้นมาพูดภายใน 18 นาที เวทีนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1984 แต่ภายหลังถูกซื้อโดย  Chris Anderson กลายเป็นเวทีคอนเฟอเรนซ์ที่มีทุกปีจัดขึ้นที่ประเทศแคนาดา คนที่เคยขึ้นเวทีนี้ล้วนแต่คนดังระดับโลกไม่ว่าจะเป็น บิล คลินตัน อัล กอร์ บิล เกตต์ ฯ <span id="more-230"></span>หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างๆ จากที่เคยมีแค่หัวข้อแค่บางหัวข้อตามชื่อย่อของ TED ที่มาจาก Technology, Entertainment และ Design ทุกวันนี้ครอบคลุมหลายสาขา มีสโลแกนครอบคลุมทั้งหมดว่า &#8220;Ideas Worth Spreading&#8221; ใครสนใจก็สามารถเข้ามาดูฟรีๆได้ที่ www.ted.com ข้างในเวบนี้ถือเป็นแหล่งขุมทรัพย์ด้านความรู้ เป็น Inspiration Platform ที่มีคอนเทนต์เทพๆมากมาย</p>
<p>ผมเชื่อว่าคงมีใครหลายคนที่อยากไปฟังเวที TED สดๆที่แคนาดา  แต่การเข้าไปได้นั้นยากยิ่งเพราะเขาคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมทั้งชื่อเสียงและกำลังทรัพย์ที่พร้อมสนับสนุนโครงการต่างๆที่ขึ้นมาพูด เรียกได้ว่าโอกาสนั้นเป็นศูนย์ อีกอย่างเฉพาะค่าเข้าอย่างเดียวก็มหาโหด แค่ประมาณ 280,000 บาทเท่านั้นเอง</p>
<p>และวันหนึ่งก็ได้ข่าวว่าจะมีการจัด TEDx ที่กรุงเทพฯหรือ TEDxBangkok มีหรือที่จะพลาด หลังจากที่สมัครไปแล้วอดทนรอเป็น Waiting List ในที่สุดก็ได้ตั๋วมาอยู่ในมือสมใจ</p>
<p>สำหรับ TEDx นั้น มีความต่างจาก TED ปกติคือ เป็นอีเวนต์ที่จัดโดยทีมอื่นๆที่ไม่ใช่ TED ประมาณว่าเป็นแฟรนไชส์ของ TED เวที TEDx นั้นปัจจุบันจัดขึ้นในหลายๆประเทศทั่วโลก ในไทยก็เคยมีการจัด TEDxChiangmai มาก่อนหน้านี้ และถึงแม้จะไม่ใช่ TED ใหญ่ แต่การจัดการนั้นมีการควบคุมคุณภาพประสานงานกับทีมงาน TED เป็นขั้นเป็นตอน ดังนั้นสามารถคาดหวังได้ถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกัน</p>
<p>คนที่ชอบดู TED นั้น รู้กันอยู่แล้วว่านนอกจากจะได้ความรู้จากเนื้อหาที่พูดแล้ว วิธีการพูดแบบ Public Speaking ของผู้บรรยายแต่ละท่านก็ถือว่าเข้าเข้าเอกอุ จนเราสามารถเข้ามาเรียนรู้วิธีการเล่าเรื่องแบบ Storytelling ศึกษาว่าจะต้องพูดยังไงให้จับใจคนดูให้อยู่หมัด ทำยังไงให้พูดแล้วเกิดเหตุการณ์คนดูลุกขึ้นมา Standing Ovation  เบื้องหลังการพูดเหล่านั้นไม่ใช่ใครก็ได้ที่ขึ้นมาแล้วพูดได้เลย แต่ต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดี มีการซ้อมอย่างเข้มงวดก่อนจะถึงวันที่พูดจริงที่มีเวลาให้พูดแค่ 18 นาทีเท่านั้น จนกระทั่งมีหนังสือออกมาจำนวนหนึ่งที่วิเคราะห์ว่าอะไรคือปัจจัยในการพูดแบบ TED Talk หนึ่งในนั้นคือ &#8220;TALK LIKE TED&#8221; ของ Carmine Gallo</p>
<p>หนังสือเล่มนี้วิเคราะห์ความลับ 9 ประการที่จะพูดได้อย่าง TED ผมจึงขอรีวิวงาน TEDxBangkok นี้ไปพร้อมๆกับการผนวกเข้ากับเนื้อหาเล่มนี้แบบคร่าวๆเสียเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted01.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-246" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted01.jpg" alt="ted01" width="760" height="305" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">ความลับที่ #1 Unleash the Master Within</span></strong></p>
<p>ในส่วนนี้เป็นเรื่องของ Passion, Passion และ Passion ล้วนๆ การจะพูดได้ดีเราต้องมีความหลงใหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้นในเรื่องที่อยากจะพูด คนเราจะไม่สามารถ Inspire คนอื่นได้ถ้าตัวเราเองไม่ Inspire ตัวเองได้  คนฟังไม่ได้อยากฟังเรื่องราวทั่วไป แต่อยากฟังความคิดความรู้สึกที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวเหล่านั้น หรือ What makes  your heart sing ที่ทำให้ตัวคุณเป็นคุณไม่ใช่คนอื่น เมื่อคุณเอา Passion เป็น Topic หรือหัวใจในการเล่าของคุณ ทุกอย่างจะตามมาเอง และคนฟังจะรู้สึกได้แบบเดียวกันกับคุณ</p>
<p>ทั้ง 18 ท่านที่มาพูดใน TEDxBangkok ผมว่าเจ๋งในเรื่องนี้อยู่แล้ว ทุกๆท่านมีความรักในเรื่องราวที่พูดออกมา ถ้าจะให้หยิบยกสักท่านออกมา ผมขอหยิบเรื่องของ ดร.โก้ นักฟิสิกส์จาก UCLA ที่ผันตัวเองออกมาเป็นครูอนุบาล สอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆได้เข้าใจได้ง่าย เหตุผลที่เลือกก็เพราะว่าผมแอบเห็นความสุขจากรอยยิ้มของผู้พูดและรอยยิ้มของเหล่าเด็กๆจากพรีเซ็นเทชั่นมากที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-8q8aSmxA1Fw" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/8q8aSmxA1Fw?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=8q8aSmxA1Fw"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/8q8aSmxA1Fw?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=8q8aSmxA1Fw&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่ #2 Master the Art of Storytelling</strong></span></p>
<p>หัวข้อนี้เป็นเรื่องของเทคนิคที่จะ Connect กับคนฟัง วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือ การเล่าเรื่องราวส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องปูมหลังครอบครัวก็ดี หรือเรื่องที่ใครหลายคนที่อาจจะผ่านประสบมาก็ดี มักเชื่อมโยงความรู้สึกแบบ Human ได้ง่าย คนฟังก็เห็นภาพได้ง่าย เชื่อหรือไม่ว่าทางวิทยาศาสตร์ได้ทดสอบแล้วว่าการทำงานของสมองทั้งผู้พูดและผู้ฟังเชื่อมโยงกันได้จริงๆ การเล่าเรื่องราวส่วนตัวนี้บอกตัวเราให้กับผู้อื่นว่าเราก็เป็นคนแบบเดียวกับคุณ เป็นมนุษย์ที่มีตัวตน ไม่ใช่เป็นคนเหนือมนุษย์มาจากไหน มีเจ็บ มีเศร้า มีโกรธ หรือมีความสุขได้เหมือนๆกัน</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการเล่าเรื่องราวส่วนตัว (หรือเรื่องราวของคนอื่น) หัวใจสำคัญมันอยู่ที่สองส่วน ส่วนแรก มันเป็นเรื่องที่ย่อยง่าย ติดตามได้ง่าย เหมือนเอาหัวใจเขามาใส่หัวใจเรา ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวกว่าที่สมองจะประมวลผลไม่ไหว พยายามใช้ภาษาง่ายๆเข้าไว้ เล่าให้มีพล็อตแบบพล็อตละครบรอดเวย์ มีจุดพลิกผัน เรื่องราวที่เดาต่อไม่ได้</p>
<p>อีกส่วนเป็นเพราะ Emotional Connection หัวใจของการสื่อสารคือเรื่องอารมณ์ (Pathos) ไม่ใช่เรื่องของตรรกะตัวเลข (Logos) ไม่ใช่เรื่องของความน่าเชื่อถือ (Ethos) มีการวิเคราะห์กันแล้วว่าผู้ที่พูดใน TED ที่เจ๋งๆมักใช้คำแนวอารมณ์มากกว่าอีกสองแนวที่เหลือ พยายามเปลี่ยนสิ่งที่อยากจะพูดให้ออกมาเป็นแนว emotion ให้มากเข้าไว้ ดังที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “ความตายของมนุษย์คนหนึ่งถือเป็นโศกนาฏกรรม แต่ความตายของคนนับล้านเป็นเพียงตัวเลขสถิติ” ผมว่าประโยคนี้ชัดเจนและบอกเราทุกอย่าง</p>
<p>ผู้พูดใน TEDxBangkok ส่วนมากมักเริ่มตามแพทเทิรน์นี้ คือการเล่าเรื่องประวัติของตัวเอง ผมชอบเรื่องราวของหลายๆท่านมาก แต่ที่ชอบมากที่สุดคือเรื่องของ คุณบอมผู้ก่อตั้งฟาร์มสุขไอศกรีม ธุรกิจเพื่อสังคมเพื่อช่วยเด็ก ที่เล่าเรื่องราววัยเด็กที่ถูกแม่ทำโทษจนเจ็บฝังใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้ผู้ฟังอย่างผมต้องลุ้นไปด้วยว่าจะสามารถเล่าไปจนจบได้หรือไม่  นอกจากนั้นการเริ่มจากการพูดถึงปมในวัยเด็กและสุดท้ายได้มาเปิดใจพูดกับแม่อีกครั้งจนในที่สุดก็แฮปปี้เอนดิ้ง เรื่องราวถูกถ่ายทอดออกมาไม่ต่างกับการเล่านิทาน มีจุดตกต่ำ มีจุดพีค และแฮปปี้เอ็นดิ้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-X5JS7PwAK68" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/X5JS7PwAK68?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=X5JS7PwAK68"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/X5JS7PwAK68?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=X5JS7PwAK68&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #3 Have a conversation</strong></span></p>
<p>ไม่มีอะไรดีกว่าการ ซ้อม ซ้อม และซ้อม จนเหมือนเราคุยกับเพื่อน มีคนเคยกล่าวไว้ว่าถ้าเราจะเป็น Master อะไรสักอย่างเราต้องฝึกซ้อมให้ได้เกิน 10,000 ชั่วโมง แล้วทุกๆการซ้อมของเราจะผลักดันให้เรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นเอง</p>
<p>Don&#8217;t deliver presentation. Have a conversation instead.</p>
<p>การจะพูดให้ดีต้องมีการวางแผน ต้องเข้าใจระดับของผู้ฟังก่อน เราไม่ควรลงรายละเอียดถ้าผู้ฟังต้องการภาพใหญ่ก่อนเพื่อทำความเข้าใจ จากนั้นซ้อมๆๆๆ และขอฟีดแบค เมื่อนั้นจะเห็นรายละเอียดปลีกย่อยมากมายที่สามารถพัฒนาขึ้นได้จนกระทั่ง ทุกส่วนในร่างกายทั้งน้ำหนักพูด จังหวะพูด ความเร็ว คำและประโยคที่ใช้ และ Body Language หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ที่สำคัญจงมั่นใจและเชื่อมั่นใน  message ของคุณ พยายามให้ผู้ฟังมองที่เรามากที่สุด งาน TED ส่วนมากจะเห็นได้ว่าพระเอกอยู่ที่ผู้พูด ไม่ใช่หน้าจอพรีเซนเทชั่น</p>
<p>เท่าที่ได้คุยกันนอกรอบกับคุณวรรณสิงห์ เข้าใจว่างาน TEDxBangkok นี่วางแผนซ้อมกันหนักมากเกือบครึ่งปี ทุกๆท่านทุ่มเทซ้อมกันมามากมายเพื่อให้วันงานเป็นวันที่ดีที่สุด แต่ถ้าต้องเลือกเป็นตัวอย่างของหัวข้อนี้ผมขอเลือก คุณหลุยส์ นักแสดงละครเวที ที่เตรียมตัวมาตั้งแต่เครื่องแต่งกาย มาจนถึงวิธีการพูดในรูปแบบละครเวทีที่รู้เลยว่าทุ่มเทเป็นอย่างมากกว่าจะทำออกมาได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-zcp5yu399Xo" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/zcp5yu399Xo?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=zcp5yu399Xo"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/zcp5yu399Xo?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=zcp5yu399Xo&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted02.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-248" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted02.jpg" alt="ted02" width="760" height="305" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #4 Teach Me Something New</strong></span></p>
<p>มนุษย์เป็นสัตว์ที่อยากรู้อยากเห็น เพราะถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็คงไม่สามารถดำรงเผ่าพันธุ์รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ดังนั้น จงพยายามให้สิ่งที่ไม่เคยรู้แก่คนอื่น แต่ต้อง package ในมุมที่น่าสนใจ เริ่มจากมองว่าถ้าต้อง deliver หนึ่งอย่างให้แก่ผู้ฟัง เราจะ deliver อะไร พยายามผลักดันให้เกิดขึ้น ถ้ามันเป็นเรื่องน่าเบื่ออย่างเช่นข้อมูลตัวเลข พยายามเปลี่ยนมุมการเล่าให้สดใหม่ (fresh) เข้าไว้ ให้เลนส์ในการมองใหม่ๆแก่ผู้ฟัง เมื่อคนฟังได้ฟังสิ่งใหม่ๆ สารความสุขอย่าง Dopamine จะหลั่งออกมา</p>
<p>เรื่องราวที่ทำให้ผมช็อคในงาน TEDxBangkok ก็คือเรื่องการค้ามนุษย์ที่เล่าโดย ศุภกร โนจา ผอ. ศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพและพัฒนาเด็ก ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิดอยู่ใกล้ตัวเรามาก และเลวร้ายเกิดกว่าที่จะเราจะจินตนาการไปถึง</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-pNK-sTh6kVo" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/pNK-sTh6kVo?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=pNK-sTh6kVo"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/pNK-sTh6kVo?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=pNK-sTh6kVo&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #5 Deliver Jaw-dropping Moments</strong></span></p>
<p>ถือเป็นไฮไลต์ที่สำคัญอันหนึ่งของ Public Speaking เพราะมันจะเป็นโมเมนต์ทำให้คนจดจำ (memorable) เราได้ แม้ว่าพรีเซนเทชั่นจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม วิธีการก็แล้วแต่จะดีไซน์ผ่านความคิดสร้างสรรค์ว่าจะทำแบบ Shocking , Impressive หรือ Surprising ไม่ว่าจะเป็นแง่บวกหรือแง่ลบก็ได้ทั้งนั้น ส่วนนี้เรามักเรียกว่า &#8220;Hook&#8221; หรือ &#8220;Jaw-dropping Moments&#8221;  นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า Emotionally Charged Event หรือ Emotional Competent Stimulus (ECS) จะเป็นโพสท์อิทที่แปะอยู่ในสมองเรา เมื่อถูกดีไซน์มาเป็นอย่างดี โมเมนต์เหล่านั้นจะเป็นสิ่งแรกที่เราจะนึกถึงเมื่อมองย้อนกลับมา หรือเป็นสิ่งแรกที่เราจะเอาไว้บอกต่อคนอื่น ควรมีไว้ในทุกๆพรีเซ็นเทชั่น</p>
<p>ใน TEDxBangkok ต้องบอกว่าไม่มีใครที่จดจำได้มากเท่ากับอาจารย์พิเชษฐ์ กลั่นชื่น นักออกแบบท่าเต้นที่นำเอาวัฒนธรรมไทยมาผสานความร่วมสมัย ตั้งแต่ตอนแนะนำตัวแบบสามอวตาร จนมาถึงพูดถึงเรื่องการตัดสินความจริงผ่านความเชื่อด้านวัฒนธรรม โมเมนต์ที่อาจารย์เอารองเท้าจากผู้ฟังมาไว้บนหัวตลอดบรรยาย ทำให้ทุกคนนั้นอึ้งจริงๆ กว่าครึ่ง Hall ลุกขึ้น Standing Ovation</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-PoautAigKP8" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/PoautAigKP8?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=PoautAigKP8"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/PoautAigKP8?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=PoautAigKP8&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #6 Lighten Up</strong></span></p>
<p>พยายามใส่อารมณ์ขัน (Sense of Humor) ลงไปในการพูด มันเป็นแทคติกเสริมที่ให้ผู้ฟังเปิดรับเราได้ง่าย ใครๆก็ชอบเรื่องติดตลกทั้งนั้น แต่การทำให้มันเกิดขึ้นต้องห้ามฝืน ทำให้มันเป็นธรรมชาติ และอย่าพยายามใส่ความตลกโปกฮาแบบไม่ดูตาม้าตาเรืออย่าง Dirty Joke ที่ไปโดนใครเข้าเด็ดขาด บางทีการสร้างอารมณ์ขันนี่ถือเป็นศิลปะขั้นสูงสุดเลยก็ว่าได้</p>
<p>ผมว่าตัวอย่างที่ดีคือเรื่องของคุณพล หุยประเสริฐ นักออกแบบคอนเสิร์ตผู้อยู่เบื้องหลังคอนเสิร์ตระดับประเทศ ที่นอกจากจะทำให้ทุกคนรู้ว่าการออบแบบคอนเสิร์ตมีศาสตร์เฉพาะของมันแล้ว ตัวอย่างคอนเสริต์ของวง Paradox ที่หยิบออกมาเล่านั้นเรียกได้บ้าสุดติ่งมาก โคตรรรรรตลก</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-v1Za1CaP9lc" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/v1Za1CaP9lc?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=v1Za1CaP9lc"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/v1Za1CaP9lc?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=v1Za1CaP9lc&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted03.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-261" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted03.jpg" alt="ted03" width="760" height="305" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #7  Stick to 18-Minute Rule</strong></span></p>
<p>อย่าพยายามให้เกิด information overload คือสาเหตุที่ทำไม TED ถึงจำกัดเวลาอยู่ที่ 18 นาที เพราะสมองเรามีข้อจำกัดในการประมวล บางคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะพูดเรื่องที่ซับซ้อนภายใน 18 นาที อยากให้ลองดูเพราะ Creativity loves constraints ลองหาเทคนิคมาใช้ อาทิ The Three-story Structure ที่แบ่งเรื่องที่จะพูดออกเป็นสามอย่าง แล้วหาเรื่องราวมาสนับสนุน</p>
<p>ใน TEDxBangkok ครั้งนี้ก็ถือว่ามีความแตกต่างในเรื่องเวลาที่ใช้พูดกันค่อนข้างมาก ไม่ได้ยึดติดที่ 18 นาทีมากนัก (มีให้เห็นตั้งแต่ 12 นาที จนถึง 22 นาที) แต่ผมขอหยิบเรื่อง &#8220;ทุนนิยมสามานย์&#8221; ของท่านบรรยง พงษ์พานิช เพราะรู้สึกว่าในภาพรวมมันกลมกล่อมมาก ท่านพูดเรื่องยากๆอย่างทุนนิยมมาพูดได้โดยคนฟังไม่รู้สึกเหนื่อยกับเรื่องหนักๆขนาดนี้ โดยไม่ต้องใช้ตัวเลขหรือศัพท์ยากๆหรือแม้กระทั่งความหวือหวาของพรีเซ็นเทชั่นมาโน้มน้าวผู้ฟังเลย นี่แหละนักพูดที่เก๋าจริงๆ และท่านเป็นหนึ่งคนที่บริหารเวลาพูดได้ใกล้เคียง 18 นาทีมากที่สุดใน TEDx ครั้งนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-JU6S-mcGTT8" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/JU6S-mcGTT8?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=JU6S-mcGTT8"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/JU6S-mcGTT8?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=JU6S-mcGTT8&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">ความลับที่  #8 Paint a Mental Picture with Multisensory </span><span style="color: #ff6600;">Experiences</span></strong></p>
<p>เป็นเรื่องของพูดยังไงที่ไม่ใช่เรื่องของการพูด แต่เป็นเรื่องการเร้าประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น sight, sound, touch, taste หรือ smell พยายามใช้ภาพ (Visual) มาช่วยให้มากที่สุด ถ้าจำเป็นต้องโชว์ตัวเลข พยายามหยิบมาแค่สไลด์ละหนึ่งเท่านั้น ทิปอีกข้อคือ ใน 10 สไลด์แรก ไม่ควรมี Text เกิน 40 คำในหนึ่งสไลด์  ส่วนมากเราจะเน้นแค่ตาดูหูฟัง แต่จริงๆแล้วเราสามารถสร้างประสาทสัมผัสเทียมผ่าน imagination ของผู้ฟังได้ บางครั้งภาพในหัวของผู้ฟังสำคัญกว่าภาพที่โชว์บนหน้าจอเสียอีก</p>
<p>Don&#8217;t think just about what you want people to know; think about how you want them to feel.</p>
<p>ลองเลิกพึ่งหน้าจออย่างเดียวแล้วผสานเทคนิคอื่นให้คนฟังได้รู้สึกร่วมไปกับเราจริงๆ</p>
<p>ผมชอบเรื่องของ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ดำเนินรายการ “พื้นที่ชีวิต” ที่ใช้ภาพที่เกิดจากประสบการณ์การเดินทางจริงเล่าถึงความคิดที่แตกต่างกันในเรื่องแบบเดียวกันของคนสองกลุ่มที่อยู่ต่างพื้นที่ของโลก ไม่ต่างจากความเกลียดชังที่เกิดขึ้นในคน เดินทางเข้าไปรู้จักเขาแล้วเราจะเข้าใจเขามากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-TP37ylHm32w" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/TP37ylHm32w?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=TP37ylHm32w"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/TP37ylHm32w?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=TP37ylHm32w&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #9 Stay in Your Lane</strong></span></p>
<p>หัวข้อนี้เป็นหัวข้อสุดท้ายแต่สำคัญที่สุด จงเป็นตัวของตัวเอง จงอย่าเอาอย่างสไตล์ของคนอื่น เพราะถ้าคุณไม่เป็นตัวเองในการพูด คนฟังจะรู้สึกได้ทันทีและไม่ศรัทธาในตัวคุณ แต่ถ้าคุณเป็นตัวของตัวเอง คุณจะพูดออกมาจากหัวใจ สิ่งที่คุณพูดจะไม่ใช่แค่ presentation แต่จะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับคนอื่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ขอขอบคุณทีมงาน TEDxBangkok งานออกมาดูรู้เลยว่าตั้งใจเต็มที่ ค่าบัตรที่จ่ายไปถือว่าคุ้มมากครับ แม้จะมีความตะกุกกตะกักบ้างในเรื่องเทคนิคของพรีเซนเทชั่นบ้าง แต่ก็ขอเป็นกำลังใจทำงานดีๆแบบนี้ออกมาเรื่อยๆครับ</strong></p>
<p>ใครอยากดูทุกคลิปของ TEDxBangkok สามารถติดตามได้ที่ <a href="https://www.youtube.com/watch?v=YSMlFl3DwZk&amp;list=PLsRNoUx8w3rM_BU9gh_yoELJ2BfCeMf_2" target="_blank">Youtube</a> นี้ครับ</p>
<p>มีอีกไอเดียน่ารักๆที่น่าสนใจในงาน เป็นไอเดียของสปอนเซอร์ Shell ที่จัดทีมศิลปินมาวาด Real-time Infographic กันสดๆขณะที่ผู้บรรยายขึ้นมาพูดบนเวที เป็นไอเดียที่เด็ดดวงมาก ชอบมากจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-271" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted05.jpg" alt="ted05" width="734" height="478" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุดท้าย  ขอทิ้งท้ายด้วยประโยคเด็ดๆจากหนังสือเล่มนี้ว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong> &#8220;An inspiring speaker should move his or her listeners to think differently about their lives, careers, or businesses. A great speaker must makes you want to be a better person.&#8221;</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted00.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-265" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted00.jpg" alt="ted00" width="620" height="289" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.kittipat.in.th/tedxbangkok-2015/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
