<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Kittipat M &#187; THOUGHT</title>
	<atom:link href="https://www.kittipat.in.th/category/thought/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.kittipat.in.th</link>
	<description>โฆษณา-ธุรกิจ-ดิจิตอล-Influencer</description>
	<lastBuildDate>Mon, 28 Jun 2021 18:08:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.1.26</generator>
	<item>
		<title>ถอดรหัสสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก TEDxBangkok 2015 พูดแบบไหนถึงจะเหมือน Talk Like TED</title>
		<link>https://www.kittipat.in.th/tedxbangkok-2015/</link>
		<comments>https://www.kittipat.in.th/tedxbangkok-2015/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jul 2015 14:17:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[THOUGHT]]></category>
		<category><![CDATA[Public Speaking]]></category>
		<category><![CDATA[TED]]></category>
		<category><![CDATA[TEDxBangkok]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kittipat.in.th/?p=230</guid>
		<description><![CDATA[ผมเป็นติ่ง TED หลายๆคนคงรู้จักเวที TED TALK กันแล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จัก TED คือเวทีที่เชิญผู้ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนอื่นขึ้นมาพูดภายใน 18 นาที เวทีนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1984 แต่ภายหลังถูกซื้อโดย  Chris Anderson กลายเป็นเวทีคอนเฟอเรนซ์ที่มีทุกปีจัดขึ้นที่ประเทศแคนาดา คนที่เคยขึ้นเวทีนี้ล้วนแต่คนดังระดับโลกไม่ว่าจะเป็น บิล คลินตัน อัล กอร์ บิล เกตต์ ฯ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างๆ จากที่เคยมีแค่หัวข้อแค่บางหัวข้อตามชื่อย่อของ TED ที่มาจาก Technology, Entertainment และ Design ทุกวันนี้ครอบคลุมหลายสาขา มีสโลแกนครอบคลุมทั้งหมดว่า &#8220;Ideas Worth Spreading&#8221; ใครสนใจก็สามารถเข้ามาดูฟรีๆได้ที่ www.ted.com ข้างในเวบนี้ถือเป็นแหล่งขุมทรัพย์ด้านความรู้ เป็น Inspiration Platform ที่มีคอนเทนต์เทพๆมากมาย ผมเชื่อว่าคงมีใครหลายคนที่อยากไปฟังเวที TED สดๆที่แคนาดา  แต่การเข้าไปได้นั้นยากยิ่งเพราะเขาคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมทั้งชื่อเสียงและกำลังทรัพย์ที่พร้อมสนับสนุนโครงการต่างๆที่ขึ้นมาพูด เรียกได้ว่าโอกาสนั้นเป็นศูนย์ อีกอย่างเฉพาะค่าเข้าอย่างเดียวก็มหาโหด แค่ประมาณ 280,000 บาทเท่านั้นเอง และวันหนึ่งก็ได้ข่าวว่าจะมีการจัด TEDx ที่กรุงเทพฯหรือ TEDxBangkok...]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผมเป็นติ่ง TED</strong></p>
<p>หลายๆคนคงรู้จักเวที TED TALK กันแล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จัก TED คือเวทีที่เชิญผู้ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนอื่นขึ้นมาพูดภายใน 18 นาที เวทีนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1984 แต่ภายหลังถูกซื้อโดย  Chris Anderson กลายเป็นเวทีคอนเฟอเรนซ์ที่มีทุกปีจัดขึ้นที่ประเทศแคนาดา คนที่เคยขึ้นเวทีนี้ล้วนแต่คนดังระดับโลกไม่ว่าจะเป็น บิล คลินตัน อัล กอร์ บิล เกตต์ ฯ <span id="more-230"></span>หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างๆ จากที่เคยมีแค่หัวข้อแค่บางหัวข้อตามชื่อย่อของ TED ที่มาจาก Technology, Entertainment และ Design ทุกวันนี้ครอบคลุมหลายสาขา มีสโลแกนครอบคลุมทั้งหมดว่า &#8220;Ideas Worth Spreading&#8221; ใครสนใจก็สามารถเข้ามาดูฟรีๆได้ที่ www.ted.com ข้างในเวบนี้ถือเป็นแหล่งขุมทรัพย์ด้านความรู้ เป็น Inspiration Platform ที่มีคอนเทนต์เทพๆมากมาย</p>
<p>ผมเชื่อว่าคงมีใครหลายคนที่อยากไปฟังเวที TED สดๆที่แคนาดา  แต่การเข้าไปได้นั้นยากยิ่งเพราะเขาคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมทั้งชื่อเสียงและกำลังทรัพย์ที่พร้อมสนับสนุนโครงการต่างๆที่ขึ้นมาพูด เรียกได้ว่าโอกาสนั้นเป็นศูนย์ อีกอย่างเฉพาะค่าเข้าอย่างเดียวก็มหาโหด แค่ประมาณ 280,000 บาทเท่านั้นเอง</p>
<p>และวันหนึ่งก็ได้ข่าวว่าจะมีการจัด TEDx ที่กรุงเทพฯหรือ TEDxBangkok มีหรือที่จะพลาด หลังจากที่สมัครไปแล้วอดทนรอเป็น Waiting List ในที่สุดก็ได้ตั๋วมาอยู่ในมือสมใจ</p>
<p>สำหรับ TEDx นั้น มีความต่างจาก TED ปกติคือ เป็นอีเวนต์ที่จัดโดยทีมอื่นๆที่ไม่ใช่ TED ประมาณว่าเป็นแฟรนไชส์ของ TED เวที TEDx นั้นปัจจุบันจัดขึ้นในหลายๆประเทศทั่วโลก ในไทยก็เคยมีการจัด TEDxChiangmai มาก่อนหน้านี้ และถึงแม้จะไม่ใช่ TED ใหญ่ แต่การจัดการนั้นมีการควบคุมคุณภาพประสานงานกับทีมงาน TED เป็นขั้นเป็นตอน ดังนั้นสามารถคาดหวังได้ถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกัน</p>
<p>คนที่ชอบดู TED นั้น รู้กันอยู่แล้วว่านนอกจากจะได้ความรู้จากเนื้อหาที่พูดแล้ว วิธีการพูดแบบ Public Speaking ของผู้บรรยายแต่ละท่านก็ถือว่าเข้าเข้าเอกอุ จนเราสามารถเข้ามาเรียนรู้วิธีการเล่าเรื่องแบบ Storytelling ศึกษาว่าจะต้องพูดยังไงให้จับใจคนดูให้อยู่หมัด ทำยังไงให้พูดแล้วเกิดเหตุการณ์คนดูลุกขึ้นมา Standing Ovation  เบื้องหลังการพูดเหล่านั้นไม่ใช่ใครก็ได้ที่ขึ้นมาแล้วพูดได้เลย แต่ต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดี มีการซ้อมอย่างเข้มงวดก่อนจะถึงวันที่พูดจริงที่มีเวลาให้พูดแค่ 18 นาทีเท่านั้น จนกระทั่งมีหนังสือออกมาจำนวนหนึ่งที่วิเคราะห์ว่าอะไรคือปัจจัยในการพูดแบบ TED Talk หนึ่งในนั้นคือ &#8220;TALK LIKE TED&#8221; ของ Carmine Gallo</p>
<p>หนังสือเล่มนี้วิเคราะห์ความลับ 9 ประการที่จะพูดได้อย่าง TED ผมจึงขอรีวิวงาน TEDxBangkok นี้ไปพร้อมๆกับการผนวกเข้ากับเนื้อหาเล่มนี้แบบคร่าวๆเสียเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted01.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-246" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted01.jpg" alt="ted01" width="760" height="305" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">ความลับที่ #1 Unleash the Master Within</span></strong></p>
<p>ในส่วนนี้เป็นเรื่องของ Passion, Passion และ Passion ล้วนๆ การจะพูดได้ดีเราต้องมีความหลงใหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้นในเรื่องที่อยากจะพูด คนเราจะไม่สามารถ Inspire คนอื่นได้ถ้าตัวเราเองไม่ Inspire ตัวเองได้  คนฟังไม่ได้อยากฟังเรื่องราวทั่วไป แต่อยากฟังความคิดความรู้สึกที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวเหล่านั้น หรือ What makes  your heart sing ที่ทำให้ตัวคุณเป็นคุณไม่ใช่คนอื่น เมื่อคุณเอา Passion เป็น Topic หรือหัวใจในการเล่าของคุณ ทุกอย่างจะตามมาเอง และคนฟังจะรู้สึกได้แบบเดียวกันกับคุณ</p>
<p>ทั้ง 18 ท่านที่มาพูดใน TEDxBangkok ผมว่าเจ๋งในเรื่องนี้อยู่แล้ว ทุกๆท่านมีความรักในเรื่องราวที่พูดออกมา ถ้าจะให้หยิบยกสักท่านออกมา ผมขอหยิบเรื่องของ ดร.โก้ นักฟิสิกส์จาก UCLA ที่ผันตัวเองออกมาเป็นครูอนุบาล สอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆได้เข้าใจได้ง่าย เหตุผลที่เลือกก็เพราะว่าผมแอบเห็นความสุขจากรอยยิ้มของผู้พูดและรอยยิ้มของเหล่าเด็กๆจากพรีเซ็นเทชั่นมากที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-8q8aSmxA1Fw" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/8q8aSmxA1Fw?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=8q8aSmxA1Fw"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/8q8aSmxA1Fw?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=8q8aSmxA1Fw&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่ #2 Master the Art of Storytelling</strong></span></p>
<p>หัวข้อนี้เป็นเรื่องของเทคนิคที่จะ Connect กับคนฟัง วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือ การเล่าเรื่องราวส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องปูมหลังครอบครัวก็ดี หรือเรื่องที่ใครหลายคนที่อาจจะผ่านประสบมาก็ดี มักเชื่อมโยงความรู้สึกแบบ Human ได้ง่าย คนฟังก็เห็นภาพได้ง่าย เชื่อหรือไม่ว่าทางวิทยาศาสตร์ได้ทดสอบแล้วว่าการทำงานของสมองทั้งผู้พูดและผู้ฟังเชื่อมโยงกันได้จริงๆ การเล่าเรื่องราวส่วนตัวนี้บอกตัวเราให้กับผู้อื่นว่าเราก็เป็นคนแบบเดียวกับคุณ เป็นมนุษย์ที่มีตัวตน ไม่ใช่เป็นคนเหนือมนุษย์มาจากไหน มีเจ็บ มีเศร้า มีโกรธ หรือมีความสุขได้เหมือนๆกัน</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการเล่าเรื่องราวส่วนตัว (หรือเรื่องราวของคนอื่น) หัวใจสำคัญมันอยู่ที่สองส่วน ส่วนแรก มันเป็นเรื่องที่ย่อยง่าย ติดตามได้ง่าย เหมือนเอาหัวใจเขามาใส่หัวใจเรา ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวกว่าที่สมองจะประมวลผลไม่ไหว พยายามใช้ภาษาง่ายๆเข้าไว้ เล่าให้มีพล็อตแบบพล็อตละครบรอดเวย์ มีจุดพลิกผัน เรื่องราวที่เดาต่อไม่ได้</p>
<p>อีกส่วนเป็นเพราะ Emotional Connection หัวใจของการสื่อสารคือเรื่องอารมณ์ (Pathos) ไม่ใช่เรื่องของตรรกะตัวเลข (Logos) ไม่ใช่เรื่องของความน่าเชื่อถือ (Ethos) มีการวิเคราะห์กันแล้วว่าผู้ที่พูดใน TED ที่เจ๋งๆมักใช้คำแนวอารมณ์มากกว่าอีกสองแนวที่เหลือ พยายามเปลี่ยนสิ่งที่อยากจะพูดให้ออกมาเป็นแนว emotion ให้มากเข้าไว้ ดังที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “ความตายของมนุษย์คนหนึ่งถือเป็นโศกนาฏกรรม แต่ความตายของคนนับล้านเป็นเพียงตัวเลขสถิติ” ผมว่าประโยคนี้ชัดเจนและบอกเราทุกอย่าง</p>
<p>ผู้พูดใน TEDxBangkok ส่วนมากมักเริ่มตามแพทเทิรน์นี้ คือการเล่าเรื่องประวัติของตัวเอง ผมชอบเรื่องราวของหลายๆท่านมาก แต่ที่ชอบมากที่สุดคือเรื่องของ คุณบอมผู้ก่อตั้งฟาร์มสุขไอศกรีม ธุรกิจเพื่อสังคมเพื่อช่วยเด็ก ที่เล่าเรื่องราววัยเด็กที่ถูกแม่ทำโทษจนเจ็บฝังใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้ผู้ฟังอย่างผมต้องลุ้นไปด้วยว่าจะสามารถเล่าไปจนจบได้หรือไม่  นอกจากนั้นการเริ่มจากการพูดถึงปมในวัยเด็กและสุดท้ายได้มาเปิดใจพูดกับแม่อีกครั้งจนในที่สุดก็แฮปปี้เอนดิ้ง เรื่องราวถูกถ่ายทอดออกมาไม่ต่างกับการเล่านิทาน มีจุดตกต่ำ มีจุดพีค และแฮปปี้เอ็นดิ้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-X5JS7PwAK68" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/X5JS7PwAK68?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=X5JS7PwAK68"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/X5JS7PwAK68?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=X5JS7PwAK68&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #3 Have a conversation</strong></span></p>
<p>ไม่มีอะไรดีกว่าการ ซ้อม ซ้อม และซ้อม จนเหมือนเราคุยกับเพื่อน มีคนเคยกล่าวไว้ว่าถ้าเราจะเป็น Master อะไรสักอย่างเราต้องฝึกซ้อมให้ได้เกิน 10,000 ชั่วโมง แล้วทุกๆการซ้อมของเราจะผลักดันให้เรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นเอง</p>
<p>Don&#8217;t deliver presentation. Have a conversation instead.</p>
<p>การจะพูดให้ดีต้องมีการวางแผน ต้องเข้าใจระดับของผู้ฟังก่อน เราไม่ควรลงรายละเอียดถ้าผู้ฟังต้องการภาพใหญ่ก่อนเพื่อทำความเข้าใจ จากนั้นซ้อมๆๆๆ และขอฟีดแบค เมื่อนั้นจะเห็นรายละเอียดปลีกย่อยมากมายที่สามารถพัฒนาขึ้นได้จนกระทั่ง ทุกส่วนในร่างกายทั้งน้ำหนักพูด จังหวะพูด ความเร็ว คำและประโยคที่ใช้ และ Body Language หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ที่สำคัญจงมั่นใจและเชื่อมั่นใน  message ของคุณ พยายามให้ผู้ฟังมองที่เรามากที่สุด งาน TED ส่วนมากจะเห็นได้ว่าพระเอกอยู่ที่ผู้พูด ไม่ใช่หน้าจอพรีเซนเทชั่น</p>
<p>เท่าที่ได้คุยกันนอกรอบกับคุณวรรณสิงห์ เข้าใจว่างาน TEDxBangkok นี่วางแผนซ้อมกันหนักมากเกือบครึ่งปี ทุกๆท่านทุ่มเทซ้อมกันมามากมายเพื่อให้วันงานเป็นวันที่ดีที่สุด แต่ถ้าต้องเลือกเป็นตัวอย่างของหัวข้อนี้ผมขอเลือก คุณหลุยส์ นักแสดงละครเวที ที่เตรียมตัวมาตั้งแต่เครื่องแต่งกาย มาจนถึงวิธีการพูดในรูปแบบละครเวทีที่รู้เลยว่าทุ่มเทเป็นอย่างมากกว่าจะทำออกมาได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-zcp5yu399Xo" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/zcp5yu399Xo?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=zcp5yu399Xo"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/zcp5yu399Xo?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=zcp5yu399Xo&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted02.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-248" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted02.jpg" alt="ted02" width="760" height="305" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #4 Teach Me Something New</strong></span></p>
<p>มนุษย์เป็นสัตว์ที่อยากรู้อยากเห็น เพราะถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็คงไม่สามารถดำรงเผ่าพันธุ์รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ดังนั้น จงพยายามให้สิ่งที่ไม่เคยรู้แก่คนอื่น แต่ต้อง package ในมุมที่น่าสนใจ เริ่มจากมองว่าถ้าต้อง deliver หนึ่งอย่างให้แก่ผู้ฟัง เราจะ deliver อะไร พยายามผลักดันให้เกิดขึ้น ถ้ามันเป็นเรื่องน่าเบื่ออย่างเช่นข้อมูลตัวเลข พยายามเปลี่ยนมุมการเล่าให้สดใหม่ (fresh) เข้าไว้ ให้เลนส์ในการมองใหม่ๆแก่ผู้ฟัง เมื่อคนฟังได้ฟังสิ่งใหม่ๆ สารความสุขอย่าง Dopamine จะหลั่งออกมา</p>
<p>เรื่องราวที่ทำให้ผมช็อคในงาน TEDxBangkok ก็คือเรื่องการค้ามนุษย์ที่เล่าโดย ศุภกร โนจา ผอ. ศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพและพัฒนาเด็ก ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิดอยู่ใกล้ตัวเรามาก และเลวร้ายเกิดกว่าที่จะเราจะจินตนาการไปถึง</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-pNK-sTh6kVo" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/pNK-sTh6kVo?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=pNK-sTh6kVo"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/pNK-sTh6kVo?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=pNK-sTh6kVo&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #5 Deliver Jaw-dropping Moments</strong></span></p>
<p>ถือเป็นไฮไลต์ที่สำคัญอันหนึ่งของ Public Speaking เพราะมันจะเป็นโมเมนต์ทำให้คนจดจำ (memorable) เราได้ แม้ว่าพรีเซนเทชั่นจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม วิธีการก็แล้วแต่จะดีไซน์ผ่านความคิดสร้างสรรค์ว่าจะทำแบบ Shocking , Impressive หรือ Surprising ไม่ว่าจะเป็นแง่บวกหรือแง่ลบก็ได้ทั้งนั้น ส่วนนี้เรามักเรียกว่า &#8220;Hook&#8221; หรือ &#8220;Jaw-dropping Moments&#8221;  นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า Emotionally Charged Event หรือ Emotional Competent Stimulus (ECS) จะเป็นโพสท์อิทที่แปะอยู่ในสมองเรา เมื่อถูกดีไซน์มาเป็นอย่างดี โมเมนต์เหล่านั้นจะเป็นสิ่งแรกที่เราจะนึกถึงเมื่อมองย้อนกลับมา หรือเป็นสิ่งแรกที่เราจะเอาไว้บอกต่อคนอื่น ควรมีไว้ในทุกๆพรีเซ็นเทชั่น</p>
<p>ใน TEDxBangkok ต้องบอกว่าไม่มีใครที่จดจำได้มากเท่ากับอาจารย์พิเชษฐ์ กลั่นชื่น นักออกแบบท่าเต้นที่นำเอาวัฒนธรรมไทยมาผสานความร่วมสมัย ตั้งแต่ตอนแนะนำตัวแบบสามอวตาร จนมาถึงพูดถึงเรื่องการตัดสินความจริงผ่านความเชื่อด้านวัฒนธรรม โมเมนต์ที่อาจารย์เอารองเท้าจากผู้ฟังมาไว้บนหัวตลอดบรรยาย ทำให้ทุกคนนั้นอึ้งจริงๆ กว่าครึ่ง Hall ลุกขึ้น Standing Ovation</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-PoautAigKP8" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/PoautAigKP8?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=PoautAigKP8"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/PoautAigKP8?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=PoautAigKP8&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #6 Lighten Up</strong></span></p>
<p>พยายามใส่อารมณ์ขัน (Sense of Humor) ลงไปในการพูด มันเป็นแทคติกเสริมที่ให้ผู้ฟังเปิดรับเราได้ง่าย ใครๆก็ชอบเรื่องติดตลกทั้งนั้น แต่การทำให้มันเกิดขึ้นต้องห้ามฝืน ทำให้มันเป็นธรรมชาติ และอย่าพยายามใส่ความตลกโปกฮาแบบไม่ดูตาม้าตาเรืออย่าง Dirty Joke ที่ไปโดนใครเข้าเด็ดขาด บางทีการสร้างอารมณ์ขันนี่ถือเป็นศิลปะขั้นสูงสุดเลยก็ว่าได้</p>
<p>ผมว่าตัวอย่างที่ดีคือเรื่องของคุณพล หุยประเสริฐ นักออกแบบคอนเสิร์ตผู้อยู่เบื้องหลังคอนเสิร์ตระดับประเทศ ที่นอกจากจะทำให้ทุกคนรู้ว่าการออบแบบคอนเสิร์ตมีศาสตร์เฉพาะของมันแล้ว ตัวอย่างคอนเสริต์ของวง Paradox ที่หยิบออกมาเล่านั้นเรียกได้บ้าสุดติ่งมาก โคตรรรรรตลก</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-v1Za1CaP9lc" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/v1Za1CaP9lc?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=v1Za1CaP9lc"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/v1Za1CaP9lc?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=v1Za1CaP9lc&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted03.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-261" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted03.jpg" alt="ted03" width="760" height="305" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #7  Stick to 18-Minute Rule</strong></span></p>
<p>อย่าพยายามให้เกิด information overload คือสาเหตุที่ทำไม TED ถึงจำกัดเวลาอยู่ที่ 18 นาที เพราะสมองเรามีข้อจำกัดในการประมวล บางคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะพูดเรื่องที่ซับซ้อนภายใน 18 นาที อยากให้ลองดูเพราะ Creativity loves constraints ลองหาเทคนิคมาใช้ อาทิ The Three-story Structure ที่แบ่งเรื่องที่จะพูดออกเป็นสามอย่าง แล้วหาเรื่องราวมาสนับสนุน</p>
<p>ใน TEDxBangkok ครั้งนี้ก็ถือว่ามีความแตกต่างในเรื่องเวลาที่ใช้พูดกันค่อนข้างมาก ไม่ได้ยึดติดที่ 18 นาทีมากนัก (มีให้เห็นตั้งแต่ 12 นาที จนถึง 22 นาที) แต่ผมขอหยิบเรื่อง &#8220;ทุนนิยมสามานย์&#8221; ของท่านบรรยง พงษ์พานิช เพราะรู้สึกว่าในภาพรวมมันกลมกล่อมมาก ท่านพูดเรื่องยากๆอย่างทุนนิยมมาพูดได้โดยคนฟังไม่รู้สึกเหนื่อยกับเรื่องหนักๆขนาดนี้ โดยไม่ต้องใช้ตัวเลขหรือศัพท์ยากๆหรือแม้กระทั่งความหวือหวาของพรีเซ็นเทชั่นมาโน้มน้าวผู้ฟังเลย นี่แหละนักพูดที่เก๋าจริงๆ และท่านเป็นหนึ่งคนที่บริหารเวลาพูดได้ใกล้เคียง 18 นาทีมากที่สุดใน TEDx ครั้งนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-JU6S-mcGTT8" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/JU6S-mcGTT8?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=JU6S-mcGTT8"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/JU6S-mcGTT8?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=JU6S-mcGTT8&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">ความลับที่  #8 Paint a Mental Picture with Multisensory </span><span style="color: #ff6600;">Experiences</span></strong></p>
<p>เป็นเรื่องของพูดยังไงที่ไม่ใช่เรื่องของการพูด แต่เป็นเรื่องการเร้าประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น sight, sound, touch, taste หรือ smell พยายามใช้ภาพ (Visual) มาช่วยให้มากที่สุด ถ้าจำเป็นต้องโชว์ตัวเลข พยายามหยิบมาแค่สไลด์ละหนึ่งเท่านั้น ทิปอีกข้อคือ ใน 10 สไลด์แรก ไม่ควรมี Text เกิน 40 คำในหนึ่งสไลด์  ส่วนมากเราจะเน้นแค่ตาดูหูฟัง แต่จริงๆแล้วเราสามารถสร้างประสาทสัมผัสเทียมผ่าน imagination ของผู้ฟังได้ บางครั้งภาพในหัวของผู้ฟังสำคัญกว่าภาพที่โชว์บนหน้าจอเสียอีก</p>
<p>Don&#8217;t think just about what you want people to know; think about how you want them to feel.</p>
<p>ลองเลิกพึ่งหน้าจออย่างเดียวแล้วผสานเทคนิคอื่นให้คนฟังได้รู้สึกร่วมไปกับเราจริงๆ</p>
<p>ผมชอบเรื่องของ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ดำเนินรายการ “พื้นที่ชีวิต” ที่ใช้ภาพที่เกิดจากประสบการณ์การเดินทางจริงเล่าถึงความคิดที่แตกต่างกันในเรื่องแบบเดียวกันของคนสองกลุ่มที่อยู่ต่างพื้นที่ของโลก ไม่ต่างจากความเกลียดชังที่เกิดขึ้นในคน เดินทางเข้าไปรู้จักเขาแล้วเราจะเข้าใจเขามากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<div  id="video-TP37ylHm32w" class="arve-wrapper alignnone" data-arve-mode="normal" data-arve-host="youtube" itemscope itemtype="http://schema.org/VideoObject">
<div class="arve-embed-container" style="padding-bottom: 56.250000%;"><meta itemprop="embedURL" content="https://www.youtube-nocookie.com/embed/TP37ylHm32w?iv_load_policy=3&amp;modestbranding=1&amp;rel=0&amp;autohide=1&amp;playsinline=1&amp;v=TP37ylHm32w"><iframe  class="arve-video fitvidsignore" sandbox="allow-scripts allow-same-origin allow-popups" width="853" height="480" allowfullscreen frameborder="0" scrolling="no" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/TP37ylHm32w?iv_load_policy=3&#038;modestbranding=1&#038;rel=0&#038;autohide=1&#038;playsinline=1&#038;v=TP37ylHm32w&#038;autoplay=0"></iframe></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความลับที่  #9 Stay in Your Lane</strong></span></p>
<p>หัวข้อนี้เป็นหัวข้อสุดท้ายแต่สำคัญที่สุด จงเป็นตัวของตัวเอง จงอย่าเอาอย่างสไตล์ของคนอื่น เพราะถ้าคุณไม่เป็นตัวเองในการพูด คนฟังจะรู้สึกได้ทันทีและไม่ศรัทธาในตัวคุณ แต่ถ้าคุณเป็นตัวของตัวเอง คุณจะพูดออกมาจากหัวใจ สิ่งที่คุณพูดจะไม่ใช่แค่ presentation แต่จะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับคนอื่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ขอขอบคุณทีมงาน TEDxBangkok งานออกมาดูรู้เลยว่าตั้งใจเต็มที่ ค่าบัตรที่จ่ายไปถือว่าคุ้มมากครับ แม้จะมีความตะกุกกตะกักบ้างในเรื่องเทคนิคของพรีเซนเทชั่นบ้าง แต่ก็ขอเป็นกำลังใจทำงานดีๆแบบนี้ออกมาเรื่อยๆครับ</strong></p>
<p>ใครอยากดูทุกคลิปของ TEDxBangkok สามารถติดตามได้ที่ <a href="https://www.youtube.com/watch?v=YSMlFl3DwZk&amp;list=PLsRNoUx8w3rM_BU9gh_yoELJ2BfCeMf_2" target="_blank">Youtube</a> นี้ครับ</p>
<p>มีอีกไอเดียน่ารักๆที่น่าสนใจในงาน เป็นไอเดียของสปอนเซอร์ Shell ที่จัดทีมศิลปินมาวาด Real-time Infographic กันสดๆขณะที่ผู้บรรยายขึ้นมาพูดบนเวที เป็นไอเดียที่เด็ดดวงมาก ชอบมากจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-271" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted05.jpg" alt="ted05" width="734" height="478" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุดท้าย  ขอทิ้งท้ายด้วยประโยคเด็ดๆจากหนังสือเล่มนี้ว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong> &#8220;An inspiring speaker should move his or her listeners to think differently about their lives, careers, or businesses. A great speaker must makes you want to be a better person.&#8221;</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted00.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-265" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/07/ted00.jpg" alt="ted00" width="620" height="289" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.kittipat.in.th/tedxbangkok-2015/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้จัก Google Trends เครื่องมือเจาะพฤติกรรมการเสิรช์สำหรับชาว Marketing</title>
		<link>https://www.kittipat.in.th/google-trends/</link>
		<comments>https://www.kittipat.in.th/google-trends/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2015 12:13:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[THOUGHT]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Google Trends]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kittipat.in.th/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับเหล่าคนบ้าดิจิตอล Editor&#8217;s Note :  บล็อกที่ท่านกำลังเห็นอยู่นี้ เป็นบล็อกเกิดใหม่ที่ว่าด้วยเรื่องราวด้านการตลาดดิจิตอลเชิงลึก ซึ่งจะออกมาในแนวเข้มข้นฮาร์ดคอร์อยู่พอสมควร บล็อกนี้เกิดจากผู้เขียนมีอาชีพประจำทำงานอยู่ในสายนี้ เรื่องราวที่ท่านกำลังอ่านต่อจากนี้หลายๆเรื่องท่านอาจจะคุ้นหูหรือเคยรู้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะท่านทำงานในสายด้านนี้เช่นเดียวกัน หรือเป็นเพราะความชอบหลงใหลส่วนตัวในเรื่องดิจิตอลก็ตามที แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม บล็อกนี้เหมาะทั้งผู้ที่เพิ่งจะเริ่มศึกษาสนใจหรือผู้มีความรู้ในดิจิตอล เพราะเรื่องราวหลังจากนี้จะมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เบสิกจนนำท่านดำดิ่งไปสู่โลกดิจิตอลในด้านที่ท่านอาจไม่เคยเห็น เชิญติดตามได้เลยครับ ขอเริ่มเล่าเรื่องราวตำรับคนบ้าดิจิตอล ด้วยการนำทุกท่านมาทำความรู้จักเครื่องมือทางการอันทรงพลังอย่าง &#8220;Google Trends&#8221; เครื่องมือของกูเกิลตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือแรกๆที่นักการตลาดดิจิตอลมักนำมาใช้เพื่อหาข้อมูลเชิงพฤติกรรมของคนออนไลน์ทั้งหลาย Google Trends เป็นเครื่องมือที่ให้ใช้งานกันฟรีๆ หากใครยังไม่เคยสัมผัส ผมจะนำทุกท่านมารู้จักเครื่องมือนี้กันครับ &#160; เกริ่นนำ หากว่ากันแบบประชดประชัน คนเราทุกวันนี้นอกจากปัจจัยสี่ที่ใช้ในการดำรงชีวิตแล้ว เรายังมีปัจจัยที่ &#8220;5&#8221; คือโทรศัพท์มือถือ ส่วนปัจจัยที่ &#8220;6&#8221; ก็คืออินเตอร์เน็ต แล้วเจ้าปัจจัยที่ &#8220;7&#8221; ก็คือเครื่องมือเสริช์ค้นหาสิ่งต่างๆที่ที่ชื่อว่าอากู๋  Google นี่แหละครับ ซึ่งขาดไม่ได้ต่อการดำรงชีวิตของพวกเรา เวลาคิดอะไรไม่ออกก็ชอบใช้ทางลัดถามกูเกิลอยู่ทุกที ไม่ว่าจะทำรายงาน ทำการบ้าน หาข้อมูลทำงาน หาโรงแรมเพื่อไปเที่ยว หาเพลงฟัง หาหนังดู หาเกมส์เล่น  เช็คหวย ข่าวฉาวดารา ดูผลบอล ฯ เชื่อว่าหลายๆท่านก่อนมาอ่านบทความนี้ก็เพิ่งใช้กูเกิลไปหมาดๆ ถูกไหมครับ? เอาล่ะ ถ้าใครๆก็นิยมใช้กูเกิลกันทั้งหมด นั่นแปลว่าเรามีเพื่อนร่วมใช้เจ้ากูเกิลมากมายหลายล้านคน วันๆหนึ่งมีคนทั่วโลกกดเสิรช์โดยใช้กูเกิลถึงวันละ 3.5 พันล้านครั้ง ส่วนในไทยก็คาดเดาว่าหลายล้านคนใกล้เคียงกับสถิติประชากรอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อมูลที่เราใช้เสิรช์ๆกันมากมายนั้น พวกเรามักไม่รู้ว่ากูเกิลก็ได้เก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของเราเหล่านี้เอาไว้หมดโดยที่เราไม่รู้ตัว หลังบ้านของกูเกิลจึงมีข้อมูลการเสริช์ของเราเก็บไว้มหาศาล (แต่ไม่ได้ลุกล้ำความเป็นส่วนตัว...]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สวัสดีครับเหล่าคนบ้าดิจิตอล</strong></p>
<p><span class="wt-highlight wt-highlight-cyan"><strong><em>Editor&#8217;s Note</em> </strong>:  บล็อกที่ท่านกำลังเห็นอยู่นี้ เป็นบล็อกเกิดใหม่ที่ว่าด้วยเรื่องราวด้านการตลาดดิจิตอลเชิงลึก ซึ่งจะออกมาในแนวเข้มข้นฮาร์ดคอร์อยู่พอสมควร บล็อกนี้เกิดจากผู้เขียนมีอาชีพประจำทำงานอยู่ในสายนี้ เรื่องราวที่ท่านกำลังอ่านต่อจากนี้หลายๆเรื่องท่านอาจจะคุ้นหูหรือเคยรู้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะท่านทำงานในสายด้านนี้เช่นเดียวกัน หรือเป็นเพราะความชอบหลงใหลส่วนตัวในเรื่องดิจิตอลก็ตามที แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม บล็อกนี้เหมาะทั้งผู้ที่เพิ่งจะเริ่มศึกษาสนใจหรือผู้มีความรู้ในดิจิตอล เพราะเรื่องราวหลังจากนี้จะมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เบสิกจนนำท่านดำดิ่งไปสู่โลกดิจิตอลในด้านที่ท่านอาจไม่เคยเห็น เชิญติดตามได้เลยครับ </span><span id="more-9"></span></p>
<p><strong>ขอเริ่มเล่าเรื่องราวตำรับคนบ้าดิจิตอล ด้วยการนำทุกท่านมาทำความรู้จักเครื่องมือทางการอันทรงพลังอย่าง &#8220;<a title="Google trends" href="http://www.google.com/trends" target="_blank">Google Trends</a>&#8221; </strong>เครื่องมือของกูเกิลตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือแรกๆที่นักการตลาดดิจิตอลมักนำมาใช้เพื่อหาข้อมูลเชิงพฤติกรรมของคนออนไลน์ทั้งหลาย <strong><a title="Google trends" href="http://www.google.com/trends" target="_blank">Google Trends</a></strong> เป็นเครื่องมือที่ให้ใช้งานกันฟรีๆ หากใครยังไม่เคยสัมผัส ผมจะนำทุกท่านมารู้จักเครื่องมือนี้กันครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>เกริ่นนำ</strong></span></p>
<p>หากว่ากันแบบประชดประชัน คนเราทุกวันนี้นอกจากปัจจัยสี่ที่ใช้ในการดำรงชีวิตแล้ว เรายังมีปัจจัยที่ &#8220;5&#8221; คือ<strong>โทรศัพท์มือถือ</strong> ส่วนปัจจัยที่ &#8220;6&#8221; ก็คือ<strong>อินเตอร์เน็ต</strong> แล้วเจ้าปัจจัยที่ &#8220;7&#8221; ก็คือเครื่องมือเสริช์ค้นหาสิ่งต่างๆที่ที่ชื่อว่าอากู๋ <strong> Google</strong> นี่แหละครับ ซึ่งขาดไม่ได้ต่อการดำรงชีวิตของพวกเรา เวลาคิดอะไรไม่ออกก็ชอบใช้ทางลัดถามกูเกิลอยู่ทุกที ไม่ว่าจะทำรายงาน ทำการบ้าน หาข้อมูลทำงาน หาโรงแรมเพื่อไปเที่ยว หาเพลงฟัง หาหนังดู หาเกมส์เล่น  เช็คหวย ข่าวฉาวดารา ดูผลบอล ฯ เชื่อว่าหลายๆท่านก่อนมาอ่านบทความนี้ก็เพิ่งใช้กูเกิลไปหมาดๆ ถูกไหมครับ?</p>
<p>เอาล่ะ ถ้าใครๆก็นิยมใช้กูเกิลกันทั้งหมด นั่นแปลว่าเรามีเพื่อนร่วมใช้เจ้ากูเกิลมากมายหลายล้านคน วันๆหนึ่งมีคนทั่วโลกกดเสิรช์โดยใช้กูเกิลถึงวันละ 3.5 พันล้านครั้ง ส่วนในไทยก็คาดเดาว่าหลายล้านคนใกล้เคียงกับสถิติประชากรอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย</p>
<p>ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อมูลที่เราใช้เสิรช์ๆกันมากมายนั้น พวกเรามักไม่รู้ว่ากูเกิลก็ได้เก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของเราเหล่านี้เอาไว้หมดโดยที่เราไม่รู้ตัว หลังบ้านของกูเกิลจึงมีข้อมูลการเสริช์ของเราเก็บไว้มหาศาล (แต่ไม่ได้ลุกล้ำความเป็นส่วนตัว ตามนโยบายของกูเกิล) และส่วนหนึ่งก็นำกลับมาคืนให้กับนักการตลาดอย่างเราๆท่านๆ ให้เอามาใช้ประโยชน์ในการทำงานได้ต่อ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Google Trends ตัวนี้ที่เรากำลังกล่าวถึงนี่เอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><a title="Google trends" href="http://www.google.com/trends" target="_blank">Google Trends</a> คืออะไร? Google Trends นั้นเปรียบเสมือนศูนย์กลางของโลกวงการเสริช์เพื่อใช้ดูว่าคำค้น (Search Terms) อะไรที่คนในโลกนี้นิยมค้นหากัน</strong></p>
<p>ภายในเครื่องมือ <a title="Google trends" href="http://www.google.com/trends" target="_blank">Google Trends</a>  สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนกว้างๆ  <strong>ส่วนแรก</strong>คือการรายงานอัพเดตรายวันว่า ณ ขณะนี้อะไรที่กำลังอินเทรนด์อยู่บ้าง อะไรที่กำลังฮอตประจำวัน ซึ่งเราสามารถตามเข้าไปดูได้ทุกวัน ส่วนพอถึงสิ้นปีก็จะมาประมวลสรุปชารต์ประจำปี (สมัยก่อนเรียก Google Zeitgeist) ว่าในปีที่ผ่านมามีเรื่องอะไรที่ฮอตบ้างแบ่งตามหมวดหมู่เช่น คนดังประจำปี ภาพยนตร์ประจำปี เทคโนโลยีประจำปี รถยนต์ประจำปี เพลงประจำปี ฯ ส่วนมากข้อมูลในส่วนนี้ก็เอาไว้ดูขำๆ อย่างมากก็ไว้จับตาดูกระแสใหม่ๆและฉกฉวยประโยชน์ออกมาพูดก่อนคนอื่น ซึ่งวิธีนี้มักเรียกกันว่าการทำการตลาดแบบ <strong>Real-time Marketing </strong>ลองดูตัวอย่างของส่วนแรกตามภาพประกอบด้านล่าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-112" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends0001.jpg" alt="googletrends0001" width="880" height="500" /><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends0001.jpg"><br />
</a></p>
<p>เพียงแค่เราเข้ามาเยี่ยมเยือนที่นี่ทุกวันก็เปรียบเสมือนกับการอ่านกระแสรายวันในเรื่องราวที่คนส่วนใหญ่สนใจและทำการ Search กันแล้ว มาต่อที่<strong>ส่วนหลัง</strong>ที่นักการตลาดจะนำมาใช้ประโยชน์จริงๆ โดยเราสามารถค้นหาเจาะลึกไปในประเด็นที่เราต้องการได้ เพื่อศึกษาว่า ใครกำลังพูดอะไร (มิติของคีย์เวิรด์เพื่อค้นหา) ที่ไหน (มิติของสถานที่ตั้งแต่รายประเทศยันรายจังหวัด) ตอนไหน  (มิติเวลาระบุออกมาเป็นเดือน) ผลลัพธ์ที่ได้เราจะรู้พฤติกรรมการเสิรช์ของคนในกรอบที่เราต้องการอยากรู้ เรามาดูตัวอย่างคร่าวๆกันก่อนว่าเจ้าส่วนหลังของ Google Trends มันทำอะไรให้เราได้บ้าง</p>
<p>ผมขอยกตัวอย่างคำค้นยอดนิยมตลอดกาลของคนไทย โดยหยิบเอาคำว่า  ดูดวง คลิป ผลบอล หวย เกม มาใส่ในช่อง <strong>Compare</strong> ที่เครื่องมือนี้อนุญาตให้ใส่ได้ 5 คีย์เวิรด์ แล้วเลือกการแสดงผลย้อนหลังไป 12 เดือน ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นไปตามภาพด้านล่าง โดยแบ่งด้านซ้ายเป็นผลลัพธ์ของการเสิรช์ผ่านเวบกูเกิล ส่วนด้านขวาเป็นการเสิรชผ่านยูทูป (เราสามารถเลือกที่เมนูได้ว่าจะให้ค้นหาผ่านแพลตฟอร์มอะไร) สังเกตว่าเราจะเห็นแพทเทิรน์ที่แตกต่างกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends00005.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-131" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends00005.jpg" alt="googletrends00005" width="760" height="266" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดูทางซ้ายมือกันก่อน จะเห็นได้ชัดว่าเมื่อค้นหาผ่าน Google คำว่า &#8216;หวย&#8217; กับ &#8216;ผลบอล&#8217; ดูจะชนะคำอื่นๆที่เลือกมา แสดงให้เห็นว่าพลังความสนใจของคนไทยสนใจในฟุตบอลมากกว่าเรื่องดวง แต่ก็สูสีกับเรื่องหวย ในตรงนี้เองเมื่อเราสังเกตตรงคำว่า &#8216;หวย&#8217; ซึ่งเป็นเส้นสีเขียวจะเห็นว่ากราฟนั้นมีการขึ้นลงเป็นฟันปลาต่างกับกราฟตัวอื่น นั่นเป็นเพราะปริมาณการเสิรช์จะพุ่งขึ้นสูงในวันหวยออกเดือนละสองครั้งซึ่งก็คือต้นเดือนกับกลางเดือน  เราเรียกอะไรแบบนี้ว่าเป็น<strong>รอบวัฏจักร (Cycle)</strong> ส่วนคำว่า &#8216;ฟุตบอล&#8217; เส้นสีเหลือง ปริมาณการเสิรช์จะขึ้นลงเกาะไปตามช่วงฤดูแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีคและก็จะน้อยลงไปเมื่อหมดฤดูกาล (แต่ในที่นี้เราจะเห็นการพุ่งขึ้นสูงเมื่อปิดฤดูกาลเพราะมีมหกรรมฟุตบอลโลกช่วงเดือน ก.ค. อยู่ด้วย)  เราเรียกอะไรแบบนี้ว่าเป็น<strong>ฤดูกาล (Season)</strong>  ขณะที่คำอื่นๆอย่างเช่น &#8216;คลิป&#8217; &#8216;เกม&#8217; &#8216;ดูดวง&#8217; ข้อมูลดูจะคงที่ เพราะไม่มีอิทธิพลของ Cycle และ  Season เข้ามาเกี่ยวข้อง</p>
<p>ส่วนภาพด้านขวาเมื่อค้นหาผ่าน Youtube จะเห็นว่าข้อมูลที่ได้ออกจะแตกต่างกัน เพราะคนที่ค้นหาใน Youtube จะเน้นอะไรที่มีความเป็นเอ็นเตอร์เทนมากกว่า เราจึงจะเห็นเส้นของคำว่า &#8216;คลิป&#8217; และ &#8216;เกม&#8217; พุ่งขึ้นสูงกว่าคำอื่นๆ ดังนั้นในจุดนี้สรุปได้ว่า <strong>เมื่อเราเทียบกับการเสิรช์ผ่านแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน พฤติกรรมการค้นหาก็แตกต่างกันด้วย</strong></p>
<p>เมื่อสักครู่เราจะเห็นด้านของมิติของคำที่เสิรช์กับมิติของเวลาไปแล้ว คราวนี้เรามาดูมิติด้านภูมิศาสตร์กันบ้าง ความเจ๋งของ Google Trends คือเราสามารถดูลงลึกไปถึงรายจังหวัดหรือเมืองได้เลย โดยผมจะแสดงศักยภาพของเครื่องมือตัวนี้ ผ่านตัวอย่างจริงที่ผมเคยนำมาใช้ ซึ่งต่อจากนี้จะละเอียดสักหน่อยเพื่อทำให้เห็นภาพชัด โดยจะหยิบคีย์เวิรด์คำว่า<strong> &#8216;ห้องนอน&#8217;</strong> ที่เลือกคำนี้เป็นตัวอย่างเพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งเคยสงสัยมากว่า MV เพลงที่ดังบนยูทูปอย่างเพลง &#8220;<a href="https://www.youtube.com/watch?v=UEomrCUlYg0" target="_blank">ห้องนอน</a>&#8221; ของวง Fridaynight to Sunday นั้นไปยังไงมายังไงถึงได้ยอดวิวนับร้อยล้านวิว โดยที่ผมไม่เคยได้ยินหรือได้ฟังเพลงนี้มาก่อนเลย  ผมจึงเทำตัวเป็นนักสืบเข้าไปดูข้อมูลการค้นหาบนยูทูปย้อนหลังสองปี และนำไปเปรียบเทียบกับสถิติยอดวิวจากทางยูทูป ผลลัพธ์ที่ได้มีความพันธ์กันแบบนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends0006.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-133" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends0006.jpg" alt="googletrends0006" width="992" height="266" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถึงจุดนี้ก็ยังไม่เห็นภาพอะไรชัดนอกจากแค่เห็นช่วงเวลาที่ MV เริ่มติดกระแส แต่ถ้าเราใช้ฟีเจอร์ของ Google Trends มาดูข้อมูลระดับภูมิภาค (Geographic) ก็มาเห็นว่า &#8216;ห้องนอน&#8217; นี้คนฟังไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯเลย ส่วนมากเป็นคนดูคลิปนี้จากต่างจังหวัด จากภาพด้านล่างผมเอามาเปรียบเทียบข้อมูลกับ &#8216;The Voice&#8217; รายการยอดฮิตที่คนทั้งประเทศติดตามชม เพื่อให้เห็นความแตกต่างของสองคีย์เวิรด์นี้ จะเห็นว่า The Voice คนที่สนใจหลักๆอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่สำหรับ &#8216;ห้องนอน&#8217; กรุงเทพฯไม่ติดโผใดๆเลย ดูได้จากระดับความเข้มของสีในแต่ละจังหวัดบนแผนที่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends00007.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-135" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends00007.jpg" alt="googletrends00007" width="620" height="289" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เท่านั้นยังไม่พอ ผมจะทำการวิเคราะห์ลึกลงไปอีก โดยเครื่องมือนี้ยังสามารดูทั้งมิติเวลาและภูมิศาสตร์แบบละเอียด ผมจึงเริ่มไล่ดูข้อมูลนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2014 ซึ่งเป็นช่วงที่ MV เพลงนี้เริ่มฮิตติดกระแส (Tipping Point) แล้วไล่ไปเรื่อยๆ เพื่อดูว่ามันเริ่มลามจากจุดไหน ผลที่ได้คือเราจะเห็นตามภาพว่า เพลงนี้เริ่มต้นดังจากหาดใหญ่ และค่อยๆเริ่มบูมที่นครปฐมกับระยอง จากนั้นเริ่มลามออกไปตามหัวเมืองใหญ่ แทบไม่ได้เข้ากรุงเทพฯเลย</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends0000811.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-158" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends0000811.jpg" alt="googletrends000081" width="880" height="434" /></a><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends000081.jpg"><br />
</a><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends00008.jpg"><br />
</a>ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือ  Google Trends  ที่เราอาจจะไม่รู้จักหรือเคยมองข้ามนั้นมีศักยภาพในการทำงานที่หลากหลาย นำไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่าที่คิด ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำไปประยุกต์ใช้แบบไหน ซึ่งความเจ๋งของ Google Trends นี้ก็คือข้อมูลที่แสดงผลออกมีความแม่นยำมาก เพราะข้อมูลที่ได้มานั้นมาเอาจากทุกๆคนบนโลกนี้ที่เสิรช์ข้อมูลผ่านกูเกิล ไม่ใช่เกิดจากการสุ่มเก็บตัวอย่างแบบที่นักสถิติชอบทำกัน นักการตลาดจึงสามารถนำข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้ได้หลายทาง เราจะมาพูดเรื่องนี้กันอีกทีในเรื่อง <strong>Big Data </strong>กันอีกครั้ง</p>
<p>ก่อนหน้านี้เรารู้จักฟีเจอร์ทั่วๆไปของ Google Trends  แล้ว  จากนี้เราจะมารู้กันว่าเราจะนำเครื่องมือ Google Trends นี้ไปประยุกต์เข้ากับการทำมาร์เก็ตติ้งได้อย่างไร แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ถึงแม้  Google Trends  จะให้ประโยชน์แก่เรามากมาย แต่มันมีข้อจำกัดอยู่บางประการ ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ข้อมูล <a style="color: #ff6600;" title="Google trends" href="http://www.google.com/trends" target="_blank">Google Trends</a> ไม่ได้บอกปริมาณการเสิรช์ แต่บอกเป็น Search Index</strong></span></p>
<p>ข้อมูลที่อยู่ใน Google Trends จะมีค่าระหว่าง 1-100 ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงเปรียบเทียบที่ผ่านการปรับฐานหรือการทำ Normalized ในเชิงสถิติ โดยเปรียบเทียบกับค่าสูงสุดของสิ่งที่เรากำหนดในกรอบการค้นหา ไม่ได้บอกเป็น Volume หรือปริมาณการเสิรช์โดยตรง (ถ้าเราอยากรู้ปริมาณการค้นหาจริงๆเราสามารถดูได้จากเครื่องมือของกูเกิลอีกตัวหนึ่งที่ชื่อ <a href="https://adwords.google.com/KeywordPlanner">Keyword Planner</a> ใน Google Adwords )  ข้อดีอยู่ที่เราสามารถเปรียบเทียบกับสิ่งต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นกระแสต่อกระแส แบรนด์ต่อแบรนด์ ช่วงเวลาต่อช่วงเวลา สถานที่ต่อสถานที่ จังหวัดต่อจังหวัด เมืองต่อเมือง ฯ โดยไม่ต้องสนใจเรื่องปัจจัยด้านประชากรอินเตอร์เน็ต (เพราะถูกปรับให้เข้ากับปริมาณการเสิรช์ทั้งหมดของภูมิภาคนั้นๆ) และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ข้อเสียคือใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น ไม่สามารถดูค่าอย่างโดดๆได้</p>
<p>ตัวอย่างด้านล่างเป็นการเปรียบเทียบระหว่างคำว่า &#8216;Selfie&#8217; กับ &#8216;Hipster&#8217; เพื่อให้เห็นการประสานการใช้งานระหว่างเครื่องมือสองตัวที่กล่าวถึง ฝั่งซ้ายคือ Google Trends ย้อนหลังไปได้หลายปี ด้านขวาคือ Keyword Planner ย้อนหลังไปได้ไม่กี่เดือน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends0002.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-117" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends0002.jpg" alt="googletrends0002" width="760" height="305" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>กำลังตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ปริมาณการเสิรช์ = ตัวบ่งชี้สิ่งที่คนนิยมหรือสนใจ แต่ก็ไม่ถูกต้อง 100%</strong></span></p>
<p>ส่วนมากพอคนเราสนใจอะไรเป็นพิเศษก็มักจะหาข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Google การเสิรช์จึงสามารถสะท้อนสิ่งที่คนนิยมหรือสนใจอยู่ แต่ต้องเข้าใจไว้อย่างว่าเมื่อนำของสองสิ่งมาเปรียบเทียบกัน บางอย่างก็เปรียบเทียบกันได้ บางอย่างก็เปรียบเทียบกันได้ยาก ถ้าเราเปรียบเทียบอะไรที่เป็นกระแสระหว่างคำว่า &#8220;Hipster&#8221; กับ &#8220;Selfie&#8221; เราก็จะมองเห็นข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจนโดยไม่มีข้อกังขา แต่สมมติว่าถ้าเราเปรียบแบรนด์สินค้าซึ่งไม่เน้นในการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ (Low Involvement Product) อย่างเช่นสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) กับสินค้าที่เน้นในการค้นหาข้อมูลประกอบเพื่อการตัดสินใจซื้อมาก (High Involvement Product) อย่างรถยนต์ บ้าน ฯ เราอาจต้องระวังค่อนข้างมากก่อนที่จะเปรียบเทียบ ตีความหรือสรุปใดๆ</p>
<p>ตัวอย่างด้านล่างคือการเปรียบเทียบข้ามอุตสาหกรรมกันระหว่างไอศกรีม &#8216;Magnum&#8217; กับรถยนต์ &#8216;Honda&#8217; แน่นอนถ้าเทียบกันเป็นจำนวนชิ้น (Volume) แล้วคนย่อมซื้อไอศกรีมมากกว่ารถยนต์อยู่แล้ว แต่เมื่อเปรียบเทียบการเสิรช์ค้นหาแล้วกลายเป็นว่า &#8216;Honda&#8217; มีปริมาณการค้นามากว่า &#8216;Magnum&#8217; อย่างเทียบกันไม่ติด (แม้กระทั่งช่วงที่แมกนั่มฮิตติดลมบนเมื่อต้นปี 2013 ที่เมื่อเทียบความฮิตเป็นกระแสทั่วประเทศทำให้ยอดขายพุ่งไปหลายเท่า คนก็น่าจะค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกออนไลน์ ก็ยังสู้ฮอนด้าไม่ได้แม้แต่นิด ) นั่นเป็นเพราะเมื่อเราเปรียบเทียบข้ามขอบเขตอย่างกรณีนี้คือ สินค้าทั้งสองประเภทมีธรรมชาติความต้องการค้นหาประกอบการตัดสินใจซื้อไม่เท่ากัน ทำให้สรุปไม่ได้ว่าอะไรเป็นที่นิยมมากกว่ากัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-222" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends000000.jpg" alt="googletrends000000" width="760" height="305" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>เสิรช์มากไม่ได้หมายความว่าอยากซื้อแบรนด์นี้มาก และฉันรักแบรนด์นี้มาก</strong></span></p>
<p>อีกจุดหนึ่งที่ต้องระวังคือ เราห้ามตีความว่าการเสิรช์หมายถึงความสนใจในการซื้อ บางทีคนอาจจะเสิรช์เล่นๆ โดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับการอยากซื้อหรือขั้นตอนการรีเสริช์ก่อนซื้อ บางทีคนเสิรช์เพราะมีปัญหาหลังการขาย หรือเรื่องอื่นๆ ข้อมูลพวกนี้เราไม่สามารถแยกแยะได้  ดังนั้น เราจึงไม่ควรตีความว่าการเสิรช์คือ Commercial Value หรือ Brand Value</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ปริมาณการเสิรช์ ไม่ใช่เรื่องของ Social Listening</strong></span></p>
<p>เมื่อเรากำลังอยากวัดความสนใจในโลกออนไลน์ นอกจากวัดที่ปริมาณการเสิรช์แล้ว เรายังสามารถวัดได้จากบทสนทนา (Conversation) หรือการพูดถึงในออนไลน์ เช่น โพสใน Pantip Facebook ฯ ซึ่งเรื่องหลังนี้เองเป็นหน้าที่ของเครื่องมืออีกตัวหนึ่งที่เราพูดกันทั่วๆไปว่า <strong>Social Listening</strong> โดยหลักการคือการเงี่ยหูฟังไปบนอินเตอร์เน็ตทั้งหมดว่าคนพูดถึงเราที่ไหนบ้าง เรื่องอะไรบ้าง เพื่อวิเคราะห์ดูว่ามีคนพูดถึงข้อดีข้อเสียของสินค้าหรือบริการเราอย่างไร เราจะมาพูดเรื่อง Social Listening นี้ในคราวหลังอีกที</p>
<p>ดังนั้น เราอาจต้องดูข้อมูลของทั้งเสิรช์และ Social Listening เพื่อนำมาวิเคราะห์ Cross Check ซึ่งกันและกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เอาล่ะครับ เกริ่นมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็ถึงเวลา</strong><strong>เรามาดูประโยชน์ของ <a title="Google trends" href="http://www.google.com/trends" target="_blank">Google Trends</a> ว่าเอามาช่วยในการทำงานของเราอย่างไรได้บ้าง </strong>สามารถแบ่งออกได้เป็นข้อๆดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><strong><span class="wt-dropcap-square">1</span> นำมาใช้วัดเรตติ้ง</strong></h2>
<p>สมมุตว่าคุณกำลังต้องการทำสปอนเซอร์มาร์เก็ตติ้ง มีรายการที่คุณอยากเข้าไปหลายรายการตามภาพด้านล่าง รายการที่คุณกำลังสนใจได้แก่  The Voice (สีแดง) The Voice Kids (สีม่วง) Take Me Out (สีแดง) ปริศนาฟ้าแลบ (สีเหลือง) The Winners is (สีเขียว) ถ้าเรากำลังต้องตัดสินใจสปอนเซอร์ไปในรายการใดรายการหนึ่งแต่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย Google Trends ก็จะช่วยเราได้มาก แต่ปกติทางเอเจนซี่ก็ส่งเรตติ้งของแต่ละรายการมาให้พิจารณา แต่เราก็อาจจะลองเช็คอีกทางจากทาง Google Trends นี้ได้</p>
<p>ซึ่งคำตอบชัดเจนมากว่า  The Voice เรตติ้งดีกว่ารายการอื่นๆมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends0004.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-125" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends0004.jpg" alt="googletrends0004" width="760" height="305" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="msgbox msgbox-info" >
<p>ข้อควรระวังจากตัวอย่างนี้มีดังนี้</p>
<ul>
<li>บางทีชื่อมีความสั้นยาวและการสะกดที่ยากง่ายต่างกันไป เราควรลองใส่คำที่คิดว่าน่าสะกดผิดลงไปด้วย อีกทั้งควรใส่ดูทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</li>
<li>จากตัวอย่าง ถ้ามองกันดีๆในคำว่า The Voice Kids นั้น เมื่อเส้นสีม่วงกระดกขึ้น เส้นสีฟ้าก็กระดกตาม ที่เป็นเช่นนี้ เพราะว่ามีคำว่า &#8216;The Voice&#8217; ซ้อนอยู่ในคำว่า &#8216;The Voice Kids&#8217;  ข้อนี้ต้องควรระวังดีๆเพราะจะทำให้แปลว่าผิดเพี้ยนไปเพราะค่ามันซ้ำซ้อนกันอยู่</li>
<li>บางทีการใช้ Google Trends ก็ไม่สามารถทดแทนการคิดเรตติ้งแบบปกติได้ในเรื่องความแม่นยำ เพราะมีปัจจัยแวดล้อมมาเกี่ยวข้อง อาทิเช่น การจดจำชื่อแบรนด์ (Brand Recognition) ในแต่ละปี กรณีรายการ The Voice อาจจะไม่มีนัยยะสำคัญมาก แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาเปรียบเทียบชื่อแบรนด์ที่เรียกยากๆหรือเพิ่งเข้าสู่ตลาดใหม่ๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรพิจารณาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว</li>
</ul>
</div>
<p>เรายังสามารถดัดแปลงเรื่องการวัดกระแสนี้มาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีก เช่น วัดความดังของดารากรณีที่เราจะนำมาพิจารณาเลือกใครมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ หรือใช้เพื่อนำมาหา Insights ในการนำมาพัฒนาเป็นกลยุทธ์ต่างๆต่อไป เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><strong><span class="wt-dropcap-circle">2</span> นำมาเปรียบเทียบกับคู่แข่งในเรื่องความสนใจเกี่ยวกับตัวแบรนด์</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>น่าจะเป็นเรื่องที่ตรงประเด็นของนักการตลาดมากที่สุด คือเพื่อเช็คดูว่าแบรนด์เราหรือคู่แข่งใครค้นหามากกว่ากัน สะท้อนถึงความนิยมของตัวแบรนด์ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนจากตัวอย่างค่ายมือถือ และยี่ห้อโทรศัพท์มือถือ ดังต่อไปนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends005.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-24" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends005.jpg" alt="googletrends005" width="880" height="434" /></a></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-30" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends0061.jpg" alt="googletrends006" width="880" height="434" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากภาพจะเห็นได้ว่าในบรรดาค่ายโอเปอเรเตอร์มือถือ True dtac และ AIS ขับเคี่ยวกันมาตลอดในช่วงปี 2011-2013 รอยหยักที่ขึ้นลงไปในทิศทางเดียวกันน่าจะส่งผลมาจากสงครามโปรโมชั่นที่ขับเคี่ยวกันมาตลอด แต่ช่วงหลังปี 2014 ทาง AIS ดูจะชนะค่ายอื่น น่าทำการศึกษาเพิ่มเติมว่าเพราะเรื่องอะไร เป็นเพราะโปรโมชั่นและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ดีกว่า หรือเป็นเพราะบริการอื่นๆที่หลากหลายมากขึ้น ส่วน dtac นับว่าเป็นแบรนด์ที่แผ่วทีสุด ส่วนกราฟต่อมาเป็นเรื่องของแบรนด์มือถือที่ได้รับความนิยม เห็นได้ชัดเจนว่า Iphone ชนะขาด แต่ Samsung จี้มาติดๆ อย่างไรก็ตามควรตั้งสมมติฐานเพิ่มเติมตามข้อควรระวังด้านล่าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="msgbox msgbox-info" >
<p>ข้อควรระวังจากตัวอย่างนี้มีดังนี้</p>
<ul>
<li>ระวังเปรียบเทียบแบบมวยไม่ถูกคู่ อย่างกรณีนี้ Samsung และ LG เองนอกจากขายโทรศัพท์มือถือแล้วยังขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ซึ่งคนก็สนใจค้นหาใน Google เช่นเดียวกัน ดังนั้นคำค้นหาจึงถูกปนมาอยู่ในนี้ด้วย เช่นเดียวกับ True ที่มีบริการหลายอย่างมากกว่าการเป็นโอเปเรเตอร์มือถือ</li>
<li>ไม่ได้บอกว่าถ้าสนใจแล้วจะเป็นเชิงลบหรือเชิงบวก เราอาจจะอยากค้นหาชื่อค่ายมือถือเพราะเครื่องมีปัญหาหรือค้นหาเบอร์โทรศัพท์ Call Center เพื่อโทรไปตำหนิก็ได้ นอกจากนี้เราไม่รู้แน่ชัดว่าสิ่งที่ค้นหานั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร เช่น โปรโมชั่น อินเตอร์เน็ต 3G ฯ อย่างมากก็ดูคร่าวๆได้จาก &#8216;คำค้นที่ใกล้เคียง (Related Searches)&#8217; หรือใช้เครื่องมืออย่าง Social Listening ที่จะสามารถหาค่า Sentiment ได้</li>
<li>ระวังเรื่องฤดูกาล (Season) และรอบวัฏจักร (Cycle) ในการเปรียบเทียบด้วย ส่วนการดูในระดับเทรนด์ควรวางช่วงเวลาห่างกันยาวๆถึงจะเห็นภาพได้ชัด</li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<h2><strong><span class="wt-dropcap-circle">3</span> นำมาหาโอกาสทางการตลาด</strong></h2>
<p>บางครั้งเราสามารถใช้  Google Trends เพื่อนำมาทำให้เกิดผลบางอย่างทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการหาอุปสงค์ทางการตลาด (Demand) ในรูปแบบการใช้งานแบบเดียวกับการวัดเรตติ้งในข้อที่ 1 หรือมองหาเรื่องของฤดูกาลการขาย (Season) แบบเดียวกับที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ การที่เราเห็นรูปแบบ pattern บางอย่าง ทำให้เราสามารถคาดคะเนยอดขายในอนาคตและส่งผลต่อการเตรียมการในเรื่องขั้นตอนการผลิตไว้ล่วงหน้าได้ ดังเช่น &#8216;ชุดนักเรียน&#8217; &#8216;รองเท้านักเรียน&#8217; และ &#8216;กระเป๋านักเรียน&#8217; ตามตัวอย่างในช่วงปลาย เม.ย.ถึง พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงเปิดเทอม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันทุกปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-196" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends000082.jpg" alt="googletrends000082" width="760" height="266" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกตัวอย่างของ LTF และ RMF ที่คนมักไปแห่ซื้อกันที่ปลายปีทุกที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-209" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends000087.jpg" alt="googletrends000087" width="760" height="266" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มาดูกันอีกในหลายๆแง่มุม เราก็ยังสามารถใช้ Google Trends เพื่อหาแง่มุมทางการตลาดอื่นๆได้ อาทิเช่น หาโอกาสที่เกิดจะเติบโต (Room for Growth) สำหรับบางธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องกันสูง ดังตัวอย่างด้านล่างที่พูดถึงโรคมะเร็ง จะเห็นได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะค้นหาในเรื่องเกี่ยวกับการรักษา แต่ถ้าพูดถึงประกันภัยมะเร็ง น้อยคนที่จะรู้จักหรือสนใจ ทั้งๆที่หากดูกันในลักษณะกราฟดีๆจะมีความเกี่ยวเนื่องกันค่อนข้างสูงมาก เราสามารถบอกได้กว้างๆว่า หากทำการตลาดดีๆ เส้นสีแดงควรเขยิบขึ้นมาสูงได้มากกว่านี้ ซึ่งก็คือโอกาสทางการตลาดที่จะขายกรรมธรรม์ประเภทนี้ได้มากนั่นเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-200" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends000085.jpg" alt="googletrends000085" width="760" height="266" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หรือสุดท้ายสำหรับคนที่อยากเริ่มขายของออนไลน์ ก็ยังสามารถใช้เครื่องมือตัวนี้มาค้นหาว่าสินค้าตัวไหนน่าจะยังเป็นที่นิยมเผื่อที่จะเอามาขายก็ย่อมได้ ตามตัวอย่างด้านล่างเป็นคำกว้างๆ อยากแนะนำให้เข้าไปลองเล่นแล้วใส่คำค้นที่ย่อยๆลงไปมากกว่านี้ได้อีก ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ตรงประเด็นและแม่นยำมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-198" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends000083.jpg" alt="googletrends000083" width="760" height="266" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><strong><span class="wt-dropcap-circle">4</span> วัดผลสำเร็จของแคมเปญ</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป็นที่เข้าใจได้ว่า แคมเปญทางการตลาดหลายๆแคมเปญ นอกจากคนจะพูดถึงแบบปากต่อปากแล้ว ในโลกออนไลน์ก็มีการพูดถึงกันมากเช่นกัน ไม่ว่าจะตาม Social Media บล็อก หรือเวบบอร์ต่างๆ ซึ่งท้ายที่สุดก็ส่งผลเชิงลึกที่มีคนกลุ่มหนึ่งสนใจจนต้องค้นหาในกูเกิล วิธีวัดเราก็สามารถดูได้คร่าวๆ ในช่วงเวลาที่เริ่มแคมเปญกับช่วงเวลาอื่นๆที่ไม่มีแคมเปญ ยกตัวอย่างแคมเปญที่เคยประสบความสำเร็จ เช่น  AXE  ที่เคยออกแคมเปญ AXE 2012 Last Edition ช่วงปลายปี 2011 หรือไอศกรีมแมกนั่มที่ฟินกันถ้วนหน้าในช่วงกลางปี 2012 และแม็กนั่มคาเฟ่ ต้นปี 2013 หรือจะเป็นแคมเปญ Share a Coke ของโค้กที่ทุกคนไปตามหาชื่อตัวเองในกระป๋อง ช่วงปี ต.ค. 2013 ก็จะเห็นกราฟที่พุ่งขึ้นมาในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้อย่างชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-202" src="http://www.kittipat.in.th/wp-content/uploads/2015/03/googletrends000086.jpg" alt="googletrends000086" width="760" height="266" /></p>
<h2></h2>
<div class="msgbox msgbox-info" >
<p>ข้อควรระวังจากตัวอย่างนี้มีดังนี้</p>
<ul>
<li>ควรใช้สำหรับเปรียบเทียบกับตัวเราเองในช่วงเวลาที่ต่างกันเท่านั้น ไม่ควรเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่นๆ</li>
<li>บางทีผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นความพยายามของแบรนด์ หรือบางทีก็เป็นโอกาสของแบรนด์ให้มาทำอะไรต่อ หรือบางทีเป็นเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นเพราะผู้บริโภคเกิด Group Think สนใจในเรื่องของแบรนด์ในช่วงเวลาที่รันแคมเปญพอดี ควรแยกแยะให้ออก</li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราก็พอที่จะเห็นแล้วว่า <a title="Google trends" href="http://www.google.com/trends" target="_blank">Google Trends</a> จริงๆนั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้อะไรได้ตั้งหลายอย่าง แม้จะมีความยุ่งยากในการตีความอยู่บ้าง เพราะมีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ แต่ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือตัวนี้ในการทำงานคือการ<strong>เปลี่ยนความเชื่อให้กลายเป็นความจริง </strong>เรื่องนี้สำคัญมากโดยเฉพาะเวลาพรีเซ็นต์งาน คุยกับเจ้านาย คุยข้ามหน่วยงาน หรือคุยกับลูกค้า เรื่องที่มันค่อนข้างคลุมเครือ (subjective) ที่อาจหาข้อมูลมาอ้างอิงไม่ค่อยได้ บางทีก็ทำให้ในที่สุดไอเดียหรือแผนงานของเราไม่มีน้ำหนัก อยากให้ลองพิจารณาใช้  Google Trends ดูสักครั้งครับ เครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ง่ายและรวดเร็วมากขนาดสามารถเปิดค้นหาขณะอยู่ในห้องประชุมได้ด้วยซ้ำ เมื่อไหร่ที่แผนความคิดเรามีน้ำหนักมากขึ้น เราก็จะโน้มน้าวคนอื่นได้มากขึ้น ดังที่เขากล่าวว่า  “Let the data speak for themselves” ลองดูครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1>บทสรุป</h1>
<p><strong><a title="Google trends" href="http://www.google.com/trends" target="_blank">Google Trends</a> เป็นเครื่องมือที่รวมพฤติกรรมของคนชอบค้นหา (Search) หาอะไรบนออนไลน์ มีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักการตลาดขึ้นอยู่กับว่าประยุกต์พลิกแพลงมาใช้กันอย่างไร ไม่มีข้อจำกัดตายตัว ข้อดีคือสามารถนำมาค้นหาอะไรได้เร็ว และสามารถเป็นผู้ช่วยในการทำงานได้ในหลายๆสถานการณ์ แต่ข้อจำกัดของมันก็มีเช่นกัน เราต้องเข้าใจถึงกลไกพฤติกรรมการค้นหาของมนุษย์ในหลายๆแง่มุม บางครั้งการตีความก็ทำได้ยาก และต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นมาเพื่อประกอบการตัดสินใจ หลายๆคนอาจมองว่ามันยุ่งยาก ให้ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยหาคำตอบมาให้อาจจะง่ายกว่า แต่อย่าลืมว่าเราเองก็ไม่มีงบประมาณในการทำวิจัยทุกครั้ง โดยเฉพาะยิ่งกับบริษัทที่มีงบประมาณไม่มากอย่าง SMEs  นอกจากนั้นบางจังหวะก็ต้องการข้อมูลที่รวดเร็วกว่าที่บริษัทวิจัยจะหาคำตอบให้ทัน ลองพิจารณา Google Trends ดูครับ ไม่ว่าจะเอามาใช้ตั้งแต่เริ่มต้น หรือเอามาใช้เมื่อจนตรอก ยังไงก็มีประโยชน์ทั้งนั้น เพราะสิ่งที่ได้คือ &#8216;ข้อมูล&#8217; ไม่ใช่ &#8216;การเดา&#8217;</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.kittipat.in.th/google-trends/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สามก๊กฉบับย่อ</title>
		<link>https://www.kittipat.in.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		<comments>https://www.kittipat.in.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Jun 1996 10:44:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[THOUGHT]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kittipat.in.th/?p=1683</guid>
		<description><![CDATA[คอลัมน์นี้เป็นคอลัมน์ Archive เก็บคอนเทนต์เรื่องย่อของวรรณกรรม &#8220;สามก๊ก&#8221; ตามสำนวนของเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ซึ่งเคยเขียนไว้ตั้งแต่ปี 1998 ตั้งแต่สมัย Geocities จนมาถึงทำโดเมน &#8220;สามก๊ก.com&#8221; เป็นของตัวเอง ปัจจุบันย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ เนื้อหาทั้งหมดยาวประมาณ 35 หน้า A4 หากใครมาเห็นแล้วสนใจเรื่องสามก๊กแต่ไม่มีเวลาอ่านมาก ลองอ่านเนื้อเรื่องย่อได้ตามอัธยาศัยครับ วันหนึ่งอาจจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คุณชอบเรื่อง &#8220;กลยุทธ์&#8221; เหมือนกันกับผมก็เป็นไปได้ &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212; เกริ่นนำ &#8220;ยังมิได้อ่านสามก๊ก อย่าพึงคิดการใหญ่ &#8221; คำกล่าวข้างต้นนี ้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจริง เพราะผู้บริหารที่มีตำแหน่งใหญ่โตส่วนใหญ่จะอ่านสามก๊กเจนจบมาแล้วทั้งนั้น กล่าวถึงเรื่องสามก๊กนี้เรียกได้ว่าแทบทุกคนจะต้องรู้จักหรือคุ้นกับ วรรณกรรมชิ้นนี้ดี เพราะเป็นวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ที่มีคำกล่าวว่าดีที่สุดในโลก แฝงไปด้วยข้อคิดสอนใจต่างๆนานา สามารถประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ธุรกิจปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ศิลปะเล่ห์ยุทธ์ต่างๆจะสามารถพบเห็นได้จากเรื่องนี้โดยตลอด ไม่ว่าเป็นศิลปะการใช้คน กลยุทธ์การเป็นผู้นำ บทวิเคราะห์สถาณการณ์ต่างๆ จนมีคนกล่าวไว้ว่า &#8220;ผู้ใดอ่านสามก๊กจบสามหน คบไม่ได้&#8221; เดิมสามก๊กได้เริ่มต้นแต่งโดย เฉินโซ่ว ได้เขียนเหตุการณ์สามก๊กเป็นจดหมายเหตุ(ซานกว๋อจื้อ)จากเหตุการณ์จริง โดยบรรยายเป็นลักษณะและเหตุการณ์ของบุคคลเป็นคนๆไป ไม่ได้ผูกเป็นเนื้อเรื่อง อย่างที่พบเห็นกันในปัจจุบันนี้ ต่อมา หลอ กว้าน จง นำเอาจดหมายเหตุฉบับนี้มาแต่งเป็นนิทาน(ซานกว๋อเหยี่ยนอี้) โดยยึด เอาสิ่งที่ได้จากเหตุการณ์จริงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น...]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>คอลัมน์นี้เป็นคอลัมน์ Archive เก็บคอนเทนต์เรื่องย่อของวรรณกรรม &#8220;สามก๊ก&#8221; ตามสำนวนของเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ซึ่งเคยเขียนไว้ตั้งแต่ปี 1998 ตั้งแต่สมัย Geocities จนมาถึงทำโดเมน &#8220;สามก๊ก.com&#8221; เป็นของตัวเอง ปัจจุบันย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ เนื้อหาทั้งหมดยาวประมาณ 35 หน้า A4</p>
<p>หากใครมาเห็นแล้วสนใจเรื่องสามก๊กแต่ไม่มีเวลาอ่านมาก ลองอ่านเนื้อเรื่องย่อได้ตามอัธยาศัยครับ วันหนึ่งอาจจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คุณชอบเรื่อง &#8220;กลยุทธ์&#8221; เหมือนกันกับผมก็เป็นไปได้</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p><span style="color: #ff6600;">เกริ่นนำ</span></p>
<p>&#8220;ยังมิได้อ่านสามก๊ก อย่าพึงคิดการใหญ่ &#8221;</p>
<p>คำกล่าวข้างต้นนี ้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจริง เพราะผู้บริหารที่มีตำแหน่งใหญ่โตส่วนใหญ่จะอ่านสามก๊กเจนจบมาแล้วทั้งนั้น กล่าวถึงเรื่องสามก๊กนี้เรียกได้ว่าแทบทุกคนจะต้องรู้จักหรือคุ้นกับ วรรณกรรมชิ้นนี้ดี เพราะเป็นวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ที่มีคำกล่าวว่าดีที่สุดในโลก แฝงไปด้วยข้อคิดสอนใจต่างๆนานา สามารถประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ธุรกิจปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ศิลปะเล่ห์ยุทธ์ต่างๆจะสามารถพบเห็นได้จากเรื่องนี้โดยตลอด ไม่ว่าเป็นศิลปะการใช้คน กลยุทธ์การเป็นผู้นำ บทวิเคราะห์สถาณการณ์ต่างๆ จนมีคนกล่าวไว้ว่า &#8220;ผู้ใดอ่านสามก๊กจบสามหน คบไม่ได้&#8221;</p>
<p>เดิมสามก๊กได้เริ่มต้นแต่งโดย เฉินโซ่ว ได้เขียนเหตุการณ์สามก๊กเป็นจดหมายเหตุ(ซานกว๋อจื้อ)จากเหตุการณ์จริง โดยบรรยายเป็นลักษณะและเหตุการณ์ของบุคคลเป็นคนๆไป ไม่ได้ผูกเป็นเนื้อเรื่อง อย่างที่พบเห็นกันในปัจจุบันนี้ ต่อมา หลอ กว้าน จง นำเอาจดหมายเหตุฉบับนี้มาแต่งเป็นนิทาน(ซานกว๋อเหยี่ยนอี้) โดยยึด เอาสิ่งที่ได้จากเหตุการณ์จริงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้ผูกเนื้อเรื่องเป็นเรื่องเป็นราวอ่านสนุก ทั้งเสริมเหตุการณ์ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงบางส่วน แต่กลับได้รับความนิยมและข้อคิดต่างๆเพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น เหตุการณ์ตอนแม่นางเตียวเสี้ยน หว่านล้อมเสน่ห์ให้ตั๋งโต๊ะกับลิโป้ผิดใจกัน โดยความจริงแล้ว แม่นางเตียวเสี้ยนไม่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ หากแต่ หลอ กว้าน จงนำมาเสริมแต่งเองเท่านั้น กลับกลายเป็นว่ามีหลายคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ไม่คิดว่าเป็นเรื่อง เสริมแต่งเพราะอ่านแล้วสนุกทั้งให้ข้อคิดต่างๆมากมายเหลือเกิน สามก๊กที่ท่านอ่านอยู่ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นของฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) Brewitt.Taylor หรือฉบับวณิพกซึ่งนำเค้าโครงมาจากภาษาอังกฤษนี้อีกทีก็ตาม ก็คือสามก๊กฉบับของ หลอ กว้าน จง นั่นเอง แต่ถูกนำมาเรียบเรียง แปลออกมาเป็นหลายภาษา</p>
<p>สามก๊กที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นสามก๊กฉบับที่ผมเรียบเรียงขึ้นเอง โดยมีวัตถุประสงค์สำหรับผู้อ่าน ที่ต้องการอยากรู้เรื่องสามก๊ก แต่ไม่มีเวลาหรือขี้เกียจที่จะมานั่งอ่าน การเรียบเรียงฉบับนี้ทำขึ้นโดยย่อๆให้กระทัดรัด ดังนั้นจึงสูญเสียเนื้อหาที่สำคัญบางส่วน โดยเฉพาะตอนท้ายเรื่องตอนที่ตัวละครสำคัญๆ ตายหมดแล้ว อาจจะตัดเนื้อหาให้เหลือเพียงนิดเดียว แต่การดำเนินเรื่องทั้งหมดผมจะพยายามเก็บเนื้อหาตอนที่สำคัญๆไว้ให้มากที่ สุด ผู้ที่สนใจสามารถค้นคว้าหาเพิ่มเติมอ่านฉบับเต็มได้ โดยปัจจุบันมีออกมา หลายสำนักพิมพ์เหมือนกัน สำหรับสามก๊กฉบับนี้เนื้อหาและการเรียบเรียงอาจจะไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากผมไม่ค่อยถนัดเรื่องสำนวนกับการเรียบเรียงด้านภาษาไทยเท่าใด แต่จะพยายามศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นต่อๆไป สำหรับหนังสืออ้างอิง ของการเรียบเรียงครั้งนี้ประกอบด้วย สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ฉบับวณิพก ฉบับของ Brewitt.Taylor ฉบับคัมภีร์บริหารของ อ.ทองแถม นาถจำนง ฉบับคนเดินดินของ เล่า ชวน หัว พิชัยสงครามสามก๊กของ สังข์ พัธโนทัย ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 01 &#8211; คำสาบานในสวนดอกท้อ</strong><br />
เดิมแผ่นดินจีนเป็นสุขมาช้านานแล้วจึงเป็นศึก ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข เป็นวัฎจักรวนเวียนมาถึงจวบจนสมัยพระเจ้าเลนเต้ ครองราชย์มิได้ตามอยู่โบราณราชประเพณี ทำให้ราชการแผ่นดินที่มีมาได้แปรผันไป เกิดการก่อขบถ ปล้นสะดมทั่วทุกหัวระแห่ง เตียวก๊ก เตียวโป้ เตียวเหลียง ปลุกระดมไพร่พลก่อขบถโจรโพกผ้าเหลือง สุดที่ทหารแผ่นดินจะต้านทานไหว จึงติดประกาศทุกหัวมุมเมือง รับอาสาสมัครผู้กล้าจับโจรให้จงได้</p>
<p>ฝ่ายเล่าปี่ยืนดูประกาศจากทางการแล้วทอดหายใจอยากช่วยเหลือแต่ติดทางกำลัง ทรัพย์ ด้วยเดิมเป็นชาวบ้านยากจน อาศัยทอเสื่อขายยังชีพ แต่ได้มีเชื้อราชวงศ์ฮั่นติดตัวมา ทันใดนั้นเตียวหุยได้พบเล่าปี่คิดช่วยเหลือ ทั้งสองจึงยินดีเป็นอันมาก ในร้านสุราเล่าปี่ และเตียวหุย ได้พบกับกวนอูซึ่งหลบหนีการตามล่าจากทางการด้วยไปฆ่าคนมา เห็นว่าทั้งสามมีความเห็นพ้องต้องกันช่วยเหลือการแผ่นดิน จึงทำพิธีสาบานเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันใต้ต้นดอกท้อ โดยเรียงจากอาวุโส เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ตามลำดับออกรวบรวมรี้พล ปราบปรามโจรโพกผ้าเหลือง ได้พบกับตั๋งโต๊ะซึ่งทางการได้แต่งตั้งมาให้ปราบปรามแต่ไร้ความสามารถ เล่าปี่จึงเข้าช่วยเหลือ ภายหลังปราบขบถสิ้นซาก พระเจ้าเลนเต้ได้ปูนบำเหน็จนายทหารใหญ่น้อย แต่ตัวเล่าปี่ซึ่งเป็นเพียงอาสาสมัครยังมิได้บำเหน็จ จึงรอคอยอยู่เป็นเวลานาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span id="more-1683"></span></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 02 &#8211; การณ์แปรปรวนในราชสำนัก</strong></p>
<p>ภายหลังเล่าปี่ถูกแต่งตั้งไปปกครองเมืองอันห้อก้วนซึ่งเป็นเมืองขึ้นเล็กๆ ราษฎรสรรเสริญเป็นอันมาก ต่อมมาขุนนางต๊กอิ๊ว ได้เรียกส่วยจากเล่าปี่ พาให้เตียวหุยเดือดดาลเป็นอันมาก โบยตีต๊กอิ๊วแล้วทั้งสามก็หนีออกจากเมืองไป ต่อมาได้รับไปประจำตำแหน่งที่เมืองเพงงวนก๋วน</p>
<p>ขันทีทั้งสิบได้เป่าหูพระเจ้าเลนเต้ ทำให้ราชการแผ่นดินฟั่นเฟือนไป ต่อมาพระเจ้าเลนเต้ประชวรหนักจึงสวรรคต มีปัญหาเรื่องการสืบรัชทายาทระหว่างหองจูเหียบผู้น้อง กับหองจูเปียนผู้พี่ โฮจิ๋นผู้เป็นพี่ของพระนางโฮเฮาอัครมเหสีผู้เป็นแม่หองจูเปียน ได้คิดแต่งตั้งให้หองจูเปียนสืบรัชทายาท แต่ขันทีทั้งสิบได้ทำการคิดยกหองจูเปียนผู้น้องขึ้นครองราษฎร์แทน และคิดการลอบฆ่าโฮจิ๋น แต่การรั่วไหลโฮจิ๋นได้บุกเข้าวังหวังกำจัดขันทีทั้งสิบให้ซิ้นซาก แต่ขันทีทั้งสิบได้หลบหนีแล้วไปอ้อนวอนต่อนางโฮเฮาให้ไว้ชีวิต โฮจิ๋นผู้พี่จึงมิอาจทำอะไรได้ แต่โฮจิ๋นได้คิดการที่กำจัดเสี้ยนหนามอยู่ตลอดเวลา แล้วส่งสาสน์ไปหัวเมืองทั้งปวงให้ยกทัพมาช่วยกำจัดขันทีทั้งสิบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 03 &#8211; ทรราชย์ตั๋งโต๊ะ</strong><br />
ฝ่ายตั๋งโต๊ะ ผู้มีใจหยาบช้าเห็นได้ทีฮุบราชสมบัติจึงรีบยกพลเข้าเมืองหลวงหวังเพื่อกำจัด ขันทีทั้งสิบเสีย ฝ่ายขันทีทั้งสิบเห็นดังนั้นจึงชิงรีบลอบฆ่าโฮจิ๋นเสียก่อนโดยลวงว่านางโฮ เฮามีเหตุให้เข้าเฝ้า โฮจิ๋นเสียทีจึงถูกรุมฆ่าตาย ฝ่ายอ้วนเสี้ยวและโจโฉผู้ซึ่งเป็นขุนนางในราชสำนักเหมือนกันซึ่งอยู่ฝั่งโฮ จิ๋น เห็นดังนั้นจึงบุกเข้าไปฆ่าขันทีทั้งสิบ การโกลาหลยิ่งนักเพลิงไหม้โหมกระหน่ำเข้ามาในวัง ขันทีที่เหลือจึงอุ้มพระราชบุตรทั้งสองคน ลอบหนีออกจากวังหลบหนีเข้าไปในป่า จึงตามพบ ระหว่างทางพบตั๋งโต๊ะตั้งทัพอยู่ จึงเชิญเสด็จเข้าในวัง</p>
<p>ฝ่ายตั๋งโต๊ะ พอเข้ามาในวังแล้วกำเริบเสิบสานเข้าชิงทรัพย์ข่มเหงราษฎรแต่ไม่มีผู้ใดห้าม ปราม ขุนนางทั้งปวงต่างกลัวเกรง วันหนึ่งตั๋งโต๊ะได้ชวนขุนนางใหญ่น้อยเลี้ยงสุรา แล้วว่าจะให้ถอดหองจูเปียนเสีย แล้วให้หองจูเหียบผู้น้องครองบัลลังค์แทน ฝ่ายเต๊งหงวนพ่อเลี้ยงลิโป้มิชอบใจตั๋งโต๊ะจึงออกรบพุ่งกันอยู่บ่อยครั้ง ลิยูที่ปรึกษาตั๋งโต๊ะเห็นลิโป้มีท่าทีองอาจจึงเชิญชวนมาไว้ เป็นพรรคพวก โดยการส่งลิซกพร้อมกับเครื่องบรรณาการมากมายรวมทั้งม้าเซ็กเธาว์ ฝ่ายลิโป้เห็นแก่ลาภยศจึงบุกเข้าปลอบฆ่าเต๊งหงวนพ่อบุญธรรมเสีย แล้วมาอยู่กับตั๋งโต๊ะเป็นพ่อบุญธรรมคนใหม่ ฝ่ายขุนนางจึงยิ่งกลัวเกรงตั๋งโต๊ะเข้าไปอีก ภายหลังตั๋งโต๊ะได้ถอด หองจูเปียนออกจากราชสมบัติจับไปขังพร้อมนางโฮเฮา แล้วส่งลิยูไปปลงพระชมน์ทั้งคู่ แต่งตั้งหองจูเหียบใช้พระนามว่า พระเจ้าเหี้ยนเต้ ตั้วตัวเองเป็นเซียงก๊ก ผู้สำเร็จราชการ<br />
<!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 04 &#8211; รวบรวมหัวเมืองสู้ตั๋งโต๊ะ</strong><br />
ต่อมาตั๋งโต๊ะทำการหยาบช้า ตัดศรีษะราษฎร แย่งชิงสิ่งของเป็นอันมาก ทำทีว่าไปปราบโจรขบถมาแล้วชิงทรัพย์สินได้ อาณาประชาราษฎร์เดือดร้อนทุกหัวระแหง แผ่นดินเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า</p>
<p>ฝ่ายอองอุ้นขุนนางตงฉินคิดแค้นใจตั๋งโต๊ะอยู่เป็นอันมากแต่มิอาจหักหาญสู้ กับตั๋งโต๊ะได้ โจโฉจึงอาสาสมัครขอกระบี่เข้าไปลอบฆ่า แต่ไม่สำเร็จเอาตัวรอดหนีออกมาได้ แต่ถูกทางการประกาศจับทั่วทุกตำบล รวมทั้งอ้วนเสี้ยวก็ได้ออกมาตั้งตัวออกจากตั๋งโต๊ะด้วย โจโฉหนีจากทางการไม่พ้นถูกจับได้โดยตันก๋ง แต่ทั้งคู่มีใจช่วยเหลือบ้านเมืองเช่นเดียวกันจึงชวนกันหนีออกมาแต่ตันก๋งมิ อาจอยู่ร่วมกับโจโฉได้เมื่อเห็นว่าโจโฉไร้คุณธรรม ที่การไปฆ่าแปะเฉียเพื่อนของบิดาตนเองเนื่องจากการเข้าใจผิดคิดว่าจะจับตัว ส่งทางการ</p>
<p>โจโฉหนีมาถึงเมืองตันหลิว พบบิดาโจโก๋ คิดการปลอมแปลงราชสาสน์ให้ปราบปรามขบถตั๋งโต๊ะ รวบรวมเกลี้ยกล่อมรี้พล ได้เป็นจำนวนมาก ได้แฮหัวตุ้น แฮหัวเอี๋ยน โจหยิน โจหอง ลิเตียน งักจิ้น มาเป็นพรรคพวก เมื่อเจ้าเมืองต่างๆ รู้ข่าว จึงรวบรวมทหารเป็นจำนวนมากทยอยมาสมทบ รวมทั้ง เล่าปี่ด้วย กองกำลังได้มาถึงเมืองลกเอี๋ยงอันเป็นเมืองหลวง ฝ่ายตั๋งโต๊ะส่งฮัวหยงทหารเอกผู้มี ฝีมือร้ายกาจเข้าต่อสู้ ฝ่ายโจโฉมิอาจสู้ได้กวนอูจึงได้รับการแต่งตั้งออกสู้ปะมือกับฮัวหยง แม้จะได้รับคำคัดค้านจากอ้วนเสี้ยวผู้ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้นำของกองกำลัง ครั้งนี้ ผลสุดท้านกวนอูตัดหัวฮัวหยงได้สำเร็จ แต่มิได้รับคำสรรเสริญจากอ้วนเสี้ยว แต่กลับได้นรับคำสรรเสริญจากโจโฉแทน<br />
<!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 05 &#8211; โยกย้ายเมืองหลวง</strong><br />
ภายหลังจากฮัวหยงตาย ตั๋งโต๊ะ กับลิโป้ จึงยกทัพมาขัดทัพที่ ด่านเฮาโลก๋วน ลิโป้ออกรบ เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ออกต้านพร้อมกันถึงสามคน พอดีมีทัพกระหนาบมา ลิโป้จึงล่าทัพถอย ต่อมาลิยูคิดแผน ย้ายเมืองหลวง อพยพจากลกเอี๋ยงไปเมืองเตียงฮัน ครั้นตอนย้ายตั๋งโต๊ะสั่งการให้ริบทรัพย์จากเศรษฐีเข้าท้องพระคลัง ปล้นชิงจากราษฎร ขุดศพเก็บทรัพย์สินจากพระมหากษัตริย์องค์ก่อนแลศพราษฎร ได้สินทรัพย์เป็นอันมาก ราษฎรเหยียบล้มตาย ทหารก็เข้าช่วงชิงสินทรัพย์ แลฉุดลากภรรยาชาวบ้าน เสียงร้องอื้ออึงไป รวมทั้งจุดไฟเผาลกเอี๋ยงเสีย</p>
<p>ฝ่ายกองกำลังโจโฉเห็นอย่างนั้นจึงยกทัพพักอยู่ที่ลกเอี๋ยงมิได้คิดตามต่อ โจโฉเห็นท่าไม่ดีจึงแยกเอากำลังตัวเองหมื่นเศษไล่ตามต่อ แต่เสียทีจนเกือบตายดีที่โจหองเข้าช่วยไว้ ฝ่ายซุนเกี๋ยนพบตราหยกสำหรับสำหรับราชสมบัติมีความยินดีนักคิดยกทัพของตัว กลับ อ้วนเสี้ยวสั่งให้เล่าเปียวจัดทัพขวางไว้ ซุนเกี๋ยนหนีออกมาได้ไปปักหลักที่เมืองกังตั๋ง แต่นั้นมาซุนเกี๋ยนกับเล่าเปียวก็ผิดใจกัน แลหัวเมืองต่างๆที่รวมกันก็ผิดใจกันเห็นจะอยู่ต่อไปมิได้จึงทยอยกันกลับ ด้วยตัวอ้วนเสี้ยวหาเป็นผู้นำมิได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 06 &#8211; ซุนเกี๋ยนถึงแก่กรรม</strong><br />
ครั้นแยกจากกันแล้ว อ้วนเสี้ยวไปพำนักอยู่ที่เมืองโห้ลาย คิดแย่งตีเอาเมืองกีจิ๋ว แต่งกลอุบายหลอกใช้กองซุนจ้านร่วมตี แล้วส่งจดหมายหนึ่งฉบับหาฮันฮกเจ้าเมืองกีจิ๋ว ว่ากองซุนจ้านจะยกมาตี ฮันฮกจึงเปิดประตูเมืองรับอ้วนเสี้ยวมารักษาเมือง ฝ่ายกองซุนจ้านรู้ว่าถูกหลอกจึงยกทัพมาตีหวังให้หายแค้น งันเหลียง บุนทิว ทหารเอกอ้วนเสี้ยวไล่ตามตีกองซุนจ้านจนเสียที ทันใดนั้นจูล่งเข้ามาช่วยสกัดกั้นงันเหลียง บุนทิว พากองซุนจ้านหนีออกมา เล่าปี่รู้ข่าวจึงมาช่วยสกัดอ้วนเสี้ยวไว้ แลแต่นั้นมาจูล่งกับเล่าปี่ก็ถูกโฉลกกัน</p>
<p>ฝ่ายตั๋งโต๊ะกริ่งเกรงว่า หากผู้ใดชนะจะกำเริบเสิบสาน จึงส่งหนังสือรับสั่งห้ามเสียทั้งสองฝ่าย ฝ่ายอ้วนสุดเจ้าเมืองลำกุ๋นคิดยกทัพยุยงซุนเกี๋ยนให้โจมตีเล่าเปียวเจ้า เมืองเกงจิ๋ว เล่าเปียวสั่งให้หองจอสกัดทัพที่เมืองกังแฮ ทัพหองจอถอยร่นซุนเกี๋ยนจึงยกทัพล้อมเมืองเกงจิ๋วได้ เล่าเปียวใช้แผนล่อให้ซุนเกี๋ยนตามไปที่ซอกเขาฮีสัน แล้วใช้เกาทันฑ์แลก้อนหินระดมยิงใส่ซุนเกี๋ยนถึงแก่ความตาย ผู้บุตรซุนเซ็กจึงได้ปกครองแดนกังตั๋งในเวลาต่อมา<br />
<!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 07 &#8211; กลหญิงงาม</strong><br />
ตั๋งโต๊ะยิ่งทำการกำเริบเสิบสานจับคนห้าร้อยคนมาฆ่าดูเล่นอย่างทรมาณในงาน เลี้ยงขุนนาง น่าเวทนายิ่งนัก ฝ่ายอองอุ้นก็ยังทุกข์ใจ มิอาจหาทางกำจัดโจรแผ่นดินลงได้ พอดีนางเตียวเสี้ยนหญิงขับร้องมาพบเข้า คิดอ่านแทนคุณแผ่นดินและพ่อบุญธรรม เสนอตัวคิดอ่านล้างตั๋งโต๊ะเสียด้วยแผนการของอองอุ้นให้ เตียวเสี้ยนแสร้งทำกลมารยา ให้ทั้งลิโป้และตั๋งโต๊ะมีความรักใคร่ในตัวแม่นางเตียวเสี้ยน โดยรับปากจะให้เป็นภรรยาของลิโป้และตั๋งโต๊ะ ครั้นตั๋งโต๊ะพาเตียวเสี้ยนไปอยู่กินแล้ว ลิโป้แค้นใจเป็นอันมาก แต่แอบลอบคบหาแม่นางเตียวเสี้ยนอยู่เนืองๆ ตั๋งโต๊ะมาเห็นเข้าจึงขับไล่ลิโป้ออกไปเสีย ลิโป้เดือดดาลใจเป็นอันมาก เมื่อตั๋งโต๊ะไม่ยินยอมยกเตียวเสี้ยนให้ลิโป้</p>
<p>ฝ่ายอองอุ้นเห็นได้ทีลิโป้เอาใจออกห่าง คิดยุยงให้ลิโป้ฆ่าตั๋งโต๊ะเสีย ลิโป้เห็นชอบคิดการแก้แค้น อ้างรับสั่งให้เข้าเฝ้า ครั้นถึงที่ตั๋งโต๊ะแลเห็นขุนนางทุกคนถือกระบี่ จึงร้องเรียกลิโป้ผู้บุตร ลิโป้เอาทวนแทงตั๋งโต๊ะที่คอตกรถตาย แลลิยูถูกจับประหารชีวิตเสียด้วยกัน ครั้นตั๋งโต๊ะตายได้จัดศพแห่ขบวนไปทั่วเมือง อาณาประราษฎร์มีใจเจ็บแค้น รุมศพจนศพแหลกละเอียดเปื่อยไป ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงและราษฎรต่างมีความยินดียิ่งนัก<br />
<!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 08 &#8211; ลิฉุย กุยกี เข้าราชสำนัก</strong></p>
<p>ฝ่าย ลิฉุย กุยกี ลูกน้องตั๋งโต๊ะได้หลบหนีออกมาได้ หาทางเอาตัวรอดแต่อองอุ้นมิยอมยกโทษให้ ลิฉุย กุยกี เห็นจนตรอก รวบรวมพรรคพวกโจมตีเมืองหลวง ลิโป้ออกรบต้านทานติดทัพกระหนาบสองด้านทั้งเสียรี้พล ฝ่ายพรรคพวกตั๋งโต๊ะเป็นไส้ศึกในวัง ได้เปิดประตูเมืองออก ทหารลิฉุย กุยกีกรูเข้าเมือง ลิฉุยกุยกีฆ่าอองอุ้นถึงแก่ความตาย เข้าตัดสินราชการแทนตั๋งโต๊ะทำการชั่วช้าไม่แพ้กัน ฝ่ายม้าเท้งและม้าเฉียวผู้บุตรเข้าโจมตีเมืองหลวง แต่ขาดเสบียงจึงยกทัพกลับไป ต่อมาเกิดขบถโจรโพกผ้าเหลืองออกข่มเหง ราษฎรพระเจ้าเหี้ยนเต้รับสั่งโจโฉไปปราบ และตั้งโจโฉให้ใหญ่กว่าหัวเมืองตะวันออกทั้งปวง</p>
<p>โจโฉได้รวบรวมสมัครพรรคพวกไว้เป็นอันมาก ทั้งผู้มีสติปัญญาแลทหารเอกก็เข้ามาในเกลี้ยกล่อมเช่น ซุนฮก ซุนฮิว เทียหยก กุยแก อิกิ๋ม เตียนอุย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 09 &#8211; โจโฉกรีฑาทัพเหยียบชีจิ๋ว</strong><br />
ฝ่ายโจโฉตั้งเกลี้ยกล่อมทหารแลที่ปรึกษาได้เป็นอันมาก มีความยินดีนักคิดเชิญโจโก๋ ณ เมืองตันลิวมาอยู่ด้วย โจโก๋จึงเก็บทรัพย์สินเดินทางมาพร้อมครอบครัว ผ่านเมืองชีจิ๋วซึ่งมีโตเกี๋ยมเป็นเจ้าเมืองอยู่ ทางโตเกี๋ยมเห็นดังนั้นจึงใช้เตียวคีไปส่งให้ถึงเมือง แต่เตียวคีคิดทรยศฆ่าโจโก๋แลครอบครัวเสียสิ้น ชิงทรัพย์สมบัติหนีไป โจโฉรู้ข่าวคิดแค้นใจเป็นอันมาก สั่งพลบุกหวังเหยียบชีจิ๋วให้พินาศเป็นหน้ากลอง ฝ่ายโตเกี๋ยมคิดส่งตัวเองออกไปแทนชาวเมืองซึ่งเดือดร้อนแต่ถูกคัดค้าน ทางขงหยง เล่าปี่ คิดช่วยเหลือ โตเกี๋ยมจึงเปิดประตูให้แลหวังคิดยกเมืองให้เล่าปี่ทำนุบำรุงต่อไป ฝ่ายเล่าปี่ยังมิยินยอม โตเกี๋ยมจึงให้ไปพำนัก ณ เมืองเสียวพ่ายซึ่งเป็นเมืองขึ้นก่อน</p>
<p>ฝ่ายลิโป้ซึ่งหลบหนีออกมาจากเมืองหลวงได้สมคบคิดกับตันก๋งที่หนีจากโจโฉมา อยู่ด้วยลิโป้ คิดลอบตีเมืองกุนจิ๋วที่โจโฉยกทัพบุกออกมา ฝ่ายโจโฉเห็นท่าไม่ดีจึงยกทัพกลับตีเอาเมืองคืน ลิโป้ใช้กลอุบายล่อโจโฉเข้ามาในเมืองปักเอี้ยงโจโฉเกือบเสียที โจโฉจึงจำยกทัพไปตั้งอยู่ ณ เมืองเอียนเสีย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 10 &#8211; ลิโป้เข้าพึ่งใบบุญเล่าปี่</strong><br />
ฝ่ายโตเกี๋ยมป่วยหนักใกล้ตาย ได้เรียกเล่าปี่เข้ามาเพื่อขอให้เป็นเจ้าเมืองต่อแล้วขาดใจตาย เล่าปี่นึกเอ็นดูแก่ชาวเมืองจึงรับไว้</p>
<p>ฝ่ายโจโฉหลังจากอยู่ ณ เมืองเอียนเสีย เข้าปราบปรามโจรได้เคาทูมาเป็นพวก เห็นกองกำลังลิโป้ที่เมืองกุนจิ๋วอ่อนล้าจึงรบเอาได้โดยง่าย แล้วหักเอาเมืองปักเปี้ยง ลิโป้เข้ารบพุ่งต้านทานสู้ไม่ได้ล่าถอยหนี โจโฉออกตามตีกระหน่ำ ลิโป้เสียทีหกระเหินไปพึ่งใบบุญเล่าปี่ ณ เมืองชีจิ๋ว แต่ขัดเคืองใจกับเตียวหุย เล่าปี่จึงจัดแจงให้ลิโป้กับครอบครัวอยู่ ณ เมืองเสียวพ่าย อันเป็นเมืองน้อยของชีจิ๋ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 11 &#8211; พระเจ้าเหี้ยนเต้หนีตาย</strong><br />
ฝ่ายลิฉุย กุยกี ทำการหยาบช้ามิได้ขาด เอียวปิวขุนนางรับใช้พระเจ้าเหี้ยนเต้จึงใช้แผนยุยงให้ลิฉุย กุยกีหมางใจกันหวังให้รบพุ่งฆ่ากันตาย ต่างคนต่างแย่งชิงพระเจ้าเห้ยนเต้ในอาณัติ ทำศึกบาดหมางกันตลอด ฝ่ายตังสินกับเอียวฮองจึงพาพระเจ้าเหี้ยนเต้หนีออกมาได้คิดพาไปพำนัก ณ เมืองลกเอี๋ยงเมืองหลวงเดิม แต่ถูกไล่กระชั้นชิด ตังสินกับเอียวฮองจึงเชิญเสด็จหนีทั้งกลางวันกลางคืน พอถึง ณ เมืองลกเอี๋ยงทรงทอดพระเนตรเห็นพระราชตำหนักแลตึกรามบ้านช่องที่มีมาแต่ โบราณเป็นที่เพลิงไหม้สิ้น จึงทรงพระกรรแสง ขุนนางที่เหลือทั้งปวงจึงเชิญเสด็จ ณ ที่อยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 12 &#8211; โจโฉเป็นมหาอุปราช</strong><br />
ลิฉุย กุยกีกลับมาร่วมมือกันออกทัพตามพระเจ้าเหี้ยนเต้หวังฆ่าเสียให้ตาย ครั้นกระชั้นชิดพระเจ้าเหี้ยนเต้รับสั่งเรียกโจโฉมาช่วย โจโฉยกทัพสามสิบหมื่นเข้ามาสกัดทัพลิฉุย กุยกีทันเวลา ฝ่ายโจโฉเข้าเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ มีความเห็นว่าเมืองลกเอี๋ยงมิอาจทำนุบำรุงได้เหมือนเดิมแล้ว จึงเชิญเสด็จไปตั้งเมืองฮูโต๋เป็นราชธานีใหม่ ตั้งตนเป็นมหาอุปราช</p>
<p>โจโฉภายหลังตั้งตนเป็นมหาอุปราชแล้วมีความเห็นว่า ลิโป้กับเล่าปี่ มีความกล้าแข็ง เกรงเป็นอันตรายต่อไปภายหน้าคิดกำจัดเสีย ซุนฮกที่ปรึกษาจึงคิดแผนการให้เสือสองตัวกัดกันเอง ส่งราชสาสน์ให้เล่าปี่ไปรบอ้วนสุด ฝ่ายเล่าปี่ให้เตียวหุยอยู่รักษาเมือง แต่ด้วยเตียวหุยเป็นคนหยาบช้าทั้งติดสุรา ทำให้ลิโป้แว้งกัดชิงตีเอาเมืองชีจิ๋วไว้ได้ กลับให้เล่าปี่ไปอยู่เมืองเสียวพ่ายแทน เล่าปี่แสร้งมีน้ำใจไม่วู่วามจึงรับไว้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 13 &#8211; ซุนเซ็กเป็นใหญ่ฝั่งกังตั๋ง</strong><br />
ฝ่ายซุนเซ็กภายหลังบิดาตาย มีเหตุมิให้อยู่เมืองกังหนำจึงไปอยู่รับใช้ด้วยอ้วนสุด ต่อมาคิดเอาตราหยกกษัตริย์ที่ซุนเกี๋ยนผู้เป็นบิดาเก็บได้ครั้งรบกับตั๋ง โต๊ะไปจำนำแก่อ้วนสุด ยืมกำลังทหารคิดแก้แค้นเล่าอิ้วแทนบิดา ครั้นได้แล้วซุนเซ็กออกเดินทางมาพบสหายรักเก่าจิวยี่ จึงรับมาร่วมเดินทางด้วย ออกรบเล่าอิ้วได้ไทสูจู้เป็นพวก ภายหลังรบชนะคิดออกตีเงียมแปะฮอเจ้าเมืองต๋องง่อ อ่องหลองเจ้าเมืองห้อยเข ครั้นออกรบแตกพ่ายไปก็ได้เป็นใหญ่ในเมืองฝั่งกังตั๋งและได้ทหารแลสะสมเสบียง อาวุธไว้เป็นอันมาก ส่งสาสน์คำนับไปยังพระเจ้าเหี้ยนเต้และส่งคนไปทวงตราหยกคืนจากอ้วนสุด ครั้งนั้นเกิดเหตุการณ์สำคัญ จิวท่ายทหารเอกออกรบช่วยซุนกวนผู้น้องซุนเซ็กหลบหนีจากโจรป่าไว้ได้ แต่แผลเต็มตัวเห็นว่าจะไม่รอด ซุนเซ็ก ซุนกวนนึกสงสารจึงหาทางเชิญหมอฮัวโต๋ซึ่งเป็นหมอเทวดาในสมัยนั้นมารักษาให้ หายขาด หมอฮัวโต๋ต่อมาจึงมีชื่อเสียงยิ่งนัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 14 &#8211; ลิโป้ยิงเกาทัณฑ์ห้ามทัพ</strong><br />
ฝ่ายอ้วนสุดตั้งแต่ได้ตราหยกมีใจกำเริบคิดตั้งตนเป็นฮ่องเต้ไม่คืนแก่ซุน เซ็ก คิดออกตีเล่าปี่ โดยเอาของไปติดสินบนลิโป้มิให้ช่วยเหลือเล่าปี่ แต่ลิโป้กริ่งเกรงว่าหากมิให้ความช่วยเหลือเล่าปี่ แล้วอีกหน่อยจะมีภัยถึงตัวเป็นแน่ จึงออกห้ามทัพโดยท้าพนันแสดงฝีมือยิงเกาทัณฑ์ติดปลายทวน ที่ไกลห้าเส้นถ้ายิงติดปลายทวนให้กิเหลงซึ่งอ้วนสุดใช้ยกมาตีเล่าปี่ถอยทัพ กลับไป ลิโป้ยิงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ กิเหลงจึงมิอาจทำอะไรได้เลยถอยทัพกลับไป</p>
<p>อ้วนสุดจึงใช้กลยุทธ์ปรองดองขอลูกสาวลิโป้ให้บุตรชายตน ครั้นจะส่งลูกสาวลิโป้คิดกลับคำหน่วงเวลาไว้ลิโป้กับเล่าปี่จึงยังมิได้กิน แหนงกันเท่าไหร่นัก ต่อมาเตียวหุยใช้คนไปขโมยฝูงม้าลิโป้ ลิโป้รู้เข้าจึงโกรธยกทัพมาตีเสียวพ่ายแตก เล่าปี่กับครอบครัวจึงรบหนีฝ่ามาพึ่งโจโฉ ณ เมืองฮูโต๋ โจโฉจึงกราบทูลให้เล่าปี่ไปตั้ง ณ เมืองอิจิ๋วรอการแก้แค้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 15 &#8211; โจโฉเสียเตียนอุย</strong></p>
<p>ครั้นอยู่มาเตียวสิ้วกับเล่าเปียวสมคบคิดกันจะมาตีเมืองฮูโต๋ โจโฉจึงสั่งพลออกรบด้วยแล้วส่งสัมพันธไมตรีไปยังลิโป้ ฝ่ายเตียวสิ้วเห็นว่าสู้ไม่ได้จึงยอมเข้าเกลี้ยกล่อมแต่โดยดี มาวันหนึ่งโจโฉเห็นหญิงรูปงามรู้ว่าเป็นอาสะใภ้เตียวสิ้วจึงเลี้ยงไว้เป็น ภรรยา เตียวสิ้วคิดน้อยใจอัปยศนักจึงวางแผนหลอกมาตั้งค่ายในค่ายโจโฉให้ชะล่าใจ แล้วจึงจุดเพลิงรอบด้านพาทหารหวังจับโจโฉเสีย โจโฉหลบหนีมาทางข้างหลังได้ แต่เตียนอุยทหารเอกคู่ใจเข้ารบด้วยทหารเตียวสิ้วป้องกันสุดความสามารถ จนอาวุธที่ถือในมือหักจึงฉวยศพเข้าสองมือสู้เป็นสามารถ ทหารเตียวสิ้วระดมเกาทัณฑ์แลทวนเข้าทั่วร่างเตียนอุยต้องอาวุธบาดเจ็บทั่ว กาย ยืนพิงประตูค่ายจนสิ้นใจ</p>
<p>ฝ่ายโจโฉหลบหนีออกมาทางแม่น้ำหยกซุย สูญเสียโจงั่งบุตรเอกกับโจอั๋นบิ๋นผู้หลาน ครั้นรวบรวมทหารได้แล้ว จึงแต่งโต๊ะสุราเซ่นเตียนอุย ว่าแก่ทหารทั้งปวงว่าแม้เราเสียบุตรเอกแลหลานยังมิเสียดายเท่าเสียเตียนอุย เลยนึกเสียดายยิ่งนัก ว่าแล้วก็ร้องไห้รักเตียนอุย ทำให้ทหารทั้งปวงต่างร้องไห้ซึ้งใจยิ่งนัก แล้วจัดแจงยกทหารกลับฮูโต๋</p>
<p>อยู่มาลิโป้ได้รับหนังสือแต่งตั้งโจโฉจึงยินดียิ่งนัก คิดลำเลิกส่งลูกสาวแลตัดสัมพันธไมตรีกับอ้วนสุด อ้วนสุดโกรธจะยกไปรบลิโป้ ลิโป้จึงส่งจดหมายไปยังโจโฉฉบับหนึ่ง เล่าปี่ฉบับหนึ่งให้ยกมาช่วย แล้วออกรบด้วยอ้วนสุด อ้วนสุดเสียทีหนีไปพบเล่าปี่เข้าสู้ด้วยกวนอู ล่าถอยไปเมืองลำหยง คิดยืมกำลังซุนเซ็ก ซุนเซ็กโต้กลับด่าว่าไอ้โจรขบถ ต่อมาโจโฉส่งสาสน์แต่งตั้งไปแก่ซุนเซ็กให้เป็นเจ้าเมืองห้อยเขแล้วให้ยกไปตี อ้วนสุดด้วย โจโฉ เล่าปี่ ลิโป้ และซุนเซ็กจึงออกรบด้วยอ้วนสุด ณ เมืองลำหยงจากทุกทิศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 16 &#8211; อ้วนสุดหนีโจโฉ</strong></p>
<p>โจโฉจึงให้ลิโป้เป็นปีกซ้าย เล่าปี่เป็นปีกขวามุ่งสู่ลำหยง ครั้นถึงเมืองโจโฉจัดแจงให้ เล่าปี่ ลิโป้ ซุนเซ็ก โอบล้อมเมืองทั้งสี่ด้านให้สัญญาณบุกโจมตีพร้อมกัน อ้วนสุดเห็นต้านทานมิได้จึงพาครอบครัวแอบหลบหนีไปตำบลห้วยหนำ โจโฉมิรู้ว่าอ้วนสุดหนีจากเมืองจึงล้อมเมืองอยู่เดือนครึ่ง ทหารทั้งปวงอดอยากเสบียงอาหารยิ่งนัก โจโฉจึงยืมหัวของอองเฮานายฉาง ตัดหัวแล้วบอกว่าอองเฮากระทำผิดฉ้อข้าว ทหารทั้งปวงเห็นดังนี้จึงมีน้ำใจออกรบ แล้วสั่งให้ทหารทั้งปวงเบิกข้าวที่เหลือจนหมด สั่งให้โจมตีเมืองให้ได้</p>
<p>ครั้นโจโฉหักเอาเมืองได้รู้ว่าอ้วนสุดหนีไปเมืองห้วยหนำจึงคิดตีตาม รู้ข่าวว่าเตียวสิ้วกลับมาคิดตีจะเอาเมืองฮูโต๋จึงยกทัพกลับฮูโต๋ตระเตรียม การรบด้วยเตียวสิ้ว ต่อมารู้ข่าวว่าตวนอุย งอสิบ ฆ่าลิฉุย กุยกีได้แล้วเอาศีรษะมาให้ก็ยินดียิ่งแล้วยกทัพออกตีเตียวสิ้ว</p>
<p>ขณะนั้นเป็นฤดูข้าวโภชน์สาลีสุก โจโฉสั่งทหารทั้งปวงห้ามเหยียบข้าวโภชน์สาลีแม้แต่ต้นหนึ่งจะฆ่าเสียมิเว้น แม้แต่นายกองใหญ่ ชาวบ้านทั้งปวงจึงสรรเสริญยิ่ง อยู่มาโจโฉขี่ม้าผ่านไร่สาลี นกบินตัดหน้า ม้าทีโจโฉขี่จึงตื่นวิ่งเตลิดเหยียบข้าวสาลีหักเป็นอันมาก เห็นว่าคำสั่งจะมิเป็นที่นับถือต่อไป จึงคิดอุบายแสร้งชักกระบี่จะเชือดคอตัวเอง นายทัพทั้งปวงจึงห้ามไว้ ว่าแล้วโจโฉจึงตัดเพียงผมเองว่าแก่ทหารทั้งปวง ทหารทั้งปวงจึงสรรเสริญโจโฉมากกว่าแต่ก่อนว่าอยู่ในสัตย์ธรรม</p>
<p>ครั้นโจโฉคิดตีเมือง กาเซี่ยงที่ปรึกษาเตียวสิ้วคิดอุบายหลอกโจโฉ โจโฉจึงแตกทัพหนีมา รู้ว่าอ้วนเสี้ยวจะยกทัพตีฮูโต๋จึงยกทัพกลับเมือง รู้ว่าอ้วนเสี้ยวทำการกำเริบจึงคิดยกไปตีแลขอความเห็นที่ปรึกษาทั้งปวง กุยแกจึงว่าการตีอ้วนเสี้ยวนั้นไม่ยากแล้วชี้ข้อเด่นของโจโฉสิบประการ ข้อด้อยของอ้วนเสี้ยวสิบประการ แต่ยังมิอาจตีได้ด้วยมีลิโป้คิดลอบตีฮูโต๋อยู่ โจโฉเห็นด้วย</p>
<p>โจโฉจึงแต่งตั้งอ้วนเสี้ยวเป็นเจ้าเมืองกิจื๋ว อ้วนเสี้ยวรู้ดังนั้นจึงมีความยินดีคิดออกรบด้วยกองซุนจ้าน ให้เล่าปี่ที่โจโฉให้กลับไปอยู่เมืองเสียวพ่ายรอการตลบหลังลิโป้ ให้คิดการจับลิโป้เสีย แล้วตระเตรียมกะเกณท์ทหารเตรียมออกรบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 17 &#8211; ประหารลิโป้</strong><br />
ฝ่ายลิโป้จับเอาม้าใช้ฝ่ายโจโฉที่ส่งหนังสือไปยังเล่าปี่ให้คิดอ่านกำจัดลิ โป้ได้ จึงคิดแค้นใจแบ่งกองกำลังไปตีเมืองกุนจิ๋ว และเล่าปี่ที่เมืองเสียวพ่าย เล่าปี่รู้ดังนั้นจึงจัดแจงส่งหนังสือไปยังโจโฉให้ยกทัพมาช่วยโจโฉแจ้งดัง นั้นจึงคุมทหารมีฝีมือเป็นอันมาก ออกรบด้วยลิโป้โดยส่งแฮหัวตุ้นเป็นทัพหน้า</p>
<p>แฮหัวตุ้นได้ออกรบกับโกซุ่นทหารลิโป้ครั้นได้ทีไล่กวดไป โจเสงซุ่มเอาเกาทัณฑ์ยิงเข้าไปที่จักษุซ้ายแฮหัวตุ้นแฮหัวตุ้นร้องขึ้นด้วย เสียงอันดังแล้วดึงเกาทัณฑ์ออก ร้องว่าลูกตาเป็นสิ่งประเสิรฐที่พ่อแม่ให้มาจะให้ตกพื้นเสียมิได้แล้วจึงจับ ลูกตากลืนเข้าไปในปาก แล้วเอาทวนแทงโจเสงตกม้าตาย</p>
<p>ครั้นเล่าปี่ออกมาตั้งทัพซุ่มนอกเมือง ลิโป้เห็นดังนั้นจึงตีแตกพ่ายกระจัดกระจายไป ตัวเล่าปี่หนีออกไปหาทัพโจโฉฝ่ายตันกุ๋ย ตันเต๋ง ซึ่งเป็นไส้ศึกของโจโฉที่อยู้ ณ เมืองชีจิ๋ว คิดอุบายให้ลิโป้กับตันก๋งออกรบฆ่ากันเองแล้วยึดเมืองชีจิ๋วเสีย ลิโป้จึงแตกหนีไปยังเมืองเสียวพ่าย แต่ตันเต๋งคิดอุบายหลอกโกซุ่น เตียวเลี้ยวที่ประจำอยู่ ณ เมืองเสียวพ่ายให้ยกออกไปช่วยลิโป้ แล้วยึดเมืองเสียอีก ลิโป้รู้ดังนั้นจึงจำไปอยู่ ณ เมืองแห้ฝือ</p>
<p>โจโฉยกทัพล้อมเมือองแห้ฝือไว้ ให้เล่าปี่ไปสกัดอ้วนสุดกันมาช่วยลิโป้ ฝ่ายลิโป้มิคิดออกรบเชื่อฟังแต่ภรรยาไม่สนแผนอุบายของตันก๋ง เสพย์สุราทุกวันครั้นจะคิดให้อ้วนสุดมาช่วยรบก็มิได้ ด้วยอ้วนสุดให้ส่งบุตรสาวของตนที่เคยคิดส่งไปให้ก่อน แลโจโฉ เล่าปี่ได้ล้อมกองกำลังแน่นหนามิอาจฝ่าไปได้ ลิโป้จึงเสพย์สุราทุกวันมิได้ขาด วันหนึ่งภรรยาลิโป้เอากระจกมาส่องให้ดู ลิโป้เห็นตัวเองเสื่อมโทรมหมดราศีเพราะสุรา จึงสั่งห้ามให้ทหารทั้งปวง ห้ามกินสุราถ้าพบเห็นผู้ใดจะตัดศีรษะเสีย</p>
<p>วันหนึ่งลิโป้พบเฮาเสงคิดเลี้ยงสุรา จึงสั่งโบยหวายห้าสิบที เฮาเสงคิดแค้นใจเป็นอันมากจึงร่วมมือกับซุยเหียน ลักม้าเซ็กเธาว์ของลิโป้ไปกำนัลด้วยโจโฉ แล้วทั้งสองได้แอบไปจับมัดลิโป้ขณะนั่งหลับที่ประตูเมือง โจโฉเห็นดังนั้นได้ทีบุกเข้ายึดแห้ฝือได้ จับได้ทหารทั้งปวงหลังจากปิดล้อมอยู่หลายเดือน</p>
<p>โจโฉสั่งประหารโกซุ่น ลิโป้ เสีย แลตันก๋งคิดยอมตายเองมิยอมเป็นบ่าวสองนาย โจโฉเสียใจร้องไห้รักเป็นอันมากมิอาจรั้งไว้ได้จึงสั่งเลี้ยงดูบุตรภรรยา เป็นอย่างดี ส่วนเตียวเลี้ยวโจโฉเลี้ยงดูไว้เป็นทหารเอก</p>
<p>&nbsp;<br />
<!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 18 &#8211; แผนฆ่าโจโฉ</strong></p>
<p>โจโฉปูนบำเน็จทแกล้วทหารใหญ่น้อยทั้งปวง แล้วพาเล่าปี่ไปเข้าเฝ้า พระเจ้าเหี้ยนเต้ลำดับเชื้อพระวงศ์ดูจึงเรียกเล่าปี่เป็นอา</p>
<p>ขณะนั้นอำนาจทั้งปวงอยู่ในมือโจโฉสิ้น ครั้งหนึ่งโจโฉพาพระเจ้าเหี้ยนเต้ออกประพาสป่ายิงเนื้อ แล้วทำหยาบช้าให้พระเจ้าเหี้ยนเต้เสียหน้ายิ่งนัก พระเจ้าเหี้ยนเต้คิดระกำใจโทมนัสอยู่ ฮกอ้วนผู้เป็นบิดานางฮกเฮาผู้เป็นมเหสีพระเจ้าหี้ยนเต้เสนอคิดอ่านล้างโจโฉ จึงชักชวน ตังสิน จูฮก จูลัน ตันอิบ โงห้วน ม้าเท้งแลเล่าปี่ เข้าล้างโจโฉแลทั้งเจ็ดได้ลงหนังสือสัญญากัน สั่งห้ามแพร่งพรายไป</p>
<p>&nbsp;<br />
<!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 19 &#8211; อ้วนสุดตาย</strong><br />
ครั้นเล่าปี่รับคำตังสินแล้วจึงแสร้งถ่อมตัวปลูกผักอยู่แต่ในบ้าน โจโฉสงสัยจึงเชิญเล่าปี่กินโต๊ะ เสพสุราที่สวนแล้วปรึกษาการราชการอยู่</p>
<p>โจโฉแสร้งถามหาผู้คิดการใหญ่ เก่งกล้าในแผ่นดินดังมังกรสำแดงเดชหวังจับพิรุธเล่าปี่ เล่าปี่บ่ายเบี่ยงไปตอบเจ้าเมืองอื่น โจโฉจึงว่าอันผู้มีสติปัญญาริอ่านคิดการใหญ่เห็นจะมีแต่เรากับท่านเท่านั้น เล่าปี่ครั้นพอได้ยิน จึงสะดุ้งตกใจเป็นการใหญ่ ตะเกียบที่ถืออยู่หลุดจากมือ ขณะนั้นเกิดพายุหนักได้ยินเสียงฟ้าร้อง เล่าปี่จึงแสร้งทำเป็นว่าตกใจฟ้าร้องแล้วเอามือปิดหูไว้ ตะเกียบหลุดออกจากมือ โจโฉเห็นดังน้นก็สิ้นสงสัย นึกว่าเล่าปี่ขี้ขลาดนัก ต่อมาโจโฉจึงไม่ได้คิดแคลงระแวงเล่าปี่</p>
<p>อยู่มาเล่าปี่ได้ยินข่าวว่ากองซุนจ้านแพ้อ้วนเสี้ยวเสียแล้ว ตัวนั้นฆ่าบุตรภรรยาเสียสิ้น แล้วเชือดคอตายเล่าปี่นึกสงสารยิ่งนักทั้งยังนึกถึงจูล่งด้วย ต่อมาได้ข่าวว่าอ้วนสุดหวังไปรวมกับอ้วนเสี้ยว ณ เมือง กิจิ๋ว เล่าปี่จึงอาสาออกสกัดตี ทั้งคิดหนีเงื้อมมือโจโฉ โจโฉจึงยกให้ทหารไปห้าหมื่นไปสกัดทัพ</p>
<p>เล่าปี่ออกรบด้วยอ้วนสุด ณ เมืองชีจิ๋ว กองทัพเล่าปี่ไล่ฆ่าทหารอ้วนสุดแตกกระจายไป อ้วนสุดจึงหนีไปทางเมืองฉิวฉุน ระหว่างทางถูกโจรชิงตีเอาทรัพย์แลเสบียงไปเป็นอันมาก อ้วนสุดนึกเสียใจยิ่งนัก หนีไปขอทานอาหารชาวบ้านกิน ชาวบ้านมีใจเจ็บแค้นเอาข้าวทั้งเปลือกหุงให้กิน อ้วนสุดกินไม่ได้ถามหาน้ำผึ้งละลายกิน ชาวบ้านโกรธตวาดว่าที่กันดารแห่งนี้ มีแต่โลหิตคน อ้วนสุดนึกน้อยใจ อาเจียนโลหิตออกแล้วขาดใจตายบนเตียง ฝ่ายเล่าปี่รู้ว่าอ้วนสุดตายแล้ว จึงแจ้งไปยังโจโฉว่าขอไปรักษาเมืองชีจิ๋ว แล้วเตียวหุยได้ฆ่ากีเหมาซึ่งโจโฉสั่งมากำกับเสียเล่าปี่คิดเกรงกลัวโจโฉ มาตียิ่งนัก</p>
<p>&nbsp;<br />
<!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 20 &#8211; เริ่มยุทธการกัวต๋อ</strong><br />
เล่าปี่จึงเชื้อเชิญอ้วนเสี้ยวมาช่วยตีโจโฉ อ้วนเสี้ยวจึงตัดสินใจยกตี แล้วอ้วนเสี้ยวส่งจดหมาย ไปทั่วทุกเมืองห้ามเข้าด้วยโจโฉ โจโฉรู้ดังนั้นสั่งให้เล่าต้าย อองต๋งไปสกัดทัพเล่าปี่โดยให้ธงสำคัญไปเสมือนว่า โจโฉยกมาเองอีกส่วนหนึ่งให้โจหยินสกัดที่กัวต๋อ อนึ่งทัพอ้วนเสี้ยวยังรีรออยู่ยังมิออกรบพุ่งยืดเยื้ออยู่</p>
<p>ฝ่ายเล่าปี่จับตัวเล่าต้าย อองต๋งได้ รู้ว่าโจโฉไม่ได้นำทัพใหญ่มาเอง จึงปล่อยเล่าต้าย อองต๋งเสีย โจโฉโกรธคิดตีเล่าปี่ ขงหยงที่ปรึกษาจึงบอกว่าควรเกลี้ยกล่อมเล่าเปียว เตียวสิ้ว เสียก่อนจึงไม่พะวงหน้าพะวงหลัง โจโฉเห็นชอบด้วย</p>
<p>โจโฉจึงส่งเล่าหัวไปเกลี้ยกล่อมเตียวสิ้ว เตียวสิ้วกับกาเซี่ยงที่ปรึกษาตกลงเข้าด้วยโจโฉ โจโฉจึงแต่งตั้งเตียวสิ้วเป็นนายทหารผู้ใหญ่ กาเซี่ยงเป็นที่ปรึกษา</p>
<p>&nbsp;<br />
<!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 21 &#8211; เปิดโปงแผนลอบฆ่า</strong><br />
ฝ่ายเล่าเปียว โจโฉแต่งตั้งยีเอ๋งไปเกลี้ยกล่อม ด้วยยีเอ๋งมีนิสัยหยาบช้า เล่าเปียวจึงมิเข้าด้วยโจโฉ ทั้งส่งยีเอ๋งไปให้หองจอฆ่า</p>
<p>อยู่มาเกียดเป๋งหมอหลวงเข้าร่วมด้วยตังสินคิดอ่านล้างโจโฉ ออกอุบายเข้ารักษาโรคปวดหัวของ โจโฉแลใส่ยาพิษลงไปในยา โจโฉรู้ทันแลรู้ตัวผู้สมคบคิด จึงจับตัวเกียดเป๋งไปทรมาณจนตายและจับตัวตังสิน จูฮก จูลัน ตันอิบ โงห้วน เสียพร้อมบุตรภรรยาไปฆ่าเสียสิ้นนอกกำแพงเมือง รวมทั้งนางตังกุยหุยผู้น้องตังสินซึ่งเป็นมเหสีพระเจ้าเหี้ยนเต้ด้วย แล้วสั่งโจหองให้กำกับตรวจตราพระราชวัง ห้ามมิให้เชื้อพระวงศ์เข้าไปได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 22 &#8211; โจโฉเกลี้ยกล่อมกวนอู</strong><br />
โจโฉระดมพลเตรียมล้างเล่าปี่ ฝ่ายเตียนห้องแนะนำอ้วนเสี้ยวให้ตีฮูโต๋เวลานี้ด้วยเมืองยังว่างอยู่ แต่อ้วนเสี้ยวมิเชื่อมัวแต่กังวลบุตรที่ยังป่วยอยู่ มิมีใจออกรบพุ่งจึงตั้งมั่นอยู่ในเมือง</p>
<p>ฝ่ายเล่าปี่ เตียวหุยคิดอุบายแอบปล้นค่ายโจโฉ แต่ทำการมิสำเร็จถูกโจโฉตีแตกพ่ายกระจัดกระจายไป เล่าปี่หนีไปตัวคนเดียวเข้าพึ่งอ้วนเสี้ยว โจโฉจับตัวกวนอูที่อยู่รักษาครอบครัวเล่าปี่ที่เมืองแห้ฝือได้ เข้าเกลี้ยกล่อม กวนอูยอมปลงใจอยู่ด้วยโจโฉโดยมีข้อแม้สามประการ ประการหนึ่งจะอยู่รับใช้พระเจ้าเหี้ยนเต้มิใช่โจโฉ อีกประการหนึ่ง ขออยู่รับใช้พี่สะใภ้ทั้งสองเองห้ามมิให้ใครกล้ำกลาย ประการสุดท้ายหากรู้ว่าเล่าปี่อยู่ที่ไหนจะรีบไปหาอย่างไม่รีรอ โจโฉตกลงยินยอมรับกวนอู</p>
<p>ตั้งแต่กวนอูมาอยู่โจโฉเอาใจทุกวันมิได้ขาด สามวันแต่งโต๊ะเลี้ยงทีหนึ่ง แต่กวนอูยังมีใจอยู่กับเล่าปี่ โจโฉจึงนึกเสียใจยิ่ง วันหนึ่งโจโฉยกม้าเซ็กเธาว์ให้กวนอู กวนอูปลาบปลื้มใจยิ่งนักว่าจะได้กลับไปหาเล่าปี่ได้เร็วขึ้น โจโฉจึงมีความวิตกยิ่งนัก ฝั่งหนึ่งชื่มชมกวนอูว่ามีความกตัญญูหาผู้ใดเสมอมิได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 23 &#8211; กวนอูฆ่างันเหลียง บุนทิว</strong><br />
อยู่มาอ้วนเสี้ยวเชื่อคำยุยงของเล่าปี่ที่ไปอยู่ด้วยให้ออกตีโจโฉ อ้วนเสี้ยวจึงสั่งงันเหลียงทหารเอกยกทัพออกตี เป็นทัพหน้าก่อนเข้าทางด่านแปะแบ๊ กวนอูอาสาออกตี เอาง้าวฟันงันเหลียงคอขาดตาย อ้วนเสี้ยวจึงส่งบุนทิวออกรบอีก กวนอูก็ฆ่าบุนทิวตายเสียอีกคน อ้วนเสี้ยวรู้ดังนั้นก็โกรธก็สั่งฆ่าเล่าปี่ที่ให้กวนอูมาฆ่าทหารเอกเสียถึง สองคน เล่าปี่จึงกล่าวอ้างว่ามิรู้เรื่องแลจะยกกวนอูให้อ้วนเสี้ยวได้ทำการสืบไป อ้วนเสี้ยวจึงตกลงยินยอม</p>
<p>อยู่มากวนอูได้ข่าวว่าเล่าปี่ไปอยู่ด้วยอ้วนเสี้ยว ก็คิดทำการออกจากโจโฉไปหาเล่าปี่ แต่ยังรั้งรอไว้อยู่ด้วยยังมิได้ร่ำลาโจโฉ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 24 &#8211; กวนอูหักด่านรายทาง</strong><br />
ฝ่ายโจโฉคิดทำการหน่วงเหนี่ยวกวนอูไว้มิยอมให้กวนอูร่ำลาแต่มิสำเร็จ นึกเสียใจยิ่งนักด้วยเลี้ยงดูไว้มิได้ ที่ปรึกษาแลนายทหารแนะนำโจโฉให้กำจัดเสีย มิเช่นนั้นจะเป็นเสี้ยนหนามต่อไปภายภาคหน้า โจโฉจึงว่ากวนอูมีใจกตัญญูต่อเล่าปี่แลให้สัตย์สัญญาไว้ ครั้นจะให้จับตัวมาก็เสียวาจาไปจึงออกมาส่งกวนอูถึงกลางทาง แลสรรเสริญกวนอูยิ่งนักทั้งมอบเสื้อผ้าให้แก่กวนอู ครั้นกวนอูออกมาถึงด่านกลางทางเจอนายด่านสกัดไว้ไม่ให้ผ่าน เรียกหาใบเบิกทาง กวนอูว่าไม่มีจึงเข้ารบพุ่งด้วยฆ่านายด่านเสียหลายคนหักเสียห้าด่านหนีออกมา ได้ พบแฮหัวตุ้นเข้าสกัดทัพอยู่จึงได้รบพุ่งกันเป็นสามารถ พอดีเตียวเลี้ยวนำใบเบิกทางแลคำสั่งโจโฉมาห้ามไว้ แฮหัวตุ้นจึงหยุดรบกับกวนอู แล้วเตียวเลี้ยว แฮหัวตุ้น จึงปล่อยกวนอูเดินทางไปหาเล่าปี่ต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 25 &#8211; สามพี่น้องพบพาน</strong><br />
ฝ่ายกวนอูกับพี่สะใภ้เดินทางมาได้จิวฉองมาเป็นพวก พบเตียวหุยที่เขาบองเอี๋ยงสันจึงเข้าไปหา เตียวหุยเข้าห้ามไว้ด้วยเข้าใจผิดว่ากวนอูเป็นพวกโจโฉแล้ว เข้ารบกันเป็นสามารถ พอดีทหารโจโฉที่คิดแค้นไล่ตามมา กวนอูจึงวกกลับไปตัดศีรษะมาให้เตียวหุยดูว่ามิใช่เป็นพวกเดียวกับโจโฉ เตียวหุยจึงโผเข้าคำนับกวนอูว่าตัวนั้นใจเบาผิดนัก แลพี่น้องทั้งสองจึงร้องไห้รักกัน</p>
<p>อยู่มากวนอูเดินทางรั้งรอให้ซุนเขียนไปแจ้งเล่าปี่ให้หนีออกมาจากอ้วนเสี้ยว แลพักที่กระท่อมแห่งหนึ่ง นายบ้านยกกวนเป๋งบุตรชายตนให้เป็นบุตรบุญธรรมกวนอู ฝ่ายเล่าปี่แสร้งออกอุบายแก่อ้วนเส้ยวว่าจะไปเกลี้ยกล่อมเล่าเปียว ณ เมืองเกงจิ๋ว อ้วนเสี้ยวไม่รู้กลอุบายเห็นชอบด้วย<br />
ฝ่ายเล่าปี่หนีออกมาพบกวนอูดีใจยิ่ง พบจูล่งเที่ยวเป็นโจรอยู่ในป่า เล่าปี่จึงว่าครั้นจูล่งอยู่กับกองซุนจ้าน ยังหาบุญไม่จึงมิได้มาอยู่ร่วมคิดกัน บัดนี้มีบุญวาสนายิ่ง จูล่งจึงว่าตั้งแต่มาทุกเมืองยังมิหาคนโอบอ้อมอารีเท่าเล่าปี่ จึงขออยู่รับใช้ด้วยเล่าปี่ เล่าปี่มีความยินดียิ่ง</p>
<p>ทั้งสามพี่น้องจึงได้มาพบพานพร้อมหน้ากันอีกครั้งแลไปตั้งซ่องสุมคน ณ เมืองยีหลำ ฝ่ายอ้วนเสี้ยวรู้เข้าก็โกรธจะยกไปตีเล่าปี่ ที่ปรึกษาจึงว่าเห็นว่าเล่าปี่ทหารน้อยจะยกไปทำการเมื่อไรก็ได้ บัดนี้วิตกอยู่แต่โจโฉให้รีบกำจัดเสีย อ้วนเสี้ยวเห็นชอบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 26 &#8211; ซุนกวนขึ้นครองฝั่งกังตั๋ง</strong><br />
ฝ่ายซุนเซ็กตั้งแต่เป็นใหญ่ ณ ฝั่งกังตั๋ง ทำการหยาบช้าฆ่าเค้าก๋องเมืองง่อกุ๋นเสีย ทหารเค้าก๋องคิดแค้นจึงลอบฆ่าซุนเซ็กได้รับบาดเจ็บเป็นหลายแห่ง หมอฮัวโต๋เข้าทำการรักษาจนหาย แลด้วยบาดแผลมีพิษจึงห้ามซุนเซ็กอารมณ์ร้อนเสียร้อยวัน ด้วยซุนเซ็กเป็นคนด่วนใจเร็วเห็นอิเกียดที่ได้อ้างตนว่า เป็นผู้วิเศษรักษาคนอยู่ ณ แดนกังตั๋ง ผู้คนนับถือเป็นอันมากนึกอิจฉาจึงจับมาฆ่าเสีย ต่อมาซุนเซ็กจึงได้เห็นแต่ภาพหลอนอิเกียดมาหลอกหลอน ไม่เว้นแต่ละวันจนคลุ้มคลั่งด้วยพิษกำเริบร่างกายทรุดโทรม เห็นว่าตัวจะมิรอดจึงเรียกซุนกวนผู้น้องยกตำแหน่งบ้านเมืองให้ทำนุบำรุงต่อ ไป อันการข้างในให้ปรึกษาเตียวเจียว การสงครามให้ปรึกษาจิวยี่ สั่งเสร็จแล้วก็สิ้นใจ ซุนกวนจึงออกว่าราชการแทนซุนเซ็กแต่นั้นมา</p>
<p>ตั้งแต่ซุนกวนครองตำแหน่งแทนซุนเซ็กก็เชื้อเชิญเกลี้ยกล่อม โลซก จูกัดกิ๋น แลผู้มีสติปัญญาเป็นอันมาก มาช่วยว่าราชการ แลส่งหนังสือเข้าด้วยโจโฉ โจโฉจึงแต่งตั้งซุนกวนเป็นเจ้าเมืองกังตั๋ง แต่นั้นมา บรรดาราษฎรทั้งปวงแลเมืองขึ้น ก็มีใจยินดีต่อซุนกวนเป็นอันมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 27 &#8211; ศึกประวัติศาสตร์</strong><br />
ฝ่ายอ้วนเสี้ยวกะเกณท์ทหารในเมืองกิจิ๋ว อิวจิ๋ว เซียงจิ๋ว เป๊งจิ๋ว ได้เจ็ดสิบหมื่นยกทัพไปตีฮูโต๋ แฮหัวตุ้นซึ่งรักษาอยู่ตำบลกัวต๋อแจ้งไปยังโจโฉ โจโฉจึงเกณท์ทหารเจ็ดหมื่นห้าพันไปบรรจบกับแฮหัวตุ้น ตั้งคอยทัพอยู่ตำบลแม่น้ำฮองโห</p>
<p>อ้วนเสี้ยวตั้งประชิดค่ายโจโฉเผชิญหน้ากับอ้วนเสี้ยวต่อสู้ออกรบกันอย่างยืด เยื้อ ทหารโจโฉน้อยกว่าเก้าส่วนสิบส่วน ตั้งสกัดทัพต้านอ้วนเสี้ยวอยู่ โจโฉนับวันจะตกที่นั่งลำบากเสบียงอาหารไม่พอ จึงคิดจะยกกลับฮูโต๋ ซุนฮกซึ่งรักษาเมืองฮูโต๋จึงส่งจดหมายตอบไปว่าฝ่ายอ้วนเสี้ยวขาดแม่ทัพสองคน แลถึงจะมีทหารมากแต่ขาดความชำนาญให้รีบรุดเอาชัยเสีย โจโฉเห็นด้วย ต่อมาได้ข่าวว่าอ้วนเสี้ยวกำลังลำเลียงเสบียงมายัง ณ กัวต๋อจึงส่งคนไปตีเผาเสบียงเสีย กองทัพอ้วนเสี้ยวจึงขาดแคลนเสบียงลงจึงเรียกเสบียงจากตำบลอัวเจ๋า แลที่เก็บเสบียงของอ้วนเสี้ยว ณ ตำบลกัวเจ๋านี้ มีอิเขงดูแลอยู่ แลอิเขงนั้นเสพสุราทุกวันมิได้ขาดไม่สนใจการดูแลเสบียง อยู่มาเขาฮิวที่ปรึกษาอ้วนเสี้ยวน้อยใจหนีออกไปสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ เขาฮิวกับโจโฉนี้เป็นเพื่อนกันมาก่อน โจโฉจึงออกรับขับสู้อย่างดี เขาฮิวเสนอแผนการปล้นเผาเสบียง ณ ตำบลกัวเจ๋าตัดกำลังเสบียงอ้วนเสี้ยวเสีย โจโฉจึงแต่งทหารปลอมเป็นทหารอ้วนเสี้ยวลอบตีอัวเจ๋าแล้วเข้าโจมตีจุดไฟเผา ทันที เผายุ้งฉางเสบียงได้หมด อ้วนเสี้ยวรู้ดังนั้นจึงตกใจสั่งเตียวคับ โกลำออกลอบตีค่ายโจโฉแทน โจหอง แฮหัวตุ้น แฮหัวเอี๋ยน โจหยิน ลิเตียนออกรบเป็นสามารถ เตียวคับ โกลำสู้ไม่ได้ถอยร่นลงมา</p>
<p>ขณะนั้นกัวเต๋าที่ปรึกษาอ้วนเสี้ยวเกรงว่าแผนที่ให้เตียวคับ โกลำไปตีค่ายโจโฉมิสำเร็จคิดให้ร้ายแก่เตียวคับ โกลำ เตียวคับ โกลำรู้ดังนั้นจึงคิดว่าถ้ากลับไปตัวต้องตายแน่ จึงเข้าสวามิภักดิ์ด้วยโจโฉ ทหารอ้วนเสี้ยวรู้ว่าเตียวคับ โกลำไปอยู่ด้วยโจโฉก็เกิดความระส่ำระสาย โจโฉเห็นได้ทีจึงออกปล้นค่ายอ้วนเสี้ยวตอนดึก ทั้งแบ่งทหารออกเป็นแปดกอง เข้าโจมตีค่ายอ้วนเสี้ยว ทหารอ้วนเสี้ยวมิมีใจจะรบ ทหารโจโฉจึงฆ่าฟันทหารอ้วนเสี้ยวล้มตายเป็นอันมาก อ้วนเสี้ยวเห็นดังนั้นก็ตกใจตัวรีบหนีข้ามแม่น้ำฮองโหไป ค่ายอ้วนเสี้ยวจึงแตกพ่ายไป แลโจโฉเกลี้ยกล่อมได้ทหารอ้วนเสี้ยวทั้งเก็บทรัพย์สินสิ่งของเป็นจำนวนมาก ดุลอำนาจหัวเมืองตะวันออกของโจโฉ กับอ้วนเสี้ยวจึงเปลี่ยนไปเมื่อโจโฉได้เป็นฝ่ายกำชัยชนะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 28 &#8211; เล่าปี่ขออาศัยเล่าเปียว</strong><br />
ฝ่ายอ้วนเสี้ยวเมื่อแตกไปกลับมารวบรวมทหารกลับไปเมืองกิจิ๋วสติฟั่นเฟือนไป พอดีอ้วนถัน อ้วนฮีผู้บุตร โกกันผู้หลานคุมทัพมาช่วย อ้วนเสี้ยวมีความยินดีนำทหารสิบหมื่นเศษออกรบโจโฉอีกไป ตั้งมั่น ณ ตำบลซองเต๋ง โจโฉยกทัพตามออกไปพบทัพอ้วนเสี้ยวจึงรบกันเป็นสามารถ อ้วนเสี้ยวสู้มิได้หลบหนีกลับเข้าเมืองอีก แลตัวนั้นป่วยมิออกว่าราชการให้อ้วนซงผู้บุตรออกว่าราชการแทน<br />
ฝ่ายเล่าปี่นำทหารห้าหมื่นยกทัพมาจะตลบตีฮูโต๋ โจโฉจึงออกรบพุ่งด้วยเล่าปี่แลตั้งค่ายมั่นไว้หลอกเล่าปี่ แล้วแบ่งกำลังไปตีเสบียงเล่าปี่ แลตีเมืองยีหลำ เล่าปี่รู้ดังนั้นก็ตกใจให้เตียวหุยไปช่วยแก้เสบียง กวนอูไปช่วยครอบครัว ณ เมืองยีหลำ แล้วเตรียมถอยค่ายเสีย ฝ่ายโจโฉให้คนมาดักรอ เล่าปี่กับจูล่งจึงช่วยกันรบเป็นสามารถ เล่าปี่เห็นจวนตัวจึงหนีออกมาตัวคนเดียวพบเตียวคับมาสกัดอยู่ เล่าปี่คิดท้อใจฆ่าตัวตาย พอดีจูล่งนำทหารเข้ามาช่วยแก้ไปได้ กวนอูก็พาเตียวหุยกลับมาหาเล่าปี่แล้วหนีมา คิดไปเข้าอาศัยด้วยเล่าเปียว เจ้าเมืองเกงจิ๋ว ฝ่ายเล่าเปียวมีใจยินดีรับไว้ ฝ่ายโจโฉก็ยกทัพกลับไปเมือง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 29 &#8211; อ้วนเสี้ยวตาย</strong><br />
ขณะนั้นพระเจ้าเหี้ยนเต้เสด็จมาอยู่ ณ ฮูโต๋ได้แปดปี อ้วนเสี้ยวตั้งมั่นอยู่ที่เมืองกิจิ๋ว โจโฉจึงนำกำลัง ออกตีอ้วนเสี้ยวอีกครั้ง อ้วนซงผู้บุตรอาสาออกตีโจโฉแต่กลับพ่ายแพ้กลับมา อ้วนเสี้ยวรู้ดังนั้นเป็นกังวล โรคป่วยเก่าจึงกำเริบขึ้นมาเจรจาไม่ออก ว่าให้อ้วนซงปกครองเมืองต่อแลพอลมปะทะเข้ามาก็ขาดใจตาย</p>
<p>ต่อมาอ้วนซงผู้น้องอ้วนถำจึงขึ้นครองเมืองกิจิ๋วแทนบิดา ฝ่ายอ้วนถำผู้พี่คิดน้อยใจด้วยเป็นบุตรคนโต จึงคิดแย่งชิงอำนาจจากอ้วนซง พอดีโจโฉยกทัพเข้ามาอ้วนถำจึงเข้ารบด้วย อ้วนซง อ้วนฮี โกกัน จึงเข้าช่วยรบโจโฉ โจโฉแบ่งกองกำลังตีพร้อมกันทั้งสี่ค่าย ฝ่ายอ้วนถำ อ้วนซง อ้วนฮี โกกันสู้มิได้จึงถอยร่นมา โจโฉคิดตีตาม กุยแกที่ปรึกษาจึงว่าหากตีตามบุตรอ้วนเสี้ยวทั้งสามจะสมัครสามัคคีกัน ควรที่จะกลับเมือง รอดูให้บุตรทั้งสามแก่งแย่งชิงเมืองกันเอาเองจึงจะรบได้โดยง่าย โจโฉเห็นชอบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 30 &#8211; โจโฉปราบปรามหัวเมืองฝ่ายตะวันออก</strong><br />
ต่อมาอ้วนถำ อ้วนซงจึงรบแก่งแย่งชิงดีกันเป็นสามารถ อ้วนถำสู้มิได้ขอเข้าอยู่ด้วยโจโฉ โจโฉเห็นได้ที จึงยกทัพขึ้นเหนือมาลอบตีค่ายอ้วนซงแตก ตีได้เมืองกีจิ๋ว อ้วนถำกลับเข้ารบด้วยโจโฉกลับถูกโจหองแทงตกม้าตาย โจโฉจึงยกไปตีโกกันต่อ อ๋องต๋ำทหารโกกันลอบฆ่าโกกันเสียตัดศีรษะไปให้โจโฉ โจโฉมีความยินดีจึงล่วงไปตีอ้วนซง อ้วนฮีแลกุยแกนั้นป่วยหนักนอนมาบนเกวียน โจโฉจึงล่วงไปตีหัวเมืองฝ่ายตะวันตกก่อน ครั้นพอกลับมารู้ว่ากุยแกตายแล้ว ก็ร้องไห้รักเป็นมากว่ากุยแกอายุน้อยกว่าอีกหน่อยจะฝากฝังบ้านเมืองให้ดูแล แลมาตายนี้มิควรเลย อุปมาเหมือนเทพดามาทำลายชีวิตเราเสียแล้วจุดเทียนเซ่นศพกุยแกร้องไห้รัก</p>
<p>แลก่อนตายนั้นกุยแกแต่งหนังสือเสนอมิให้ตามอ้วนซง อ้วนฮีที่ไปอาศัยอยู่กับกองซุนของ กองซุนของคอยท่าโจโฉเกรงว่าจะรบมาตีจึงเลี้ยงดูอ้วนซง อ้วนฮีไว้เป็นทหาร พอเห็นว่าโจโฉมิได้ตามตีจึงฆ่าอ้วนซง อ้วนฮีตัดศีรษะไปให้โจโฉเอาความชอบ โจโฉจึงปราบปรามหัวเมืองฝ่ายตะวันออกราบคาบแต่นั้นมาแล้วยกทัพกลับฮูโต๋</p>
<p>ต่อมาโจโฉพบนกยูงทองแดงเปล่งประกายอยู่ โจโฉจึงเกณฑ์ชาวเมืองก่อสร้างปราสาทสูงใหญ่ริมแม่น้ำเจียงโห เอานกยูงไว้บนปราสาท หนึ่งปีจึงเสร็จสิ้น ให้ชื่อว่าปราสาทนกยูงสัมฤทธ์ กะเกณท์ได้ทหารอ้วนเสี้ยว มาห้าสิบหมื่นแลทหารเอกเป็นจำนวนมากบำรุงทแกล้วทหารอยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 31 &#8211; สมภพอาเต๊า</strong><br />
ฝ่ายเล่าปี่ครั้นมาอยู่กับเล่าเปียวเวลาล่วงมานาน นางกำฮูหยินภรรยาเล่าปี่ได้ให้กำเนิดบุตรชาย ให้ชื่อว่าอาเต๊าแลเล่าเปียวให้เล่าปี่ไปอยู่ ณ เมืองซินเอี๋ย แต่ตัวเล่าเปียวยังเรียกเล่าปี่มาปรึกษาราชการอยู่เนืองๆ อยู่มาเล่าเปียวเชิญเล่าปี่มาปรึกษาเรื่องการยกตำแหน่งเจ้าเมืองเกงจื๋วให้ บุตรทั้งสอง เล่าปี่เสนอให้ยกให้เล่ากี๋ด้วยว่าเป็นบุตรคนโต ชัวฮูหยินกับชัวมอผู้ซึ่งคิดให้เล่าจ๋องขึ้นครองอำนาจคิดแค้นเล่าปี่เป็นอัน มาก จึงคิดแผนเชิญเล่าปี่เป็นเจ้าภาพแทนเล่าเปียวรับคำนับหัวเมืองในวันปีใหม่ พยายามลอบฆ่าแต่มิสำเร็จ เล่าปี่หนีออกทางประตูเมืองทางด้านตะวันตกแลพลัดหลงมิรู้ไปทางใดหนีมาถึงแดน เมืองลำเจี๋ยง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 32 &#8211; เล่าปี่ได้ชีซีเป็นที่ปรึกษา</strong><br />
เล่าปี่หนีมาพอเวลาเพลาพบเด็กเลี้ยงควายทักว่าเล่าปี่ เล่าปี่นึกสงสัยว่ารู้จักได้อย่างไร เด็กเลี้ยงควายจึงพาไปพบอาจารย์สุมาเต็กโช ครั้นสนทนากัน สุมาเต็กโชว่าผู้มีสติปัญญามิสู้ไกลนัก อันฮกหลงกับฮองซูหากได้มาแต่ผู้หนึ่งก็สามารถครองแผ่นดินได้ เล่าปี่ได้ครุ่นคิดนัก รุ่งเช้าจูล่งเที่ยวตามหาจนพบ เล่าปี่จึงคำนับสุมาเต็กโชลาออกมา พบชีซีเดินทำเพลงด้วยถ้อยคำแยบคาย เล่าปี่กริ่งใจว่าเป็นผู้มีสติปัญญา จึงเข้าสนทนาด้วยรู้ว่าเป็นชีซีจึงเชื้อเชิญเข้ามาทำการด้วยให้คุมบังคับ บัญชาทหารทั้งปวง</p>
<p>อยู่มาโจหยิน ลิเตียนซึ่งอยู่ ณ เมืองห้วนเสียรู้ว่าเล่าปี่อยู่ที่เมืองซินเอี๋ยจึงเข้ารบด้วย ชีซีเสนอแผนการให้จูล่งเข้าแก้กระบวนพยุหะแปดกุญแจทองของโจหยินแลให้กวนอู อ้อมเข้าตีเมืองห้วนเสีย โจหยิน ลิเตียนสู้มิได้จึงถอยหนีไปเมืองฮูโต๋ ครั้นเล่าปี่ได้เมืองห้วนเสียแล้วได้เล่าฮองเป็นบุตรบุญธรรม ให้จูล่งอยู่รักษาเมือง ตัวเล่าปี่ ชีซี กวนอู เตียวหุย กลับไปเมืองซินเอี๋ย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 33 &#8211; เล่าปี่เยือนกระท่อมโงลังกั๋ง</strong><br />
ฝ่ายโจหยินหนีไปพบโจโฉ รู้ว่าเล่าปี่ได้ชีซีเป็นที่ปรึกษาคิดดึงตัวมาอยู่ด้วยมิให้เล่าปี่คิดการ กำเริบ จึงเชิญมารดาชีซีมาเลี้ยงดูแล้วส่งจดหมายปลอมเป็นว่าให้เรียกตัวชีซีมาอยู่ ด้วยโจโฉ ด้วยชีซีเป็นคนกตัญญูจึงมิได้รู้เท่าทันจึงลาเล่าปี่ไปอยู่ ณ ฮูโต๋ แลก่อนไปนั้นเล่าปี่ร้องไห้รักเป็นอันมาก ชีซีจึงว่าใกล้ๆนี้มีผู้มีสติปัญญาอยู่ด้วยชื่อว่าฮกหลงหรือว่าขงเบ้ง เล่าปี่มีใจยินดีเป็นอันมาก ชีซีจึงลาไปแล้วรู้ว่าแม่ฆ่าตัวตายเนื่องจากตัวหลงเบาปัญญาซึ่งโจโฉ ต่อมาชีซีจึงมิมีใจอยู่ด้วยโจโฉโดยสุจริต</p>
<p>ฝ่ายเล่าปี่จึงพากวนอู เตียวหุย ไปเขาโงลังกั๋งเพื่อคำนับขงเบ้งครั้งแรกมิเจอพบแต่เพื่อนขงเบ้ง ต่อมาเล่าปี่รู้ข่าวว่าขงเบ้งกลับมาแล้วจึงไปเยือนอีกครั้งก็มิพบแต่ให้ เขียนจดหมายคำนับฝากไว้เพียงพบเพื่อนขงเบ้งคุยกัน ณ ร้านสุราเล่าปี่สำคัญผิดจึงเข้าไปคำนับ ครั้นรู้ว่ามิใช่จึงละอายยิ่งนัก</p>
<p>อยู่มาฤดูหนาวเล่าปี่จัดแจงไปคำนับอีกครั้งจึงพบ ขงเบ้งนอนอยู่จึงมิอาจปลุก ขงเบ้งแสร้งนอนถึงตะวันคล้อย จึงตื่นเข้าสนทนาด้วยเล่าปี่ทั้งบิดพริ้วอยู่ ขงเบ้งแจงให้เห็นว่า กำลังแผ่นดินจีนจะแบ่งออกเป็นสามก๊ก เล่าปี่ได้ฟังอย่างนั้นนึกเลื่อมใสแลว่าอย่าบิดพริ้วอยู่เลยไปทำราชการด้วย กันเถอด ขงเบ้งจึงปลงใจอยู่ด้วย จัดแจงร่ำลาจูกัดกิ๋นผู้น้องแล้วไปอยู่ด้วยเล่าปี่ ณ เมืองซินเอี๋ย เล่าปี่จึงให้เป็นที่ปรึกษากิจการทั้งปวง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 34 &#8211; ซุนกวนคิดตีเล่าเปียว</strong><br />
อยู่มาฝ่ายซุนกวนเกลี้ยกล่อมผู้มีสติปัญญาเป็นอันมาก ซุนเซียงผู้น้องกับงอฮูหยินผู้เป็นมารดาถึงแก่ความตาย ซุนกวนจึงให้แต่งการศพไว้ แลได้ข่าวว่ากำเหลงหนีออกจากเล่าเปียวกับหองจอเข้ามาอยู่ด้วย ซุนกวนจึงรับไว้ กำเหลงเสนอให้ซุนกวนออกตีหองจอเจ้าเมืองกังแฮ กำเหลงอาสาออกตีด้วย เอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกหองจอตกม้าตาย แลซุนกวนจึงเอาศีรษะหองจอมาเซ่นไหว้บิดา ด้วยแต่ก่อนหองจอเป็นคนฆ่าซุนเกี๋ยนผู้บิดา ตอนรวมหัวเมืองเข้าสู้ตั๋งโต๊ะแล้วซุนกวนก็เลิกทัพกลับเข้าเมืองกังตั๋งด้วย เกรงเล่าเปียวจะวางกำลังไว้แน่นหนา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 35 &#8211; เผาทุ่งพกบ๋อง</strong><br />
ฝ่ายเล่าเปียวคิดใช้ให้เล่าปี่ไปตีเมืองกังตั๋งหวังแก้แค้น ขงเบ้งคิดอ่านให้บ่ายเบี่ยงก่อน แลเล่าเปียวจะยกเมืองให้เล่าปี่ เล่าปี่ก็มิอาจรับ อยู่มาเล่ากี๋ผู้บุตรเล่าเปียวเข้าขอคำปรึกษาขงเบ้ง เรื่องกลัวอันตรายจากชัวฮูหยินกับชัวมอ ขงเบ้งจึงแนะนำให้เล่ากี๋ไปอยู่ ณ เมืองกังแฮ</p>
<p>ฝ่ายโจโฉได้สุมาอี้เป็นที่ปรึกษาคิดกำเริบหวังตีหัวเมืองชายทะเลสิ้น ส่งแฮหัวตุ้นกับทหารสิบหมื่นออกตีเล่าปี่ ณ เมืองซินเอี๋ย เล่าปี่กองกำลังน้อยกว่าขงเบ้งจึงให้ตั้งค่ายซุ่ม ณ ทุ่งพกบ๋องแลแฮหัวตุ้นประมาทมิฟังคำทัดทานของลิเตียน จึงถูกลอบวางเพลิงเสีย ทหารแฮหัวตุ้นวิ่งหนีแตกตื่นเหยียบตายกันเป็นอลหม่านบ้างหนีไม่ทันตายใน เพลิงเป็นอันมาก ด้วยสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าแขมไฟจึงลามไปทั่วกองทัพ ศพดาษดังขอนไม้ โลหิตแดงไปทั้งป่า ทหารสิบหมื่นตายสิ้น แฮหัวตุ้นเสียทีดังนั้นจึงทิ้งทหารหนีกลับเมืองฮูโต๋ แลฝีมือของขงเบ้งแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แต่นั้นมา เตียวหุย กวนอูกับนายทหารอื่นจึงเลื่อมใสขงเบ้งยิ่งนัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 36 &#8211; โจโฉยาตราทัพลงใต้</strong><br />
ฝ่ายเล่าเปียวป่วยหนักใกล้ตายเรียกเล่ากี๋เข้าพบแต่ถูกชัวมอห้ามไว้เล่ากี๋ มิรู้ทำอย่างไร จึงจำใจกลับไปเมืองกังแฮ อยู่มาเล่าเปียวโรคป่วยกำเริบจึงถึงแก่ความตาย จึงให้แต่งการศพตามประเพณี แล้วชัวมอก็ตั้งให้เล่าจ๋องเป็นเจ้าเมืองแทนบิดาต่อไป</p>
<p>อยู่มาโจโฉกะเกณท์ทหารเข้าถึงห้าสิบหมื่นยกลงใต้หวังตีแผ่นดินให้ราบคาบ เล่าจ๋องรู้ดังนั้นจึงตกใจ คิดอ่านยกเมืองเกงจิ๋วให้โจโฉ โจโฉแจ้งดังนั้นก็มีความยินดี</p>
<p>ฝ่ายเล่าปี่รู้ว่าเล่าเปียวตายแล้วจึงร้องไห้จนสลบ แล้วขงเบ้งคิดอ่านให้เล่าปี่ย้ายจากเมืองซินเอี๋ย ไปเมืองอ้วนเซีย เพื่อคิดอ่านป้องกันโจโฉแลเล่าปี่จึงชักชวนราษฎรประชาราษฎร์ให้ติดตามไปด้วย ฝ่ายโจหยิน เคาทูยกทัพเป็นกองหน้าเข้าเห็นเมืองซินเอี๋ยว่างอยู่จึงเข้าไปพัก ถูกกลขงเบ้งให้จูล่งเข้าเผาเมือง ทหารโจหยินเหยียบหนีตายกันอลหม่านหนีมาถึงริมฝั่งแม่น้ำ ถูกกวนอูซุ่มให้ทหารพังทำนบน้ำไหลบ่าลงมา ทหารโจหยินจมน้ำตายเป็นอันมาก เตียวหุยเข้าสกัดไว้อีกทัพโจหยินแตกหนีมิมีใจจะรบจึงหนีมาเข้ารวมกับโจโฉ<br />
โจโฉรู้ดังนั้นก็โกรธให้ชีซีไปเกลี้ยกล่อมเล่าปี่ ณ เมืองอ้วนเซีย เล่าปี่มิยอมโจโฉจึงยาตราทัพ ไปเมืองอ้วนเซียหวังล้างเล่าปี่ให้สิ้น แลขงเบ้งเห็นว่าถ้าตั้งอยู่ที่เมืองอ้วนเสียนั้นมิได้จึงโยกย้ายไปเมืองซงห ยง ราษฎรแลอาณาประชาราษฎร์ขอติดตามเล่าปี่ไปด้วย ชาวเมืองทั้งปวงก็ทิ้งบ้านเมืองเสียอพยพร้องไห้ตามเล่าปี่ เสียงนั้นอื้ออึงไป แลเล่าปี่ไปถึงเมืองซงหยงนั้นเข้าไม่ได้จึงไปยังเมืองกังเหลง</p>
<p>ฝ่ายโจโฉติดตามมาถึงเมืองอ้วนเซียใกล้จะทันอยู่แล้ว ขงเบ้งจึงให้กวนอูไปขอทหารจากเล่ากี๋ ณ เมืองกังแฮ ให้จูล่งคุมครอบครัว ตัวเล่าปี่ เตียวหุยคุมทหารไปป้องกันอยู่หลังทัพ แลเดินทางได้แต่วันละร้อยเส้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 37 &#8211; จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า</strong><br />
ครั้นโจโฉยกทัพมาถึงเมืองซงหยง เล่าจ๋องจึงออกมาคำนับ โจโฉจึงให้เล่าจ๋องไปอยู่เมืองเฉงจิ๋ว ให้ชัวมอ เตียวอุ๋นเป็นนายกองทัพเรือฝึกทหารทั้งปวง แล้วโจโฉจึงส่งอิกึ๋มไปฆ่าเล่าจ๋องกับชัวฮูหยินเสียระหว่างทาง ครั้นบำรุงไพร่พลทหารเสร็จแล้วจึงยกกองทัพหลวงต่อไปยัง ณ เมืองกังเหลง ฝ่ายเล่าปี่เร่งเดินทางอยู่ ขงเบ้งจึงออกไปตามกวนอู ณ เมืองกังแฮอีกคน<br />
ครั้นประมาณสามยามเล่าปี่ได้ยินเสียงโห่ร้องอื้ออึงมา เล่าปี่ก็ตกใจยกทหารสองพันเข้ารบด้วยโจโฉเป็นสามารถ เตียวหุยเห็นดังนั้นก็เข้าช่วยหักไปช่วยเล่าปี่ ทหารโจโฉจึงรุกไล่ฆ่าฟันอาณาประชาราษฎร์หลบหนีวุ่นวาย การโกลาหลยิ่งนัก ครอบครัวเล่าปี่ถูกทหารไล่มาก็พลัดพรากกระจายไปกับชาวบ้าน เล่าปี่กับเตียวหุยก็ช่วยต้านทานเป็นสามารถ แต่มิอาจสู้ได้เหลือทหารแต่ร้อยหนึ่ง แลครอบครัวราษฎรบาดเจ็บล้มตายยิ่งนัก</p>
<p>เล่าปี่กับเตียวหุยหลบหนีผ่านสะพานเตียงปันเกี้ยวไป ตัวเตียวหุยก็วกกลับเข้ามายืนขี่ม้าถือทวนสกัด แต่เพียงผู้เดียว ทหารโจโฉสำคัญเป็นเตียวหุยก็เกิดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ ฝ่ายจูล่งซึ่งเล่าปี่ให้คุมครอบครัวตัวอยู่นั้น ตะลุมบอนอยู่ในทัพโจโฉ ตีตลบกลับแล้วตีหักไปอีก ตามหาตัวอาเต๊าบุตรเล่าปี่แลกำฮูหยิน บิฮูหยินภรรยาเล่าปี่ก็มิพบ จนรุ่งสว่างจึงหักเข้าไปควานหาอีก พบชาวบ้านต้องอาวุธบาดเจ็บเป็นอันมาก แลเสียงร้องไห้อื้ออึงคะนึงไป พบนางกำฮูหยิน จึงพาออกมาถึงต้นสะพานแล้ววกกลับเข้าไปหาอีกเป็นหลายตลบ พบบิฮูหยินบาดเจ็บอุ้มอาเต๊าอยู่ จูล่งรีบเข้าไปแล้วชวนให้รีบหนี ฝ่ายนางบิฮูหยินรู้ว่าตัวบาดเจ็บจะเป็นตัวถ่วงจึงรั้นมิไป ฝากอาเต๊าให้จูล่ง แล้วตัวก็รีบกระโจนลงในบ่อที่อยู่ข้างๆตกลงไปตาย จูล่งเห็นดังนั้นจึงร้องไห้แลกลบปากบ่อเสียหวังมิให้ทหารโจโฉพบ แล้วถอดเกราะเอาอาเต๊าไว้ข้างใน รบฝ่าหนีทหารโจโฉออกมาแต่เพียงผู้เดียว ฝ่ายทหารโจโฉเข้าล้อมสกัดเป็นอันมาก จูล่งก็รบฝ่าออกมารบพุ่งกันอลหม่านฆ่าทหารเอกแลทหารเลวโจโฉมากมาย โลหิตนั้นติดกายแลเกราะเป็นอันมาก จูล่งก็ขับม้ารีบหนีไปถึงสะพานเตียงปันเกี้ยว ตัวจูล่งแลม้าที่ขี่ก็อ่อนแรงลง เตียวหุยจึงว่าเจ้ารีบขับม้าพาบุตรไปให้เล่าปี่เถิด จูล่งก็ขับฝ่าไป เตียวหุยเข้าสกัดแลเห็นสัปทนกั้นมาข้างหลังก็รู้ว่าโจโฉทัพหลวงมาถึงเอง จึงร้องตวาดด้วยเสียงอันดัง ทหารโจโฉก็กลัวมิกล้าเข้าใกล้ทั้งเกรงในกลขงเบ้ง แล้วเตียวหุยก็ให้ชักกระดานสะพานเสียพาทหารกลับมาหาเล่าปี่ แลโจโฉสำคัญในกลจึงให้ทำสะพานแล้วยกทหารตามไป</p>
<p>ฝ่ายเล่าปี่เห็นผงคลีฟุ้งตลบอยู่ แลเสียงโห่ร้องอื้ออึงคนึง ก็สำคัญว่าโจโฉยกทัพมาถึงตัวแล้ว แลมิรู้จะหนีไปทางใด พอดีกวนอู เล่ากี๋ยกทหารข้ามเรือมาช่วยพอดีเข้าช่วยสกัดรบพุ่งทหารโจโฉ เล่าปี่เห็นดังนั้นก็มีความยินดียิ่งนัก ขงเบ้งจึงให้กวนอูไปอยู่เมืองแฮเค้า ตัวเล่าปี่ ขงเบ้งไปอยู่กับเล่ากี๋ ณ เมืองกังแฮ ฝ่ายโจโฉนึกสำคัญว่ากลขงเบ้งจึงมิอาจไล่ตีตามด้วยเกรงอยู่ แล้วไปอยู่ ณ เมืองเกงจิ๋ว สะสมพลทหารลือว่าได้ร้อยหมื่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 38 &#8211; ขงเบ้งเจรจากับที่ปรึกษาซุนกวน</strong><br />
ฝ่ายซุนกวนรู้ว่าโจโฉยกมาเป็นการเอิกเริกยิ่งนัก จึงให้โลซกไปสืบราชการ ณ เมืองเกงจิ๋ว ครั้นโลซกมาถึงก็เข้าแวะเยี่ยมเล่าปี่ ขงเบ้ง จึงได้สนทนากัน ฝ่ายขงเบ้งคิดยุให้โจโฉกับซุนกวนผิดใจกัน จึงลาเล่าปี่ไปเข้าพบซุนกวน ณ เมืองกังตั๋ง</p>
<p>ครั้นมาถึงเมืองกังตั๋งโลซกก็จัดหาที่อยู่ให้ขงเบ้ง แล้วตัวโลซกเข้าพบซุนกวน พบที่ปรึกษาแลนายทหารทั้งปวงเกี่ยงกันเป็นสามารถด้วยฝ่ายหนึ่งให้เข้าอ่อน น้อมด้วยโจโฉ อีกฝ่ายให้เข้าสู้รบเป็นสามารถ ฝ่ายซุนกวนด้วยเป็นคนเรรวนมิรู้จะทำประการใดจึงนิ่งอยู่ พอดีโลซกว่าขงเบ้งมา ณ เมืองกังตั๋ง ซุนกวนมีความยินดีจึงเชิญขงเบ้งเข้ามา</p>
<p>ครั้นขงเบ้งเข้ามาพบที่ปรึกษาซุนกวนหลายคน จึงเข้าสนทนาอยู่ ฝ่ายเตียวเจียว ยีหวน โปเจ๋า ซีหอง ลกเจ๊ก เหยียมจุ้น เทียตก ผู้สนับสนุนให้ซุนกวนเข้าอ่อนน้อมด้วยโจโฉ ปะทะคารมกับขงเบ้งเป็นอันมาก แลแต่ละคนมิสู้ปากขงเบ้งก็เลยนิ่งอยู่ ครั้นอุยกายพาขงเบ้งเข้าพบซุนกวน ขงเบ้งก็เข้ายุแหย่ซุนกวนให้สู้ด้วยโจโฉ ซุนกวนก็ยังเรรวนอยู่มิรู้ทำประการใด ด้วยฝ่ายขุนนางเข้าด้วยเตียวเจียวให้เข้าอ่อนน้อมแก่โจโฉ แลฝ่ายทหารเข้าด้วยโลซกแลขงเบ้งให้รบด้วยโจโฉ จึงมิรู้ทำประการใด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 39 &#8211; ซุนกวนตัดสินใจรบด้วยโจโฉ</strong></p>
<p>ซุนกวนก็มีความวิตกนัก พอดีนางงอก๊กไถ่ผู้เป็นแม่น้าจึงว่า ตอนที่ผู้พี่เจ้าตายการข้างในให้ปรึกษาเตียวเจียว การข้างนอกให้ปรึกษาจิวยี่ ซุนกวนก็เพิ่งรำลึกถึงจิวยี่ได้ก็มีความยินดีจึงเรียกจิวยี่เข้าไปพบเพื่อ ปรึกษา</p>
<p>ฝ่ายจิวยี่เข้าพบขงเบ้งแลโลซก จิวยี่จึงว่าให้อ่อนน้อมด้วยโจโฉ ฝ่ายขงเบ้งจึงเข้ายุแหย่จิวยี่ให้สู้รบ โดยอ้างว่าโจโฉมากังตั๋งต้องการสองนางไปบำเรอ ชื่อว่า นางเสียวเกี้ยว กับนางไต้เกี้ยว จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็โกรธด้วยว่านางเสียวเกี้ยวเป็นภรรยาของตัวอยู่นั่นเอง แล้วเข้าพบซุนกวนเพื่อเสนอให้เข้าสู้โจโฉ ซุนกวนจึงตัดสินใจเด็ดขาดให้จิวยี่ถืออาญาสิทธิ์ทั้งปวงแล้วเข้ารบด้วยโจโฉ</p>
<p>ฝ่ายจิวยี่เห็นขงเบ้งหลักแหลมรู้น้ำใจคนจึงว่านานไปจะเป็นศัตรูต้องรีบกำจัด เสีย ครั้นอยู่มาเล่าปี่รู้ข่าวว่าซุนกวนตัดสินใจตีโจโฉจึงจัดแจงพลทหารสิ้นไป ตั้งอยู่ ณ เมืองแฮเค้า จิวยี่จึงแสร้งทำอุบายเชิญเล่าปี่มาปรึกษาราชการที่เมืองกังตั๋งหวังลอบฆ่า เสีย เล่าปี่จึงพากวนอูมาด้วย ทหารจิวยี่เห็นกวนอูจึงเกรงกลัวยิ่งนักมิอาจทำอันตรายเล่าปี่ได้ ฝ่ายขงเบ้งรู้ว่าเล่าปี่มายังกังตั๋งจึงเข้าพบแล้วว่า เดือนอ้ายแรมห้าค่ำให้จูล่งมารับ ณ ริมฝั่งแม่น้ำ แล้วเล่าปี่ก็ลากลับไป ณ เมืองแฮเค้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 40 &#8211; ขงเบ้งยืมเกาทัณฑ์</strong><br />
ฝ่ายชัวมอ เตียวอุ๋นจัดแจงฝึกทัพเรือให้กล้าแข็ง ด้วยทหารโจโฉเป็นชาวเหนือไม่ชำนาญทางเรือ จิวยี่รู้ดังนั้นก็คิดอุบายกำจัดชัวมอ เตียวอุ๋นเสีย พอดีเจียวก้านข้ามมายัง ณ กังตั๋งหวังเกลี้ยกล่อมจิวยี่เข้าด้วยโจโฉ จิวยี่เห็นได้ทีจึงทำทีเชิญเจียวก้านกินโต๊ะแล้วเผลอหลับไป ฝ่ายเจียวก้านนอนไม่หลับลุกขึ้นมา พบจดหมายที่ชัวมอ เตียวอุ๋นส่งมาให้จิวยี่ที่จิวยี่ปลอมไว้ สำคัญว่าจริงก็รีบแอบนำจดหมายกลับมาให้โจโฉ</p>
<p>ฝ่ายโจโฉครั้นได้เปิดอ่านแล้ว มิรู้เท่าทันกลจิวยี่ จึงเรียกให้ชัวมอ เตียวอุ๋นไปประหารเสีย จิวยี่แจ้งดังนั้นในอุบายก็มีความยินดีสิ้นวิตก ฝ่ายขงเบ้งรู้เท่าทันกลจิวยี่ จิวยี่รู้ดังนั้นก็มีความริษยาขงเบ้งเป็นอันมาก คิดอุบายหาขงเบ้งเข้ามาแล้วว่าให้ช่วยทำเกาทัณฑ์สิบหมื่นดอกในสิบวัน ขงเบ้งรู้ดังนั้นก็แจ้งว่า จิวยี่ปราถนาจะหาความผิดใส่ตัวเสียจะได้ฆ่าเสีย จึงออกปากเพียงว่าจะได้ลูกเกาทัณฑ์ในสามวันเท่านั้น จิวยี่จึงนึกว่าขงเบ้งหลงในอุบายตัวเข้าแล้ว<br />
ฝ่ายขงเบ้งนิ่งเสียสองวันครั้นวันที่สามจึงชวนโลซกลงเรือ แล้วพาเรือเล็กยี่สิบลำ ไปยังทัพโจโฉตอนดึก เรือแต่ละลำนั้นเต็มไปด้วยหุ่นฟางมัดสีดำเป็นอันมาก ขณะนั้นหมอกลงจัดฝ่ายโจโฉเห็นเรือแล่นเข้ามา ก็สำคัญว่าเป็นเรือข้าศึกก็ระดมยิงเกาทัณฑ์เข้าใส่เรือเป็นอันมาก มิเห็นว่าทหารมากแลน้อย ครั้นลูกเกาทัณฑ์เต็มฝั่งขงเบ้งก็ให้กลับแคมรับอีกฝั่งนึง จนเรือแต่ละลำเต็มไปด้วยเกาทัณฑ์จึงยกกลับ ได้เกาทัณฑ์ติดฟางมาเป็นอันมากนับได้เกินสิบหมื่น จิวยี่เห็นดังนั้นก็ทอดใจใหญ่แล้วว่า ขงเบ้งมีสติปัญญาลึกซึ้งยิ่งนัก</p>
<p>พอดีขงเบ้งเดินเข้ามา จิวยี่จึงว่าทัพโจโฉยกทัพมาขนาดนี้เห็นจะหักโหมเข้าไปก็จะขัดสน จึงว่าเรามีกลอุบายอยู่อันนึง ขงเบ้งจึงว่าให้เขียนกลอุบายลงฝ่ามือ ออกมาดูพร้อมกัน จิวยี่เห็นชอบ ครั้นเขียนเสร็จก็แบมืออกมาพบคำว่าเพลิงต้องกัน แล้วแต่ละคนก็หัวเราะ จิวยี่จึงว่าอย่าให้การนี้แพร่งพรายไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 41 &#8211; ขงเบ้งเรียกลมตะวันออก</strong><br />
ฝ่ายจิวยี่วิตกอยู่ด้วยหาคนไปสอดแนมฝ่ายโจโฉ อุยกายเห็นดังนั้นจึงอาสาทำทีเป็นเข้าด้วยโจโฉ จิวยี่มีความยินดีนัก รุ่งเช้าจึงสั่งให้โบยอุยกายเสียทำทีให้เจ็บแค้น แล้วส่งงำเต๊กไปแต่งกลลวงโจโฉ โจโฉก็สำคัญเชื่อให้หาอุยกายเข้ามา ครั้นยังคลางแคลงใจอยู่ จึงหาผู้อาสาไปสอดแนมราชการที่เมืองกังตั๋ง ดูว่าเป็นจริงแลร้ายประการใด ฝ่ายเจียวก้านเห็นดังนั้นจึงว่าตัวขออาสาไปสอดแนมอีกครั้ง ด้วยขอแก้ตัวซึ่งครั้งก่อนซึ่งทำการพลาดไป โจโฉก็ยินยอมให้ไป</p>
<p>ครั้นเจียวก้านมาถึงจิวยี่ก็ทำทีเป็นโกรธแล้วให้ไปคุมไว้ ณ วัดเชิงเขา ฝ่ายเจียวก้านมีความทุกข์ มิเป็นอันกินอันนอน พบบังทองเจียวก้านจึงเข้าไปคำนับแล้วว่าท่านนี้หรือคืออาจารย์ฮองซู มีความยินดีเป็นอันมากจึงเชิญไปพบโจโฉ ณ ค่ายโดยหารู้ไม่ว่าต้องกลอุบายจิวยี่เสียแล้ว</p>
<p>ครั้นเจียวก้านพาบังทองมายังค่าย โจโฉก็มีความยินดีนักแล้วพาบังทองไปชมทัพเรือ บังทองเห็นดังนั้นจึงแสร้งแนะนำให้ผูกเรือติดกันเข้าไว้ด้วยโซ่ตรวนเพื่อไม่ ให้ทหารเมาคลื่นระส่ำระสาย ด้วยเรือธรรมดานั้นโคลงเคลงทหารโจโฉไม่สันทัดจึงอาจเมาได้ง่าย โจโฉมิทันคิดก็มีความยินดีนัก แล้วให้เร่งทำการตามบังทองบอก แล้วบังทองก็ลวงโจโฉว่าจะไปเกลี้ยกล่อมคน ณ เมืองกังตั๋งให้เข้าด้วยโจโฉ โจโฉมีความยินดีนักจึงให้ไป ฝ่ายเทียหยกจึงเข้าว่าให้เรือผูกติดกันฉะนี้หากข้าศึกใช้เพลิงเผาเสียก็จะมี อันตรายเป็นมั่นคง โจโฉได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่าฤดูนี้เป็นเทศกาลแจ้งเห็นแต่จะมีลมว่าว แต่ลมตะวันตกหากจิวยี่ใช้ เพลิงก็จะกลับเข้าไปเผาตัวเองเป็นมั่นคง<br />
ฝ่ายจิวยี่แลเห็นปลายธงพัดมาจากต้นลม ณ ค่ายโจโฉก็สะดุ้งใจ จึงคิดว่าการที่คิดไว้เห็นจะไม่เป็นผล ด้วยลืมฉุกคิดถึงเรื่องลมเสีย ว่าแล้วก็อาเจียนโลหิตสลบลงกับที่แล้วก็ป่วยอยู่ ฝ่ายขงเบ้งรู้ดังนั้นก็เข้าพบจิวยี่รู้ว่า ณ เดือนอ้ายแรมห้าค่ำจะเกิดลมสลาตัน จึงแสร้งว่าสามารถทำพิธีเรียกลมสลาตันได้ จิวยี่รู้ดังนั้นมีความยินดีที่ป่วยอยู่ก็คลายลง</p>
<p>ครั้น ณ เดือนอ้ายแรมสามค่ำขงเบ้งก็ทำพิธี จิวยี่จึงให้อุยกายจัดแจงกองทัพไว้ให้พร้อม รอลมมาจะยกทำการตีโจโฉทันที ถึงเวลาสองยามเศษได้ยินเสียงลมจากทิศอาคเนย์อื้ออึงมา จิวยี่จึงมีความยินดีเห็นคงเบ้งมีสติปัญญาเป็นอันมากจึงส่ง ชีเซ่ง เตงฮองไปฆ่าเสีย ฝ่ายขงเบ้งพอเรียกลมเสร็จแล้วก็หลบหนี ไปพบจูล่ง ณ ริมฝั่ง ฝ่ายชีเซ่ง เตงฮองตามไปก็อาจสู้จูล่งได้ ครั้นขงเบ้งมาถึงก็ให้เล่าปี่ไปรอดักซุ่มตีทางหนีโจโฉ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 42 &#8211; โจโฉแตกทัพเรือ</strong><br />
ฝ่ายโจโฉนั้นตั้งใจคอยฝั่งอุยกายอยู่ตลอดเวลา ครั้นถึงเวลาเห็นอุยกกายนำเรือเข้ามาใกล้ เทียหยกเห็นผิดสังเกตจึงว่าแก่โจโฉ โจโฉเห็นชอบด้วยจึงให้บุนเพ่งไปห้ามเรือเสียก่อน อุยกายเห็นได้ทีดังนั้นก็สั่งเรือเร่งเข้าไปจุดไฟขึ้น ครั้นลมสลาตันพัดหนักกล้า ทหารโจโฉก็เข้าดับเพลิงมิทัน เรือที่ผูกติดกันแก้ไม่ได้ก็ถูกเพลิงวอดสิ้นเพลิงลามติดเป็นหลายตำบล ทหารโจโฉก็วิ่งวุ่นวายไปการนั้นโกลาหลนัก ขณะนั้นทัพจิวยี่ จิวท่าย ชีเซ่ง เตงฮองมาถึงก็ตีหักเข้าไป ทหารจิวยี่เข้าไปถึงไหน เพลิงก็ลุกติดขึ้น แลทหารโจโฉหนีมิทันต้องอาวุธเจ็บปวดล้มตายเป็นอันมาก ที่หนีมิทันก็ตายในกองเพลิงบ้าง ตกน้ำตายบ้าง</p>
<p>ฝ่ายโจโฉเห็นดังนั้นก็ตกใจขี่ม้าหลบหนีไปทางตำบลฮัวหลิมพบลิบอง เล่งทองเข้าไล่ตีตามมา เตียวเลี้ยวกับซิหลงก็เข้าสู้เป็นสามารถมิได้แพ้ชนะกัน ซิหลงก็พาโจโฉหนีต่อ พบกำเหลงดักทางอยู่จึงหนีไปทางหับป๋า<br />
ครั้นหนีมาใกล้ตำบลฮัวหลิมพบจูล่งเข้าสกัดทางอยู่ เตียวคับ เตียวเลี้ยวก็เข้าช่วยป้องกันทางด้านหลัง แลทหารโจโฉทิ้งม้าแลศัสตราวุธเป็นอันมากแล้วโจโฉก็สั่งให้รีบหนีไป ครั้นมาถึงตำบลโฮเลาก๊ก ก็ให้หยุดหุงอาหารอยู่ยังมิทันสุกได้กิน เตียวหุยก็เข้าล้อมไว้ เคาทู เตียวเลี้ยว ซิหลง ก็เข้าป้องกันเป็นสามารถแล้วรีบหนีไป ทหารที่หนีมานั้นก็อิดโรยทั้งต้องอาวุธบาดเจ็บเป็นมากแลเห็นทางเข้าลำกุ๋น ก็หลงในกลขงเบ้ง เข้าไปทางน้อยแลทางนั้นแคบเดินลำบากนักโจโฉก็ให้เร่งให้เดินไป ครั้นพ้นซอกเขาโจโฉก็หัวเราะขึ้นแล้วว่า หากขงเบ้งให้คนมาซุ่มอยู่ตรงนี้เห็นตัวจะมิรอดแน่ครั้นขาดคำได้ยินเสียง ประทัด กวนอูถือง้าวคุมสกัดทางไว้ โจโฉเห็นจวนตัวจะมิรอดทหารที่มาก็เหลือเพียงร้อยเศษ จึงวอนกวนอูให้ปล่อยตัวให้พ้นภัย กวนอูนึกถึงครั้งสมัยที่โจโฉเลี้ยงดูตนนึกสงสารจึงหลีกทางให้โจโฉไป</p>
<p>ฝ่ายโจโฉหนีมาพบโจหยิน คิดยกกลับฮูโต๋ ให้โจหยินอยู่รักษาเมืองลำกุ๋น แฮหัวตุ้นรักษาเมืองซงหยง เตียวเลี้ยวรักษาเมืองหับป๋า แล้วโจโฉก็จัดแจงทหารยกกลับไปฮูโต๋ ฝ่ายจิวยี่ครั้นรบมีชัยจึงยกกองทัพไปตั้งอยู่ที่ตำบลลิมกั๋ง หวังจะคิดอ่านไปตีเมืองลำกุ๋น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 43 &#8211; จิวยี่ไปเอาเมืองซงหยง</strong></p>
<p>ฝ่ายจิวยี่รู้ว่าเล่าปี่ไปตั้งอยู่ ณ ปากน้ำเมืองอิวกั๋ง แล้วก็สะดุ้งตกใจ รู้ว่าขงเบ้งเห็นทีจะตัดหน้า ชิงเอาเมืองลำกุ๋นเสียเป็นมั่นคง จึงเชิญเล่าปี่มากินโต๊ะแล้วว่าหากเราตีเมืองลำกุ๋นก็ให้ท่านยกตีเสียเถิด เล่าปี่จึงตกปากรับคำ จิวยี่จึงยกไปตีได้ด่านอิเหลงแลยกมาถึงเมืองลำกุ๋น ถูกกลโจหยินตีพ่าย แลตัวจิวยี่ถูกลูกเกาทัณฑ์อาบพิษที่ขาซ้าย ทหารเข้าาช่วยแก้ หมอจึงว่าให้ระงับความโกรธเสีย หากเมื่อใดมีความโกรธพิษเกาทัณฑ์จะกำเริบขึ้น</p>
<p>ฝ่ายจิวยี่ทำอุบายว่าถูกพิษเกาทัณฑ์กลุ้มขึ้นถึงแก่ความตาย ฝ่ายโจหยินสำคัญว่าตายจริงก็เชื่อเข้าปล้นค่ายจิวยี่ ถูกจิวยี่ซ้อนกลให้ล้อมสี่ด้านกระหนาบเข้ามา ตัวโจหยินสู้มิได้จึงถอยเสีย ครั้นจะกลับเมืองก็มิได้ด้วยกำเหลง เล่งทองสกัดทางไว้ จึงหลบหนีไปยังเมืองซงหยง ฝ่ายจิวยี่จึงพาทหารจะเข้าไปเมืองลำกุ๋น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 44 &#8211; เล่าปี่ชิงเอาเมืองตัดหน้า</strong><br />
ครั้นถึงเมืองลำกุ๋นขงเบ้งก็ให้จูล่งมาชิงเมืองตัดหน้าเสีย จิวยี่มีความคับแค้นใจเป็นอันมาก ด้วยว่าทำสงครามเสียลี้พลแลเสบียง สิ่งของเงินทองเป็นอันมาก อันตัวเล่าปี่นั้นมิได้เสียเงินทองแลทหารเลย มาชุบมือเปิบเอาเมืองเห็นมิชอบ แล้วฉุกคิดว่าเมืองเกงจิ๋ว ซงหยงเกลือกขงเบ้งจะแย่งชิงตัดหน้าเสียอีกจึงรีบยกทัพไป</p>
<p>ครั้นมาถึงรู้ว่าขงเบ้งแต่งอุบายให้กวนอู เตียวหุย ชิงสองเมืองนี้แล้ว คับแค้นใจเป็นมาก ปราถนาฆ่าขงเบ้งเสีย พิษเกาทัณฑ์กลุ้มขึ้นมาจนจิวยี่สลบลง คนทั้งปวงช่วยกันแก้ไข แล้วจิวยี่จึงเลิกทัพกลับไปเมืองฉสองกุ๋น<br />
ฝ่ายโลซกเข้าเจรจาด้วยเล่าปี่ ขงเบ้ง ขงเบ้งจึงอ้างว่าอันสามเมืองนี้เดิมขึ้นแก่เล่าเปียว ครั้นเราตีสามเมืองนี้ยกให้แก่เล่ากี๋นั้นตัวผิดด้วยหรือ โลซกจึงว่าหากเล่ากี๋ถึงแก่ความตายก็ให้ยกสามเมืองนี้คืนแก่กังตั๋ง ขงเบ้งก็รับคำ</p>
<p>ฝ่ายเล่าปี่ใคร่ปราถนาที่จะครอบครองเมืองนี้ไว้เองจึงออกตีบุเหลง เมืองเตียงสา เมืองฮุยเอี๋ยง เมืองเลงเหลงอันเป็นหัวเมืองฝ่ายใต้เพื่อสะสมไพร่พลแลเสบียงเป็นกำลังต่อไป ได้ฮองตงแลอุยเอี๋ยนเป็นทหารเอก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 45 &#8211; เล่าปี่แต่งซุนฮูหยิน</strong><br />
ฝ่ายซุนกวนได้รบกับเตียวเลี้ยว ณ เมืองหับป๋ามาช้านานกว่าสิบครั้งก็ยังไม่แพ้ชนะกัน ไทสูจู้เสนออุบายตีค่ายเตียวเลี้ยว เตียวเลี้ยวรู้ทันซ้อนกลไทสูจู้ได้ ตัวไทสู้จู้ถูกเกาทัณฑ์เจ็บปวดเป็นหลายแห่งเห็นจะมิรอด ซุนกวนจึงคิดวิตกนักยกทัพกลับมาเมืองลำซี ครั้นยกกลับมาไทสูจู้ก็ถึงแก่ความตาย ซุนกวนก็สงสารอยู่มิได้ขาด</p>
<p>อยู่มาเล่ากี๋ป่วยตายโลซกจึงเดินทางมาหาเล่าปี่ทวงเมืองเกงจิ๋วคืน ขงเบ้งจึงทำโกรธว่า หากการรบครั้งนี้ไม่มีเล่าปี่แลเราการก็คงมิสำเร็จ โลซกได้ฟังดังนั้นก็นิ่งอยู่ แล้วขงเบ้งจึงว่าหากเราไปรบตีเมืองเสฉวน ซึ่งขึ้นแก่เล่าเจี้ยงได้ก่อนจึงคืนเมืองให้ โลซกได้ยินดังนั้นก็คำนับออกมา<br />
ฝ่ายโลซกกลับมาบอกจิวยี่ จิวยี่จึงโกรธแล้วว่าตัวนั้นนี้ซื่อนักที่ไหนจะได้เมืองกลับมา อยู่มาจิวยี่รู้ข่าวว่ากำฮูหยินภรรยาเล่าปี่อีกคนตายเสียแล้ว จึงคิดอ่านทำอุบายเข้าว่าแก่ซุนกวนให้ยกน้องสาวแก่เล่าปี่ ล่อลวงเล่าปี่มาจับไว้ ซุนกวนเห็นชอบด้วย การนั้นเป็นความลับอยู่ ฝ่ายขงเบ้งรู้ทันในอุบายจึงซ้อนกลให้เล่าปี่ไปด้วยจูล่ง ครั้นพอถึง จูล่งก็ให้ปล่อยข่าวไปทั่วเมือง การรู้ข่าวถึงนางงอก๊กไถ่ผู้เป็นแม่น้าซุนกวน นางงอก๊กไถ่จึงเข้าไปต่อว่าซุนกวน ว่าทำการอัปยศนักเห็นทีต้องจับแต่งงานเสียจริงๆ แล้วก็ให้จัดแจงให้เล่าปี่กับซุนฮูหยินตามประเพณี</p>
<p>ฝ่ายเล่าปี่ก็หลงใหลในภรรยาแลสมบัติพัศถานที่ซุนกวนนำมาให้ก็หลงละเลิงไป มิมีใจคิดที่จะกลับเมืองเกงจิ๋ว จูล่งจึงใช้อุบายที่ขงเบ้งฝากมาให้ จึงลวงแก่เล่าปี่ว่าโจโฉจะยกมาตีเกงจิ๋ว เล่าปี่มีความอาลัยยิ่งนัก ซุนฮูหยินจึงหนีตามเล่าปี่มา ณ เมืองเกงจิ๋ว ทหารจิวยี่ก็ตามมามิทัน แลตัวซุนกวนนั้นอัปยศนัก ทั้งเสียน้องสาวไปให้แก่เล่าปี่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 46 &#8211; จิวยี่ตาย</strong><br />
ฝ่ายโจโฉตั้งแต่แตกทัพเรือครั้งนั้นก็มีความอัปยศนัก ครั้นได้ข่าวว่าเล่าปี่ชิงเอาเกงจิ๋วได้แล้ว ก็ว่าเล่าปี่เหมือนมังกรได้ออกทะเลใหญ่เห็นทีจะกำจัดขัดสนนัก แล้วคิดแต่งตั้งให้จิวยี่เป็นเจ้าเมืองลำกุ๋น หวังให้มีมานะไปตีแก้แค้นเล่าปี่</p>
<p>ฝ่ายซุนกวนให้โลซกไปเจรจาทวงเมืองกับเล่าปี่อีกครั้ง เล่าปี่ก็ทำเป็นร้องไห้หนักว่าไม่มีที่อาศัย โลซกคิดสงสารจึงลากลับไปหาจิวยี่อีกครั้ง จิวยี่จึงว่าท่านแพ้ความคิดเล่าปี่ ขงเบ้งเสียแล้ว เล่าปี่นั้นหาเจรจาเหมือนปากไม่ แล้วก็คิดอุบายได้ข้อหนึ่งให้ทำทีว่าจะตีเมืองเสฉวนให้เล่าปี่ พอผ่านเมืองเกงจิ๋วให้ไปยืมเสบียงเล่าปี่ ครั้นเล่าปี่ออกมาจะจับฆ่าเสีย ขงเบ้งรู้ในกลจึงซ้อนกลจิวยี่ ถึงเวลาจิวยี่ยกทัพมาถึงให้ไปขอเสบียง ก็มิเห็นเล่าปี่แลทหารผู้ใดออกมารับ พบแต่จูล่งสั่งปิดเมืองแล้วตะโกนว่ากลอุบายท่าน ขงเบ้งนั้นแจ้งอยู่แล้ว จิวยี่ก็นึกเสียใจนักด้วยเสียรู้ขงเบ้ง พิษเกาทัณฑ์ก็กำเริบออกมาสิ้นสติ ทหารก็เข้ามาช่วยกันแก้จนฟื้น เห็นว่าตัวจะมิรอดก็สั่งเสียแก่ทหารทั้งปวง ให้ช่วยทำนุบำรุงซุนกวนครั้นสั่งเสร็จ พิษเกาทัณฑ์ก็กลุ้มขึ้นมา จิวยี่คิดแค้นนักจึงแหงนหน้าขึ้นดูฟ้าแล้วร้องว่า ฟ้าให้ยี่มาเกิดแล้ว ไฉนจึงให้เหลียงมาเกิดด้วย ว่าแล้วก็ขาดใจตาย เมื่อจิวยี่ตายนั้นอายุได้สามสิบหกปี</p>
<p>ฝ่ายซุนกวนครั้นแจ้งว่าจิวยี่ตายแล้วก็ร้องไห้รักจิวยี่เป็นอันมากแล้วให้ แต่งศพตามบรรดาศักดิ์ แล้วตั้งให้โลซกเป็นขุนนางผู้ใหญ่แทนจิวยี่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 47 &#8211; เล่าปี่ได้บังทอง</strong><br />
ฝ่ายขงเบ้งรู้ว่าจิวยี่ตายแล้ว ก็คิดไปสืบหาผู้มีสติปัญญาที่เมืองกังตั๋ง แล้วพาจูล่งไปด้วย ครั้นไปถึงขงเบ้งก็รีบเข้าไปคำนับศพจิวยี่ ทหารจิวยี่เห็นขงเบ้งก็แค้นใจเป็นอันมากคิดฆ่าขงเบ้ง ขงเบ้งจึงแสร้งทำโศกเศร้าร้องไห้รักจิวยี่เสียเป็นอันมาก ทหารจิวยี่ก็หลงเชื่อในมารยาขงเบ้ง อีกทั้งมีจูล่งมาด้วยจึงมิอาจทำอะไรได้</p>
<p>อยู่มาขงเบ้งเจอบังทองเพื่อนสนิทจึงสนทนากัน แล้วทำหนังสือปิดขึ้นมาฉบับหนึ่งแล้วว่าว่า หากคิดจะทำการด้วยเล่าปี่ก็ให้เอาหนังสือฉบับนี้ออกไปให้แก่เล่าปี่ด้วย ถ้าบังเอิญตัวเรามิได้อยู่ บังทองก็รับคำแล้วขงเบ้งก็กลับเกงจิ๋ว</p>
<p>ฝ่ายบังทองก็เข้าไปขอทำราชการด้วยซุนกวน ซุนกวนเห็นบังทองรูปร่างอัปลักษณ์นัก เห็นจะมิได้ราชการจึงมิเอาไว้ บังทองน้อยใจนักจึงไปสมัครทำราชการด้วยเล่าปี่ ขณะนั้นขงเบ้งออกไปชำระทุกข์ราษฎมิได้อยู่ บังทองจึงเข้าไปหาเล่าปี่ เล่าปี่เห็นรูปร่างบังทองวิปริตก็มิใคร่นับถือโดยปกติแล้วให้ไปอยู่ ณ เมืองลอยเอี๋ยง ซึ่งเป็นเมืองน้อย บังทองจึงน้อยใจนัก มิได้เอาหนังสือของขงเบ้งให้เล่าปี่ แล้วไปอยู่ ณ เมืองลอยเอี๋ยงเอาแต่เสพแต่สุรา มิได้ออกว่าราชการ<br />
เล่าปี่ก็โกรธนักให้เตียวหุยไปสืบดู บังทองก็ออกตัดสินเนื้อความราษฎรที่ค้างอยู่เสร็จแต่ครู่หนึ่ง เตียวหุยเห็นดังนั้นก็เลื่อมใสยิ่งนักกลับเข้าว่าแก่เล่าปี่ พอดีขงเบ้งเข้ามาว่ากล่าวแก่เล่าปี่ เล่าปี่ก็ฉุกรำลึกขึ้นได้ตอนสนทนากับสุมาเต็กโชว่า ฮกหลงกับฮองซูถ้าได้มาแต่คนหนึ่ง ก็อาจครองแผ่นดินได้ บัดนี้ได้มาพร้อมกันถึงสองคน มีความยินดีนักจึงตั้งบังทองเป็นที่ปรึกษา</p>
<p>ฝ่ายโจโฉคิดกำจัดม้าเท้งจึงทำหนังสือพระเจ้าเหี้ยนเต้ ลวงไปว่าให้หาตัวเข้ามาคิดราชการ ม้าเท้งรู้ดังนั้นจึงให้ม้าเฉียวผู้บุตรกับหันซุยอยู่รักษาเมืองเสเหลียง แล้วยกทหารไปฮูโต๋ ต้องกลโจโฉถูกจับได้ แล้วโจโฉก็ให้ตัวม้าเท้งไปฆ่าเสีย ม้าเท้งก็ด่าโจโฉมิได้ขาดคำจนทหารลงดาบฟันถึงแก่ความตาย ฝ่ายม้าเฉียวคิดแค้นนักก็ยกทหารจะไปตีฮูโต๋</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 48 &#8211; โจโฉตัดหนวด</strong><br />
ฝ่ายม้าเฉียวก็ยกทัพออกรบใช้อุบายตีได้เมืองเตียงฮันแลด่านตงก๋วน โจโฉจึงยกทหารมาหวังตีเอาด่านคืน เห็นม้าเฉียวสง่าองอาจนัก แลทหารเมืองเสเหลียงนั้นมีกำลังกล้าแข็งเสมอกันทุกคน แล้วมาเฉียวก็ให้ทหารตะลุมบอนเข้าไปจับโจโฉ ทหารโจโฉสู้กำลังทหารม้าเฉียวมิได้ก็แตกกระจัดกระจาย โจโฉเห็นดังนั้นก็ตกใจหนีเข้าไปปะปนกับทหารเลว เหล่าทหารจึงร้องว่า อ้ายหนวดยาวนี่แหละโจโฉ โจโฉก็เอากระบี่ตัดหนวดเสียหวังหลบทหาร พอดีม้าเฉียวควบม้า ไล่เข้ามาใกล้ ก็หนีหลบเข้าไปในป่ารอดมาได้ แล้วก็ตั้งมั่นอยู่มิออกรบ</p>
<p>อยู่มาโจโฉคิดอ้อมไปตีเสบียงม้าเฉียว ม้าเฉียวสำคัญในกลจึงออกตีโจโฉพ่ายไป ตัวโจโฉก็หนีลงเรือไป หวิดมิรอดดีที่เคาทูเข้ามาช่วยป้องกันตัวโจโฉไว้ ฝ่ายม้าเฉียวก็เข้าปล้นค่ายโจโฉมิได้ขาด</p>
<p>อยู่มาโจโฉคิดอุบายได้ข้อหนึ่งให้หันซุยกับม้าเฉียวกินแหนงต่อกัน จึงเชิญหันซุยออกมาสนทนาหน้าค่าย โจโฉก็ขับม้าออกมาสนทนาแต่เรื่องสมัยเป็นขุนนางราชการอยู่ด้วยกัน ม้าเฉียวก็นึกสงสัยอยู่ แล้วโจโฉก็ให้ เขียนจดหมายฉบับหนึ่งไปให้แก้หันซุย สลักหลังผนึกเป็นอักษรให้ลบเลือนเสีย ม้าเฉียวเห็นดังนั้นก็โกรธจะฆ่าหันซุยเสีย ทหารหันซุยก็เข้าป้องกันพาหันซุยหนีเข้าค่าย หันซุยน้อยใจนักด้วยม้าเฉียวมิได้คำนันนับถือผู้ใหญ่ คิดเข้าไปสมัครอยู่ด้วยโจโฉ ม้าเฉียวรู้ดังนั้นก็เข้าไปฟันแขนหันซุยขาด ทหารหันซุยแลทหารม้าเฉียวก็เข้ารบฟันกันเอง โจโฉเห็นได้ทีจึงเข้าร่วมรบตีทัพม้าเฉียวแตกพ่ายไป ม้าเฉียวเสียทีดังนั้นก็หลบหนีไปยังเมืองเสเหลียง โจโฉจึงตั้งให้หันซุยเป็นเจ้าเมืองเสเหลียง แฮหัวเอี๋ยนอยู่รักษาเมืองเตียงฮัน แล้วก็ยกทหารกลับฮูโต๋</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 49 &#8211; เล่าปี่เข้าเสฉวน</strong></p>
<p>ฝ่ายเตียวฬ่อเจ้าเมืองฮันต๋งเกรงว่าโจโฉจะยกทหารมาทำอันตราย ก็คิดทำการซ่องสุมทหารเพื่อต่อสู้โจโฉ จึงคิดไปตีเอาเมืองเสฉวนเป็นที่มั่น ฝ่ายเล่าเจี้ยงเจ้าเมืองเสฉวนรู้ดังนั้นก็ให้เตียวสง ไปยุยงโจโฉให้เข้าตีเมืองฮันต๋ง เมืองเสฉวนจะได้ปลอดภัย ฝ่ายเตียงสงก็ได้ลอบเขียนแผนที่เมืองเสฉวนไปด้วย หวังยกให้แก่โจโฉ เมื่อเข้าถึงฮูโต๋แล้ว โจโฉเห็นอาการเตียวสงเจรจาหยาบช้านัก จึงไล่เตียวสงออกไปเสีย ฝ่ายเตียวสงคิดอับอายนัก ก็มิกล้ากลับไปเมืองด้วยมิสมคำรับปากแก่เล่าเจี้ยง จึงเข้าไปหาเล่าปี่ ตัวขงเบ้ง แลเล่าปี่ก็ออกมาต้อนรับขับสู้อย่างดี เตียวสงจึงซาบซึ้งใจนักมอบแผนที่เมืองให้แก่เล่าปี่แล้วก็ลากลับเมือง<br />
ฝ่ายเตียวสงก็ให้หวดเจ้ง เบ้งตัดเป็นธุระอยู่ข้างใน แล้วเข้าบอกเล่าเจี้ยงให้เชิญเล่าปี่มา ช่วยคิดอ่านป้องกันเมือง เล่าเจี้ยงเห็นด้วยแลขุนนางคัดค้านทัดทานเป็นอันมาก เล่าเจี้ยงก็มิฟังแล้วว่าเล่าปี่กับตัวแซ่เดียวกัน คงมิคิดร้ายด้วย แล้วเชิญเล่าปี่เข้ามา เล่าปี่จึงเอาแต่บังทอง ฮองตง อุยเอี๋ยนไป เล่าเจี้ยงก็แต่งโต๊ะเลี้ยงเล่าปี่ทุกวัน บังทองก็ว่าให้เร่งกำจัดเล่าเจี้ยงเสีย เล่าปี่ก็มิยอมทำตามด้วยเป็นแซ่เดียวกันอิดเอื้อนอยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 50 &#8211; จูล่งชิงอาเต๊าคืน</strong></p>
<p>ฝ่ายซุนกวนรู้ว่าเล่าปี่ยกไปเสฉวน จึงคิดอุบายว่ามารดาป่วยหนักอยู่ให้หาตัวซุนฮูหยินกลับมาให้เห็นหน้า แลให้เอาอาเต๊าหลานชายไปดูด้วย นางซุนฮูหยินสำคัญว่าจริงก็รีบพาอาเต๊าลงเรือไปกังตั๋ง ฝ่ายจูล่งรู้ว่านางซุนฮูหยินจะไปเมืองกังตั๋ง จึงรีบลงเรือมาแย่งชิงอาเต๊าคืนมาได้ แล้วว่าท่านจะไปก็ตามเถอด แต่ให้อาเต๊าอยู่นี่ ฝ่ายนางซุนฮูหยินก็ขัดใจนัก แล้วให้ทหารรีบแจวเรือไปกังตั๋ง ฝ่ายซุนกวนรู้ว่าได้ซุนฮูหยินกลับมาแล้ว ก็ตัดขาดกับเล่าปี่ แลคิดเตรียมการไปตีเอาเมืองเกงจิ๋วคืน</p>
<p>ฝ่ายโจโฉก็คิดเลื่อนเป็นที่วุยก๋ง แลซุนฮกเข้าว่าเห็นมิชอบ โจโฉขัดใจนัก ก็เอาตระบะเปล่าปิดตราประจำเสีย ฝ่ายซุนฮกสำคัญว่าก็เข้าใจว่าอันตรายจะถึงตัว จึงโทมนัสยิ่งนักแล้วก็กินยาตาย แล้วโจโฉก็ยกทัพไปตีกังตั๋ง พอเข้าเทศกาลหน้าฝน โจโฉก็ยกทัพกลับเมืองฮูโต๋</p>
<p>ฝ่ายเล่าเจี้ยงก็ให้เล่าปี่ไปประจำอยู่ด่านแฮบังก๋วน แลเข้ามาขอทหารแลเสบียงเล่าเจี้ยง ขุนนางทั้งหลายเข้าทัดทานยิ่งนัก เล่าเจี้ยงคิดแคลงใจอยู่ จึงให้แต่ทหารชราสี่พันกับข้าวหมื่นถึง เล่าปี่แจ้งดังนี้ ก็โกรธนักว่าเสียแรงมาช่วยป้องกันบ้านเมืองให้ แล้วคิดอุบายจะเอาเมืองเสฉวนให้ได้ตีได้ด่านโปยสิก๋วน ฝ่ายเล่าเจี้ยงจับได้หนังสือที่เตียวสงส่งไปให้เล่าปี่ จึงโกรธนักให้ประหารเสีย แล้วสั่งกวดขันมิให้เล่าปี่เข้ามาเอาเมืองได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 51- บังทองตาย</strong><br />
ฝ่ายเล่าปี่ตีเอาได้เอาด่านหลายด่าน จะไปตีเอาเมืองลกเสีย พบทางใหญ่น้อยสองทาง เล่าปี่จึงไปทางใหญ่ บังทองไปทางน้อย แลขณะไปนั้นม้าบังทองขาหัก เล่าปี่จึงเปลี่ยนม้าของตนไปให้บังทองขี่ บังทองจึงไปทางน้อย แลทางนั้นคับขันนักจึงถามทหารชาวเมืองว่าตำบลนี้ชื่อใด แลทหารนั้นตอบว่า ตำบลลกห้องโหแปลว่าหวส์ตกทุ่ง บังทองได้ยินดังนั้นก็นึกว่าชื่อนั้นคล้องกับตัวนักด้วยฮองซูนั้นแปลว่าหวส์ จึงสะดุ้งตกใจเร่งให้ทหารถอยกลับ เตียวหยิมซึ่งซุ่มอยู่จุดประทัดโห่ร้องขึ้นชี้ว่าคนขี่ม้าขาวนั้นเล่าปี่ แล้วเอาเกาทัณฑ์ระดมยิงเข้าไปถูกบังทองตกม้าขาดใจตาย</p>
<p>ฝ่ายเล่าปี่รู้ว่าบังทองถึงแก่ความตายแล้ว ก็ร้องไห้จนสลบไปแล้วเรียกหาขงเบ้งเข้ามาช่วยคิดการต่อ ขงเบ้งจึงให้กวนอูอยู่รักษาเมืองเกงจิ๋ว แล้วพาเตียวหุย จูล่ง มาด้วย ฝ่ายเตียวหุยยกมาถึงแดนปากุ๋น เตียวหุยก็ใช้อุบายจับเงียมหงันเจ้าเมืองปากุ๋นได้แล้วมัดมา เงียมหงันก็ด่าเตียวหุยเป็นข้อหยาบช้าต่างๆนานา เตียวหุยเห็นเงียมหงันมีใจยั่งยืน ไม่ย่อท้อต่อความตายจึงปล่อยมัดเงียมหงันเสีย เงียมหงันเห็นดังนั้นก็ซาบซึ้งใจนัก ยอมทำการอยู่ด้วยเตียวหุย ครั้นเตียวหุยไปถึงตำบลใด นายด่านเห็นเงียมหงัน จึงยอมเข้าด้วยเตียวหุยตลอด มิได้ขัดขวางแต่ประการใด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 52 &#8211; เล่าปี่ชิงได้เมืองเสฉวน</strong><br />
ครั้นขงเบ้งมาบรรจบเล่าปี่แล้วก็คิดอ่านตีเมืองลกเสีย เตียวเอ๊กก็ได้ตัดหัวเล่ากุ๋ยแล้วเปิดประตูเมืองรับเล่าปี่ เล่าปี่ก็ได้เมืองลกเสีย ขงเบ้งจึงให้จูล่งไปปราบหัวเมืองเตงกั๋ง เงียมหงันแลเตียวหุยไปกำจัดหัวเมืองเตงกั๋ง แล้วขงเบ้งก็คิดจะไปตีเอาด่านกิมก๊กแลส่งหนังสือให้เล่าเจี้ยงนอบน้อมแต่โดย ดี เล่าเจี้ยงแจ้งดังนั้นก็โกรธฉีกหนังสือทิ้งเสีย แล้วก็แต่งหนังสือไปให้เตียวฬ่อให้ช่วยตีเล่าปี่</p>
<p>ฝ่ายม้าเฉียวซ่องสุมทหารได้เป็นอันมาก พาบังเต๊กยกไปตีได้เมืองกิจิ๋ว ถูกแฮหัวเอี๋ยนล้อมตีคืน ม้าเฉียวจวนตัวนักเหลือทหารอยู่เจ็ดคน จึงหนีฝ่าออกมาหนีออกไปอยู่กับเตียวฬ่อ เตียวฬ่อจึงให้ม้าเฉียวไปตีเล่าปี่ ตัวบังเต๊กป่วยอยู่มิได้ไปด้วย</p>
<p>ฝ่ายอุยหวนที่รักษาด่านกิมก๊กยอมนอนน้อมขงเบ้งแต่โดยดี พอดีม้าใช้แจ้งมาว่าเตียวฬ่อ ให้ม้าเฉียวมาตีเอาด่านแฮบังก๋วน ขงเบ้งจึงให้เตียวหุยเป็นยกไปช่วยก่อน แลม้าเฉียวกับเตียวหุยรบกันเป็นสามารถ ก็มิได้แพ้ชนะกัน ขงเบ้งจึงคิดอุบายให้ม้าเฉียวมาเป็นพวก ก็ส่งของกำนัลให้เอียวสง ไปคอยยุแยงเตียวฬ่อ ม้าเฉียวก็มิอาจกลับเมืองได้ จึงขอยอมอยู่ด้วยขงเบ้ง ครั้นเล่าปี่กลับมายังด่านกิมก๊กแล้ว ก็ให้ม้าเฉียวไปประชิดเมืองเสฉวน แลตัวเล่าเจี้ยงเห็นว่าการจวนตัว ก็คิดที่จะออกไปนอบน้อมโดยดี จึงเอาตราสำหรับที่ออกไปคำนับเล่าปี่ เล่าปี่เห็นดังนั้น ก็จูงเอามือเล่าเจี้ยงขึ้นมาที่ข้างบน แล้วร้องไห้ว่าตัวเราซึ่งทำการครั้งนี้เป็นการจำใจ คิดแต่จะทำนุบำรุงแผ่นดินให้มีความสุข แล้วก็ให้เล่าเจี้ยงไปอยู่เมืองกองอั๋น ซึ่งเป็นเมืองน้อยขึ้นอยู่แก่เมืองเกงจิ๋ว เล่าปี่จึงได้เมืองเสฉวนแต่นั้นมา แล้วก็ได้ตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ ตั้งให้ กวนอู เตียวหุย จูล่ง ม้าเฉียว ฮองตงเป็นที่ห้าทหารเอก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 53 &#8211; โจโฉตีได้ฮันต๋ง</strong><br />
ฝ่ายซุนกวนรู้ว่าเล่าปี่ก็ให้จูกัดกิ๋นพี่ชายขงเบ้งไปทวงเมืองเกงจิ๋วตาม สัญญา เล่าปี่ก็มิบอมให้ ขงเบ้งจึงว่ากล่าวให้คืนแต่เมืองเตียงสา เลงเหลง ฮุยเอี๋ยงซึ่งเป็นเมืองขึ้นแก่เกงจิ๋ว ให้ไปว่ากล่าวแก่กวนอูเอาเอง ครั้นจูกัดกิ๋นมาถึงเมืองเกงจิ๋ว กวนอูก็มิยอมให้ จูกัดกิ๋นก็กลับไปหาเล่าปี่แกครั้ง เล่าปี่ก็บอกว่ากวนอูน้ำใจดื้อดึง ปากก็ว่าตีได้เมืองฮันต๋งเมื่อไหร่ จึงจะคืนเกงจิ๋วให้ จูกัดกิ๋นมิรู้ทำประการใดก็ลาออกมา</p>
<p>ซุนกวนรู้ดังนั้นก็โกรธนัก ให้โลซกเชิญกวนอูออกมากินโต๊ะจะได้จับฆ่าเสีย ฝ่ายกวนอูก็มิเกรงกลัวลงเรือไปกับจิวฉอง ขณะกินอยู่นั้นโลซกได้เอ่ยทวงเมืองเกงจิ๋ว กวนอูก็โกรธแล้วตอบว่า ตอนที่เล่าปี่ไปสกัดโจโฉหลายตำบล ตัวก็เสียเสบียงแลทหาร จะได้เมืองเกงจิ๋วอยู่ก็ยังมิเพียงพอ แล้วก็แสร้งทำเป็นเมาสุราจูงมือโลซกมาให้ส่งถึงเรือ ทหารที่ซุ่มอยู่ก็มิอาจทำอะไรได้ ด้วยกลัวจะเป็นอันตรายแก่โลซก</p>
<p>ฝ่ายซุนกวนรู้ดังนั้นก็โกรธ จัดแจงเกณฑ์ทหารสิ้นทั้งเมืองจะไปตีเมืองเกงจิ๋ว พอดีม้าใช้มาแจ้งว่าโจโฉจะยกมาตีกังตั๋ง ซุนกวนจึงออกไปตั้งรับ ณ ตำบลหับป๋า</p>
<p>ฝ่ายโปหั้นเข้าว่ากล่าวแก่โจโฉว่ากังตั๋งเป็นแดนกันดาร เห็นจะเอาชนะลำบาก โจโฉจึงงดกองทัพไว้ แล้วคิดที่จะเลื่อนเป็นวุยอ๋องอีก ฝ่ายซุนฮิวก็ว่ากล่าวทัดทานอยู่ โจโฉก็โกรธ แล้วว่าท่านกล่าวทัดทานเช่นนี้เห็นจะเหมือนซุนฮก ซุนฮิวก็ลากลับมาบ้านมีความทุกข์น้อยใจเป็นอันมาก จนตรอมใจตาย</p>
<p>ฝ่ายพระเจ้าเหี้ยนเต้กลัวว่าโจโฉเป็นที่วุยอ๋องแล้ว จะคิดขบถเอาราชสมบัติเสียมั่นคง จึงเขียนหนังสือส่งให้ฮกอ้วนผู้เป็นบิดานางฮกเฮามเหสี ให้ช่วยคิดการกำจัดโจโฉเสีย โจโฉจับได้หนังสือก็โกรธ ก็จับฮกอ้วน นางฮกเฮาแลครอบครัวมาฆ่าเสียสิ้น แล้วกะเกณฑ์ทหารจะไปตีเมืองฮันต๋ง ฝ่ายเตียวฬ่อก็ให้บังเต๊กออกรบด้วยโจโฉ โจโฉเห็นบังเต๊กชำนาญสงครามนัก ก็ใคร่อยากได้มาบังเต๊กมาอยู่ด้วย ก็จับได้ตัวบังเต๊ก บังเต๊กก็ยอมมาอยู่ด้วย ฝ่ายเตียวฬ่อสู้โจโฉมิได้ ก็ยอมสวามิภักดิ์ด้วยโจโฉ โจโฉมีใจเอ็นดู จึงตั้งให้เตียวฬ่อเป็นเจ้าเมืองปาต๋ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 54 &#8211; ยุทธการที่เขาเตงกุนสัน</strong><br />
ฝ่ายอาณาประชาราษฎร์ในเมืองเสฉวนรู้ว่า โจโฉตีได้เมืองฮันต๋งแล้วก็สะดุ้งตกใจ เกรงโจโฉมาตีเมืองเสฉวน ขงเบ้งจึงออกอุบาย ส่งหนังสือให้ซุนกวน ว่าให้ตีมอิงหับป๋าเสีย จะคืนเมืองขึ้นเกงจิ๋วสามเมืองให้ ซุนกวนจึงออกตีได้เมืองอ้วยเซีย แล้วจะไปตีเมืองหับป๋า ฝ่ายเตียวเลี้ยวซึ่งรักษาเมืองหับป๋าอยู่นั้น ก็ส่งหนังสือไปถึงโจโฉ โจโฉจึงให้แฮหัวเอี๋ยนอยู่รักษาเมืองฮันต๋ง แล้วก็ยกทหารมาบรรจบเตียวเลี้ยว</p>
<p>ฝ่ายโจโฉแลซุนกวนก็ออกรบกันเดือนเศษ ซุนกวนก็ยอมอ่อนน้อมแก่โจโฉ ส่งหนังสือไปยังโจโฉขอเลิกทัพ โจโฉก็ยกกลับฮูโต๋ ขุนนางใหญ่น้อยก็กราบทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ ให้โจโฉเป็นวุยอ๋อง โจโฉมีความยินดีนัก แลตั้งให้โจผีบุตรคนโตเป็นที่ชีจู๊ สืบตำแหน่งโจโฉ อยู่มาม้าใช้มาบอกว่าโลซกที่ปรึกษาซุนกวนถึงแก่ความตายแล้ว แลเล่าปี่คิดจะมาตีเอาเมืองฮันต๋ง โจโฉแจ้งดังนั้นก็โกรธ ให้โจหองยกทหารไปช่วยแฮหัวเอี๋ยน</p>
<p>ฝ่ายเล่าปี่ก็รุกเข้าตีทหารเตียวคับแตก แลยึดได้ที่เก็บเสบียงที่เขาเทียนตองสัน ก็รุกคืบเข้าจะไปตีเอาที่เก็บเสบียงข้างเขาเตงกุนสัน ซึ่งแฮหัวเอี๋ยนรักษาอยู่ ฝ่ายโจโฉรู้ดังนั้นก็ยกทหารมาบรรจบโจหอง ณ เมืองฮันต๋ง ให้แฮหัวเอี๋ยนระวังรักษาเสบียงไว้ให้ดี</p>
<p>ฝ่ายขงเบ้งก็ให้ฮองตงออกตีเขาเตงกุนสัน ฮองตงใช้อุบายล่อให้แฮหัวเอี๋ยนออกมา แฮหัวเอี๋ยนมิสำคัญในกล ก็ออกมาถูกฮองตงเอาดาบฟันแฮหัวเอี๋ยนศรีษะขาดตาย ฝ่ายโจโฉรู้ดังนั้น ก็ร้องไห้รักแฮหัวเอี๋ยนเป็นอันมาก แล้วโกรธยกทหารสี่สิบหมื่นหวังแก้แค้นแทนแฮหัวเอี๋ยนกลับสู้อุบายขงเบ้งมิ ได้ แตกหนีมาต้องยกทัพกลับฮูโต๋ ทั้งเสียเมืองฮันต๋ง ขณะนั้นพระเจ้าเหี้ยนเต้มาอยู่ฮูโต๋ได้ยี่สิบสามปี เล่าปี่ก็ได้ทำพิธีตั้งตัวเป็นเจ้าเรียกว่าเจ้าฮันต๋ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 55 &#8211; ประหารกวนอู</strong><br />
ฝ่ายโจโฉเมื่อรู้ว่าเล่าปี่ตั้งตัวเป็นเจ้า ก็โกรธนัก สุมาอี้จึงเสนออุบายให้ชวนซุนกวน เข้าร่วมตีเอาเมืองเกงจิ๋วคืน ฝ่ายซุนกวนก็เห็นชอบ ด้วยมีความแค้นอยู่นานแล้ว</p>
<p>ฝ่ายกวนอูได้รับตราตั้งจากเล่าปี่ให้เป็นใหญ่ในเมืองเกงจิ๋ว แลให้ไปตีเอาเมืองอ้วนเซีย กวนอูจึงให้ปลูกร้านรายทางตามริมน้ำ หวังมิลิบองซึ่งตั้งทัพอยู่ด่านแฮเค้ามาโจมตีได้ หากมีทหารยกมา แต่ละร้านก็จะจุดควันเพลิงเป็นสัญญาณ ก็จะช่วยถึงกันได้ แล้วกวนอูก็ออกตีมาประชิดเมืองอ้วนเซีย โจโฉรู้ดังนั้นก็ให้อิกึ๋มแลบังเต๊ก ออกช่วยตีกวนอู อิกึ๋ม บังเต๊กก็ตั้งค่ายทัพอยู่</p>
<p>ขณะนั้นเกิดน้ำท่วมใหญ่ ค่ายอิกึ๋ม บังเต๊ก ทหารล้มตายเป็นอันมาก กวนอูเห็นได้ทีจึงเข้าตีค่าย อิกึ๋มสู้ไม่ได้เข้ายอมอ่อนน้อม กวนอูจึงจับส่งไปเกงจิ๋ว แลตัวบังเต๊งกวนอูจับได้ก็ให้ไปฆ่าเสีย แล้วกวนอูก็ยกทหารเข้าจะตีเมืองอ้วนเซีย ขณะนั้นโจหยินยืนอยู่บนหอรบ ให้ทหารยิงเกาทัณฑ์ไปถูกไหล่ซ้ายกวนอู กวนเป๋งก็เข้าไปแก้กวนอูกลับมาค่าย กวนอูก็ป่วยอยู่</p>
<p>ขณะนั้นหมอฮัวโต๋พอดีมาที่ค่าย เข้าช่วยรักษาแผลกวนอู ว่าแผลถูกพิษเกาทัณฑ์ จะรักษาต้องความเจ็บปวดเป็นอันมาก กวนอูก็มิครั่นคร้าม ยอมให้หมอฮัวโต๋ขูดพิษจากกระดูกออก ตัวนั้นนั่งเล่นหมากรุกอยู่ หวังมิให้ทหารเสียน้ำใจ หมอฮัวโต๋มีความนับถือกวนอู ว่ามีความอดทนเป็นอันมาก แล้วลาออกมา</p>
<p>ฝ่ายลิบองเห็นกวนอูตระเตรียมการมั่นคงก็มิรู้ทำประการใด จึงแกล้งป่วยอยู่ ฝ่ายลกซุนก็เข้าเยี่ยม เสนอแผนการให้กวนอูตายใจ ลิบองเห็นด้วยจึงทำทีเป็นยกตำแหน่งให้ลกซุนดูแลด่านแฮเค้าแทน แลตัวลกซุนก็ส่งหนังสือทำเป็นอ่อนน้อมแก่กวนอู ฝ่ายกวนอูเห็นลกซุนมิได้มีชื่อเสียงเรียงนาม แลทำทีอ่อนน้อม จึงหาแคลงไม่ก็เรียกทหาร ที่ตรวจตราตามรายแม่น้ำ ไปช่วยตีเมืองอ้วนเซีย</p>
<p>ฝ่ายลิบองเห็นดังนั้นก็ทำทีปลอมเป็นเรือลูกค้าแล่นผ่านร้านไฟ ทำทีเป็นหลบพายุ แล้วก็จับทหารที่ดูร้านไฟเสีย ปูนบำเหน็จเป็นอันมาก แล้วให้ไปเรียกชาวเมืองให้เปิดประตูรับ ฝ่ายทหารในเมืองสำคัญว่าพวกเดียวกัน ก็เปิดประตูรับ ลิบองจึงให้ทหารกรูเข้าไป ได้เมืองเกงจิ๋วโดยง่ายมิได้สู้รบเลย แล้วเอาอิกึ๋มออกจากคุกคืนให้แก่โจโฉ ฝ่ายโจโฉก็ยกทัพหลวงหวังมาช่วยเมืองอ้วนเซีย ฝ่ายกวนอูรู้ว่าโจโฉยกมาแลเมืองเกงจิ๋วก็เสียแก่ลิบองแล้ว ก็มิได้เชื่อ แลซิหลงซึ่งยกทัพมาถึงก็เข้าสู้ด้วยกวนอู โจหยินซึ่งรักษาเมืองอ้วยเซียอยู่ เห็นดังนั้นก็ออกมาช่วยรบกระหนาบ กวนอูเห็นจะสู้มิได้ก็หนีออกมา ฝ่ายทหารกวนอูก็คิดถึงบุตรภรรยาที่อยู่ในเมืองเกงจิ๋ว ก็มิมีใจสู้รบ หลบหนีออกมาเป็นอันมาก กวนอูก็รบต้านทานอยู่ แล้วหนีไปอยู่เมืองเป๊กเสีย แล้วขอความช่วยเหลือจากเล่าฮอง เบ้งตัด ซึ่งอยู่เมืองซงหยง ฝ่ายเล่าฮอง เบ้งตัด ก็มิช่วยเหลือ กวนอูรู้ดังนั้นเห็นจะต้านทานที่เมืองเป๊กเสียไม่ได้ ให้จิวฉองอยู่รักษาเมืองเป๊กเสียไว้ แล้วก็หลบหนีออกมาหวังไปเสฉวน ทหารซุนกวนก็จับกวนอูได้ ฝ่ายซุนกวนเห็นว่ากวนอูมีความซื่อสัตย์นัก เห็นจะเลี้ยงไว้มิได้ก็ให้ประหารกวนอู กวนเป๋งเสีย ฝ่ายจิวฉองรู้ดังนั้นก็เอาดาบเชือดคอตายตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 56 &#8211; โจโฉตาย</strong><br />
ฝ่ายเล่าปี่ครั้นรู้ข่าวกวนอูแล้วก็ร้องไห้สิ้นสติสมประดีไป ครั้นฟื้นขึ้นก็ว่าจะปองล้างกังตั๋งตลอดไป แล้วจะยกทหารไปล้างกังตั๋งเสีย ฝ่าขงเบ้งให้ระงับไว้ก่อน เล่าปี่ก็ยอม แล้วก็ให้ฆ่าเล่าฮอง บุตรบุญธรรมเสีย ส่วนเบ้งตัดหนีไปสวามิภักดิ์แก่โจผี</p>
<p>อยู่มาโจโฉคิดสร้างวังใหม่ เห็นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งโจโฉสั่งให้ตัดเสีย ชาวบ้านจึงว่าต้นไม้ต้นนี้ มีเทพารักษ์สถิตอยู่ โจโฉมิได้กลัวก็สั่งให้ตัดเสีย ต่อมาโจโฉก็ถูกเทพารักษ์มาหลอกหลอนตลอด โจโฉก็ปวดหัวเป็นกำลัง ให้หาหมอฮัวโต๋มารักษา ครั้นหมอฮัวโต๋มาถึงก็เสนอการรักษา ให้ผ่าศรีษะชำระโรค โจโฉได้ยินดังนั้นก็โกรธ ว่าเป็นอุบายจะฆ่าตัวให้ตาย ก็จับหมอฮัวโต๋ไปใส่คุกทรมาณอยู่ อยู่มาม่นานหมอฮัวโต๋ก็ตาย</p>
<p>ฝ่ายโจโฉโรคปวดหัวก็กำเริบเป็นกำลัง แลไปเห็น นางตังกุยหุย นางฮกเฮา ฮกอ้วน ตังสิน ซึ่งโจโฉฆ่านั้นมาหลอกหลอน ทั้งได้ยินเสียงปีศาจร้องไห้เซ็งแซ่ ก็เห็นว่าตัวจะมิรอดแล้ว ก็ให้หา โจหอง ตันกุ๋ย สุมาอี้ กาเซี่ยง ฝากฝังบุตรภรรยา ให้โจผีสืบทอดตำแหน่งต่อไป สั่งแล้วก็ทอดใจใหญ่ ก็ผวาล้มลงขาดใจตาย เมื่อโจโฉตายนั้น อายุได้หกสิบหกปี พระเจาเหี้ยนเต้มาอยู่เมืองฮูโต๋ได้ยี่สิบห้าปี</p>
<p>ฝ่ายพระเจ้าเหี้ยนเต้ก็พระราชตราตั้งให้แก่โจผี ให้สืบดำรงตำแหน่งโจโฉต่อไป ฝ่ายโจสิดน้องโจผี ก็มิได้มายอมคำนับศพบิดา โจผีจึงสั่งให้ลงอาญาแก่โจสิด ฝ่ายโจสิดก็มิได้เกรงกลัว โจผีก็โกรธนักให้เคาทูไปจับตัวโจสิดมา ฝ่ายมารดาโจผีเห็นโจผีทำดังนั้น ก็ร้องไห้อ้อนวอน โจผีก็ให้โจสิดทำโคลงเกี่ยวกับพี่น้อง ภายใจเจ็ดก้าวโดยมิให้เอ่ยคำว่าพี่น้อง หากทำมิได้ก็จะให้ฆ่าเสีย โจสิดก็มิย่อท้อ เดินคิดโคลงได้เจ็ดก้าวก็เอ่ยว่า คั่วถั่วเอากิ่งถั่วมาเป็นฟืนไฟ เมล็ดถั่วในกระทะจะไหม้ก็เพราะกิ่งถั่วต้นรากอันเดียวกันนั่นเอง เหตุใดจึงเร่งไฟให้หนักนัก โจผีได้ยินก็รำลึกถึงพี่น้องแล้วก็ร้องไห้รัก ให้โจสิดไปอยู่เมืองอันเหียง แลตัวโจผีนั้นก็ทำยศยิ่งกว่าโจโฉ ข่งเหงพระเจ้าเหี้ยนเต้ ฝ่ายแฮหัวตุ้นป่วยเป็นไข้หนัก อยู่มาไม่นานก็ตาย</p>
<p>อยู่มาโจผีบังคับให้พระเจ้าเหี้ยนเต้ออกเสียจากบัลลงค์ แล้วให้โจผีขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แทน สถาปนาราชวงค์วุย ให้ไปสร้างวังใหม่อยู่ ณ เมืองลกเอี๋ยง ฝ่ายขงเบ้งแจ้งดังนั้น ก็จัดแจงทำพิธียกเล่าปี่ขึ้นเป็นกษัตริย์บ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 57 &#8211; เล่าปี่ยาตราทัพเหยียบกังตั๋ง</strong><br />
ฝ่ายเล่าปี่ก็นึกแค้นซุนกวน จึงจัดแจงเตรียมทหารหวังล้างกังตั๋งให้ได้ ขุนนางทั้งปวงต่างทัดทาน เล่าปี่ก็มิฟังให้ขงเบ้งอยู่รักษาเมืองเสฉวน แล้วเตรียมทหารจะยกไป</p>
<p>ฝ่ายเตียวหุยซึ่งรักษาเมืองลองจิ๋ว รู้ดังนั้นก็จัดแจงสั่งให้ ฮอมเกียง เตียวตัด เตรียมเครื่องนุ่งห่มขาว ม้าขาวธงขาวแลเครื่องศัตราวุธ ให้เสร็จสิ้นภายในสามวัน ฝ่ายฮอมเกียง เตียวตัดก็เห็นว่าจัดหามิทัน เตียวหุยก็สั่งให้โบยเสีย ฝ่ายฮอมเกียง เตียวตัดก็คิดแค้นนัก แลคิดหนีไปสวามิภักดิ์ซุนกวน ตกดึกเห็นเตียวหุยเมาสุราหลับอยู่ ก็เข้าไปกระบี่แทงที่ท้องแลซอกคอ เตียวหุยร้องขึ้นมาคำเดียวก็ตาย แล้วฮอมเกียง เตียวตัด ก็ตัดศีรษะเตียวหุยหนีไปเมืองกังตั๋ง</p>
<p>ฝ่ายเล่าปี่รู้ดังนั้นก็ร้องไห้รักเป็นอันมาก แล้วสั่งเคลื่อนทัพไปกังตั๋ง เอากวนหิน เตียวเปา บุตรกวนอู เตียวหุยไปด้วย ฝ่ายซุนกวนแต่งแม่ทัพออกมาสกัดตั้งทัพที่เมืองอิเหลง เล่าปี่ก็ให้ฮองตงออกรบ ทหารพัวเจี้ยงก็เอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกฮองตงตาย ฝ่ายสะโมโขเจ้าเมืองลำมัน ยกทัพมาช่วยเล่าปี่พบกำเหลง ก็เอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกำเหลงตาย ทหารเล่าปี่ก็เข้ารบทหารซุนกวน มีชัยชนะเป็นลำดับ ฝ่ายซุนกวนรู้ดังนั้นก็สะดุ้งตกใจนัก เห็นการใหญ่หลวงนัก ส่งไมตรีไปหาเล่าปี่ เล่าปี่ก็มิยอมรับหวังล้างกังตั๋งเสียให้ได้ กำเจ๊กจึงเสนอให้ลกซุนออกสกัดตีเล่าปี่ ซุนกวนได้ฟังดังนั้นก็ฉุกคิดขึ้นได้ ให้เรียกหาตัวลกซุน ให้อาญาสิทธ์มอบกระบี่ บังคับบัญชาทหารทั้งปวง แล้วก็ยกทหารออกไป</p>
<p>ฝ่ายลกซุนก็รักษาค่ายอยู่มิได้ออกรบ ทหารเล่าปี่ก็เข้ามาท้าสู้อยู่มิได้ขาด ลกซุนก็มิได้ออกรบ เล่าปี่เห็นดังนั้นก็นึกประมาท จึงไปตั้งค่ายอยู่รายแม่น้ำอยู่เจ็ดพันเส้น ลกซุนเห็นเล่าปี่ตั้งค่ายมิต้อง ตำราพิชัยสงครามก็ดีใจ ครั้นถึงเวลาค่ำก็เข้าตีหัวท้ายค่ายเล่าปี่ เอาเพลิงจุดสลับค่ายกันไป ฝ่ายทหารเล่าปี่เห็นดังนั้น ก็วิ่งหนีวุ่นวายไป วิ่งเหยียบล้มตายกันเป็นอันมาก ครั้นจะช่วยถึงกันก็มิได้ ลกซุนก็ให้ทหารเข้าตีค่ายเล่าปี่ ทหารเล่าปี่ล้มตายเป็นอันมาก ค่ายเล่าปี่ก็แตก เล่าปี่ก็เห็นเหลือกำลังจะสู้รบ ก็แตกหนีไปถึงเมืองเป๊กเต้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 58 &#8211; เล่าปี่ตาย</strong><br />
ฝ่ายเล่าปี่ตั้งแต่เสียทัพแตกมานั้น ก็อัปยศอดสูใจยิ่งนัก มิยอมกลับเสฉวน ครั้นอยู่มาป่วยหนัก รู้ว่าตัวจะตายแน่แล้ว ก็เรียกหาขงเบ้ง จูล่ง แลนายทหารทั้งปวงเข้ามา เล่าปี่ก็ฝากฝังอาเต๊าให้แก่ขงเบ้ง ช่วยทำนุบำรุงต่อไป ครั้นสั่งสิ้นความก็ตรอมใจตาย ครองราชย์ได้สามปี แล้วขุนนางทั้งปวงก็เชิญ อาเต๊าขึ้นสืบราชสมบัติ มีพระนามว่า พระเจ้าเล่าเสี้ยน</p>
<p>ฝ่ายสุมาอี้เห็นว่าบ้านเมืองเสฉวนยังมิปกติ จึงเสนอพระเจ้าโจผีให้ตีเสฉวนเสีย พระเจ้าโจผีเห็นด้วย ก็ให้ตระเตรียมทหารแล้วยกไปเป็นห้าทาง พระเล้าเล่าเสี้ยนรู้ดังนั้นก็ตกพระทัยนัก เรียกหาขงเบ้งเข้ามาช่วยคิดราชการ ขงเบ้งจึงให้เตงจี๋ไปผูกพันธไมตรีกับซุนกวน ซุนกวนก็ยอมด้วย พระเจ้าโจผีเห็นว่า เมืองเสฉวนกับเมืองกังตั๋งเป็นไมตรีกัน ดีร้ายจะยกมาบรรจบตีลกเอี๋ยง ก็ให้ยกไปตีเมืองกังตั๋ง ซุนกวนก็ส่งหนังสือขอกองทัพไปช่วย ขงเบ้งก็ให้จูล่งยกทหารจะไปตีเมืองเซ่งอั๋น พระเจ้าโจผีรู้ดังนั้นก็ถอยทัพกลับ ชีเซ่ง เตงฮอง เห็นได้ทีก็ไล่ตามเข้าไป เตียวเลี้ยวเห็นดังนั้นก็เข้าช่วยพระเจ้าโจผี ถูกเกาทัณฑ์บาดเจ็บ อยู่มาพิษเกาทัณฑ์ก็กลุ้มขึ้น แล้วก็ตาย</p>
<p>อยู่มาพระเจ้าเล่าเสี้ยนเสวยราษฎร์ได้สามปี เบ้งเฮ็กเจ้าเมองมันอ๋อง คิดรุกรานเสฉวน ขงเบ้งก็ขอออกไปปราบปรามหัวเมืองให้สิ้นซาก แลเส้นทางไกลกันดารนัก ทั้งโรคร้ายก็มาก ขงเบ้งก็ได้ยกทหารลงใต้ จับตัวเบ้งเฮ็กได้เป็นหลายครั้ง แลน้ำใจชาวเผ่าทางใต้นั้นดุร้ายนัก ก็มิอาจหักได้ด้วยกำลังทหาร ขงเบ้งก็หวังปราบปรามหัวเมืองให้สิ้นซาก จึงปล่อยตัวเบ้งเฮ็กเสียหกครั้ง ไล่ต้อนเบ้งเฮ็กจนอับจน ก็จับได้ เบ้งเฮ็กจึงยอมอ่อนน้อมด้วยขงเบ้ง ไม่คิดรุกรานเสฉวนอีกเลย ขงเบ้งก็ยกทหารกลับเสฉวน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 59 &#8211; ขงเบ้งตีวุยก๊ก</strong><br />
ฝ่ายพระเจ้าโจผีครองราชย์ได้เจ็ดปี ก็ประชวรหนักเห็นว่าตัวจะมิรอด ก็เรียกโจจิ๋น สุมาอี้ ฝากฝังโจยอยผู้บุตรให้สืบราชสมบัติต่อไป สั่งเสร็จแล้วก็ขาดใจตาย ขุนนางทั้งปวงจึงเชิญพระเจ้าโจยอย ขึ้นเสวยราชสมบัติแล้วให้สุมาอี้ ไปรับหน้าศึกที่เมืองเสเหลียง</p>
<p>ฝ่ายขงเบ้งเห็นว่าสุมาอี้มิสติปัญญา ก็คิดอุบายปล่อยข่าวลือไปทั่วลกเอี๋ยงว่าสุมาอี้คิดขบถ พระเจ้าโจยอยก็ทรงเชื่อ ก็ถอดสุมาอี้ออกจากขุนนาง ให้ไปเป็นไพร่ทำมาหากิน อยู่บ้านเก่า ฝ่ายขงเบ้งรู้ดังนั้นก็ยินดี เข้ากราบทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยน ขอไปตีลกเอี๋ยง ขณะนั้นพระเจ้าเล่าเสี้ยนครองราชย์ได้ห้าปี</p>
<p>ฝ่ายขงเบ้งออกจากเมืองฮันต๋ง แวะเข้าคำนับที่ฝังศพม้าเฉียว แล้วตีถลำเข้ามาจะตีเอาเมืองเทียนซุย ให้จูล่งซุ่มทหารอยู่ แลขงเบ้งก็ใช้อุบายล่อม้าจุ้น เจ้าเมืองเทียนซุยออกมา เกียงอุยซึ่งเป็นนายทหารในเมืองนั้นสำคัญในอุบาย ก็ซ้อนกลเสีย จูล่งเสียทีก็กลับเข้าไปหาขงเบ้ง ฝ่ายขงเบ้งเห็นว่าเกียงอุยมิสติปัญญารู้ล่วงนัก ก็ใคร่ได้มาอยู่ด้วย จึงทำอุบายเสีย เกียงอุยจึงยอมมาทำการอยู่ด้วยขงเบ้ง ขงเบ้งก็ยกมาถึงเขากิสาน พระเจ้าโจยอยก็ตั้งให้โจจิ๋น ออกต้านทานขงเบ้ง ฝ่ายโจจิ๋นสู้ขงเบ้งมิได้ ก็แตกหนีมา</p>
<p>ฝ่ายพระเจ้าโจยอยเห็นดังนั้น ก็มิรู้จะหานายทัพมาสู้ขงเบ้ง จงฮิวจึงเสนอให้กลับแต่งตั้งสุมาอี้ เข้าสู้ด้วยขงเบ้ง พระเจ้าโจยอยเห็นชอบด้วย ก็ตั้งให้สุมาอี้เป็นขุนนางอย่างเก่า แล้วให้ไปบรรจบกับพระเจ้าโจยอย ณ เมืองเตียงฮัน</p>
<p>ฝ่ายขงเบ้งรู้ว่าพระเจ้าโจยอยให้สุมาอี้กลับตำแหน่งอย่างเก่าก็ตกใจนัก แล้วว่าสุมาอี้จะมาตีปิดต้นทาง จึงหาผู้อาสาไปรักษาด่านเกเต๋ง ม้าเจ๊กก็ได้อาสาแลทำทัณฑ์บนไว้ แล้วยกไป ฝ่ายม้าเจ๊กเมื่อมาถึงก็เห็นประมาท ไปตั้งทัพสกัดบนยอดเนินเขา เมื่อสุมาอี้เมื่อยกทัพมาถึง เห็นดังนั้น ก็เข้าล้อมเนินเขา ปิดทางน้ำแลจุดไฟเผาเสีย ทหารม้าเจ๊กก็แตกตื่นเป็นอลหม่าน ทหารสุมาอี้ก็เข้าล้อมอยู่ ม้าเจ๊กเห็นดังนั้นก็จวนตัวหนีหักออกมา แลรักษาต้นทางเกเต๋งไว้มิได้<br />
ฝ่ายขงเบ้งรู้ดังนั้นก็ตกใจ ก็รีบเตรียมถอยทัพกลับฮันต๋ง เดินทางไปถึงเมืองเสเสีย ก็ให้หยุดอยู่ แลทหารบอกว่า สุมาอี้ยกทัพมาถึงแล้ว ทหารขงเบ้งก็ตกใจหน้าซีดเสียทุกคน แลขงเบ้งเห็นว่าจวนตัวคับขันนัก ก็ให้เปิดประตูเมืองทั้งสี่ด้าน แล้วมิให้ผู้ใดส่งเสียง แล้วตัวขงเบ้งก็ขึ้นไปบนกำแพงเมือง เล่นดีดพิณสบายอยู่ สุมาอี้เห็นดังนั้นก็นึกสงสัย พิเคราะห์อยู่ก็เห็นว่า ขงเบ้งแต่งกลมีทหารซุ่มเป็นมั่นคง ก็ให้เร่งถอยทหารกลับ</p>
<p>ฝ่ายทหารทั้งปวงเห็นสุมาอี้ยกทัพกลับไป ก็มีความยินดี แล้วขงเบ้งก็ให้ล่ากลับฮันต๋ง ฝ่ายจูล่งซึ่งล่วงมาอยู่ตำบลกิก๊ก ก็ฝ่ากลับออกมาได้อย่างมิเป็นอันตราย ครั้นขงเบ้งกลับถึงฮันต๋งก็ฝืนใจ ให้ประหารม้าเจ๊กตามอาญาแลทัณฑ์บน แลขงเบ้งก็ให้เตรียมทหารพรักพร้อมไว้ รอการตีลกเอี๋ยงอีกคราหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 60 &#8211; จูล่งตาย</strong><br />
อยู่มาพระเจ้าเล่าเสี้ยนได้รับหนังสือจากซุนกวน ให้ออกตีลกเอี๋ยง พระเจ้าเล่าเสี้ยนเห็นชอบด้วย ก็ให้ขงเบ้งยกไปตีลกเอี๋ยง แลขณะไปนั้นก็รู้ข่าวว่าจูล่งตายแล้ว ขงเบ้งก็ร้องไห้รักเป็นอันมาก แล้วว่าซึ่งจูล่งถึงแก่ความตายนี้ เหมือนดั่งแขนซ้ายพระเจ้าเล่าเสี้ยนขาด พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็ร้องไห้รัก แล้วให้แต่งการศพเป็นอย่างดี</p>
<p>ฝ่ายขงเบ้งก็ยกทัพมาทางตันฉอง พระเจ้าโจยอยก็ให้โจจิ๋นออกสู้ขงเบ้ง อยู่มาไม่นานเสบียงหมด ขงเบ้งจึงยกทัพกลับฮันต๋ง ฝ่ายเมืองกังตั๋งก็ทำพิธีราชาพิเษก ยกซุนกวนเป็นกษัตริย์ แล้วก็ส่งไมตรีไปทางเสฉวน ให้ช่วยรบลกเอี๋ยง ตีสองทาง พระเจ้าเล่าเสี้ยนรู้ดังนั้น ก็ให้ขงเบ้งออกตีลกเอี๋ยงอีกคราหนึ่ง</p>
<p>พระเจ้าโจยอยรู้ดังนั้นก็ตั้งให้สุมาอี้เป็นใหญ่ คุมอาญาสิทธ์ทั้งปวง ขงเบ้งก็รุกไล่เข้ามา สุมาอี้ก็ตั้งค่ายสกัดอยู่ แลมิได้ออกรบ ตั้งมั่นให้ช้าอยู่ ขงเบ้งเห็นดังนั้น ก็คิดอุบายทำทีเป็นถอยทหารกลับ สุมาอี้ก็มิได้หลงตามตี ขงเบ้งก็ให้ถอยทุกสามร้อยเส้น เตียวคับเห็นดังนั้น ก็ขอออกตีขงเบ้ง สุมาอี้ก็ให้ไปแลยกทัพหนุนไปช่วย ถูกกลขงเบ้ง ทัพสุมาอี้ก็แตก อยู่มาขงเบ้งก็ป่วยหนัก ให้ถอยทัพกลับเสฉวน ครั้นรักษาไม่นานก็หาย แล้วขงเบ้งก็ให้ซักซ้อมทหารหัดปรือกันอยู่ จะไปตีเมืองลกเอี๋ยงอีกครั้งหนึ่ง<br />
ฝ่ายพระเจ้าโจยอยเห็นขงเบ้งทำการกำเริบ ก็ให้โจจิ๋นแลสุมาอี้ไปตีเสฉวน ครั้นเดินทางมาเกิดฝนตกห่าใหญ่ จึงเลิกทัพกลับ ขงเบ้งเห็นได้ทีก็ยกทหารตามตี โจจิ๋นได้รับความอัปยศนัก ก็ตรอมใจตาย แลสุมาอี้ก็ได้เข้ารบกับขงเบ้ง เสียทียกทหารหนีถอยมา ขงเบ้งก็ล่วงลึกเข้ามา ตั้งค่ายอยู่ ณ เขากิสาน สุมาอี้ก็คิดอุบายปล่อยข่างลือ ไปยังเสฉวนว่าขงเบ้งคิดขบถ พระเจ้าเล่าเสี้ยนรู้ดังนั้นก็สำคัญว่าจริง เรียกขงเบ้งกลับ ขงเบ้งก็ถอนใจใหญ่ว่า การทำมาถึงเพียงนี้ จะทำกลับทำการสักร้อยครั้ง ก็มิได้มาถึงนี่ได้อีกครั้ง แล้วก็เลิกทัพกลับ แล้วเข้าว่าพระเจ้าเล่าเสี้ยน พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็ว่าตัวนั้นผิด หูเบา เชื่อฟังแต่คนชั่ว ครั้นขงเบ้งสืบสาวเอาเรื่องแล้ว ก็จัดทแกล้วทหาร จะไปตีเตียงฮัน ขณะนั้นพระเจ้าเล่าเสี้ยนเสวยราษฎร์ได้เก้าปี</p>
<p>ฝ่ายสุมาอี้รู้ดังนั้นก็ออกมาสกัดทัพขงเบ้ง ให้เตียวคับเป็นกองหน้า ขงเบ้งก็ยกมาถึง ณ เขากิสาน อยู่มา ขงเบ้งได้ข่าวว่า ซุนกวนจะยกมามาตีเสฉวน ขงเบ้งรู้ดังนั้นก็ตกใจ ถอยทัพกลับ เตียวคับก็ตามไป ต้องกลขงเบ้งถึงแก่ความตาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 61 &#8211; ขงเบ้งตาย</strong><br />
ฝ่ายขงเบ้งซ่องสุมทหารได้สามปี ก็ลาพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปปราบวุยก๊กให้ราบคาบ แล้วก็ยกทหารมาเขากิสานอีก สุมาอี้ก็ออกสกัดทัพ ขงเบ้งก็ได้แต่งหนังสือชวนซุนกวนตีกระหนาบ ซุนกวนก็ยกทัพหลวงมาเอง พระเจ้าโจยอยก็ออกไป สกัดซุนกวนที่เมืองหับป๋า ครั้นรบกัน ทหารซุนกวนก็สู้มิได้จึงยกทัพกลับกังตั๋ง ฝ่ายขงเบ้งก็รบกับสุมาอี้ยืดยาวอยู่ สุมาอี้ก็ตั้งมั่นมิได้ออกรบ ขงเบ้งก็ให้ทหารส่งผ้าซับในผู้หญิง ไปยังค่ายสุมาอี้ ทำทีเป็นเยาะเย้ย มิใช่ชายชาติทหาร สุมาอี้เห็นดังนั้นก็โกรธแต่อยู่ในใจ แล้วก็ถามถึงตัวขงเบ้งกับทหารผู้นั้น ทหารผู้นั้นก็ว่า ขงเบ้งนอนมิได้ปรกติ ตรวจกำชับดูแลทหารอยู่เสมอ การใหญ่น้อยก็มิได้ผ่อนผันให้ผู้ใดทำ สุมาอี้ได้ยินดังนั้นก็ว่าเห็นขงเบ้งจะอายุสั้นเสียแล้ว แล้วก็ให้บำเหน็จรางวัลแก่ทหารผู้นั้น ตามสมควร</p>
<p>ครั้นขงเบ้งอยู่ในค่าย แลเห็นดาวประจำตัวเศร้าหมองนัก ก็ว่าเห็นตัวจะตายเป็นมั่นคง เกียงอุยก็ว่าให้ทำพิธีต่ออายุ ก็จะพอสืบไปได้บ้าง ขงเบ้งเห็นด้วย ก็ให้จัดทำพิธีต่ออายุ ครั้นทำพิธีอยู่หกคืน สุมาอี้ก๊แลเห็นดาวอุปราชเมืองเสฉวน เศร้าหมองอยู่ ก็เห็นได้ที ให้ทหารไปร้องท้าทายถึงค่าย อุยเอี๋ยนเห็นดังนั้น ก็เข้าไปข้างใน หวังจะบอกขงเบ้ง ก็สะดุดโคมต่ออายุนั้นดับไป ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็ตกใจ แล้วว่าคงจะเห็นไม่พ้นความตายเป็นมั่นคง<br />
ครั้นขงเบ้งก็ได้ให้เอียวหงี ทำหุ่นรูปแทนตัวนั่งเกวียนอยู่ ให้ทหารทำตัวเป็นปรกติ แล้วก็สั่งเสียก่อนตาย ให้เจียวอ้วนเป็นมหาอุปราชแทนตน ให้เกียงอุยว่าราชการฝ่ายทหาร ครั้นสั่งเสร็จแล้วก็ตาย ขณะนั้นพระเจ้าเล่าเสี้ยนเสวยราษฎร์ได้สิบสองปี ฝ่ายสุมาอี้รู้ดังนั้นก็ติดตามไป หวังจะตีทหารเสฉวน แลไปเห็นหุ่นขงเบ้ง ก็สำคัญว่าขงเบ้งยังไม่ตาย แลเห็นจะต้องกลขงเบ้งเสียแล้ว ก็รีบให้ยกทหารกลับ</p>
<p>ฝ่ายอุยเอี๋ยนรู้ว่าขงเบ้งตายแล้วก็คิดขบถ ก็ไปตั้งอยู่หน้ากำแพงเมืองฮันต๋ง ขงเบ้งขณะก่อนตายนั้น ก็ได้ฝากความลับไว้แก่ม้าต้าย ให้ไปอยู่เป็นไส้ศึกด้วยอุยเอี๋ยน เมื่ออุยเอี๋ยนยกมาตั้งหน้ากำแพงเมืองแล้ว เอียวหงีก็ฉีกหนังสือขงเบ้ง เป็นใจความว่าให้ลวงอุยเอี๋ยนมีใจกำเริบ ให้ร้องขึ้นว่าใครอาจสามารถฆ่ากูได้ เอียงหงีก็ท้าให้อุยเอี๋ยนทำตาม แลขณะอุยเอี๋ยนแหงนหน้าจะร้องขึ้น ม้าต้ายก็เข้ามาข้างหลัง ใช้กระบี่ฟันถูกศรีษะอุยเอี๋ยน ขาดออกจากกาย เอียงหงี เกียงอุยก็มีความยินดี แล้วให้เอาศพขงเบ้งไปฝังไว้ ณ เขาเตงกุนสัน</p>
<p>ฝ่ายพระเจ้าโจยอยก็ตั้งให้สุมาอี้เป็นมหาอุปราช แลอยู่มาไม่นานก็สิ้นพระชมน์ ขณะนั้นพระเจ้าโจยอยครองราชย์ได้สิบสามปี สุมาอี้ก็ให้โจฮองสืบราชสมบัติต่อมา ฝ่ายเกียงอุยก็มาตีวุยก๊กอยู่เนืองๆ อยู่มาพระเจ้าโจฮองเสวยราษฎร์ได้สิบสามปี สุมาอี้ก็ป่วยตาย พระเจ้าโจฮองก็ตั้งให้สุมาสู สุมาเจียวผู้บุตรสุมาอี้ คุมอำนาจบ้านเมืองแลทหารทั้งปวง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--><br />
<strong>สามก๊ก ตอนที่ 62 &#8211; สุมาเจียวตีเมืองเสฉวน</strong><br />
ขณะนั้นลกซุนแลจูกัดกิ๋น ผู้มีสติปัญญาเมืองกังตั๋งก็ตายแล้ว อยู่มาพระเจ้าซุนกวน เสวยราษฎร์ได้ยี่สิบสี่ปี ก็ประชวรหนักถึงแก่ความตาย จูกัดเก๊กแลขุนนางทั้งปวงก็ตั้งให้ซุนเหลียง เสวยราษฎร์แทน</p>
<p>ฝ่ายสุมาสูแลสุมาเจียว ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยก็อยู่ในบังคับบัญชาสิ้น แลทำการกำเริบ พระเจ้าโจฮองก็คิดทำการกำจัดเสีย สุมาสูแจ้งดังนั้นก็โกรธนัก ถอดพระเจ้าโจฮองออกจากราชสมบัติ ก็ให้โจมอ หลานพระเจ้าโจผี ครองราษฎร์แทน พระเจ้าโจมอก็แต่งตั้งให้สุมาสูเป็นมหาอุปราช</p>
<p>อยู่มาพระเจ้าโจมอเสวยราษฎร์ได้สองปีเศษ สุมาสูก็ถึงแก่ความตาย สุมาเจียวก็ได้ เป็นมหาอุปราชแทน ฝ่ายเกียงอุยเห็ราชการเมืองวุยก๊ก แปรปรวนอยู่ ก็เข้ายกทหารเข้ารบอยู่เนืองๆ แต่มิสำเร็จ</p>
<p>ฝ่ายเมืองกังตั๋ง หมดสิ้นยุคพระเจ้าซุนเหลียง ก็ได้ซุนฮิวปกครองต่อมา เมืองวุยก๊ก ก็ได้โจฮวนสืบราชสมบัติต่อจากโจมอ ฝ่ายพระเจ้าเล่าเสี้ยน ซึ่งอยู่แดนเสฉวนนั้น ก็มิได้เอาใจใส่ราชการ เสพย์สุราทุกวันมิได้ขาด เชื่อฟังแต่ถ้อยคำฮุยโฮขันที ฝ่ายเกียงอุยก็ได้ตีวุยก๊ก อยู่หลายครั้ง อยู่มาฮุยโฮก็ได้ยุยงพระเจ้าเล่าเสี้ยน ให้เรียกเกียงอุยกลับ ด้วยติดสินบนเงียมอูขุนนางในเมืองเสฉวน พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็ให้เรียกเกียงอุยกลับ เกียงอุยรู้ดังนั้นก็น้อยใจ แล้วยกทหารลาออกมาทำไร่นา ฝึกทหารอยู่ที่ตำบลหลงเส</p>
<p>ฝ่ายสุมาเจียวเห็นราชการเมืองเสฉวนอิดโรย แลเห็นจะเสื่อมสลายแล้วก็ให้ เตงงาย จงโฮย ออกตีเสฉวนให้ได้ พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็มิได้สนใจออกว่าราชการ แลมิได้ป้องกันบ้านเมือง เตงงายก็ได้แยกไปตีทางอิมเป๋ง แลทางนั้นเดินลำบาก กันดารแสนเข็ญนัก ฝ่ายเสฉวนแลเห็นเส้นทางอิมเป๋งกันดาร มิคิดว่าจะมีทหารยกมาได้ จึงป้องกันหละหลวม เตงงายก็ยกทหารมาแต่น้อยผ่านมาได้ จะเข้าเมืองเสฉวน</p>
<p>ฝ่ายพระเจ้าเล่าเสี้ยนเห็นจวนตัว ก็มิคิดอ่านป้องกัน ยอมอ่อนน้อมออกไปคำนับ มอบเมืองเสฉวนให้แก่เตงงาย ฝ่ายเกียงอุยรู้ดังนั้นก็ตกใจ แล้วแสร้งยอมเข้าไปอยู่ด้วยจงโฮย แล้วยุให้คิดขบถ ก็ถูกทหารกลุ้มฆ่าตายทั้ง จงโฮย แลเกียงอุย สุมาเจียวจึงได้เสฉวนแต่นั้นมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><!--more--></p>
<p><strong>สามก๊ก ตอนที่ 63 &#8211; สุมาเอี๋ยนสถาปนาราชวงศ์จิ้น (จบ)</strong></p>
<p>ฝ่ายพระเจ้าโจฮวนก็ได้แต่งตั้ง สุมาเจียวเป็นจีนอ๋อง อยู่มาไม่นานสุมาเจียวก็ตาย สุมาเอี๋ยนผู้บุตร ก็ได้เป็นที่จีนอ๋องแทนบิดา อยู่มาสุมาเอี๋ยนก็ถอดพระเจ้าโจฮวน ออกเสียจากราชสมบัติ ตั้งตนเป็นพระเจ้าจีนอ๋อง แต่นั้นก็สิ้นสุดราชวงศ์วุ่ย แล้วสุมาเอี๋ยนก็เตรียมทแกล้วทหารทั้งปวงจะยกไปตีกังตั๋ง<br />
ฝ่ายพระเจ้าซุนฮิว แจ้งดังนั้นก็ทรงประชวรหนักถึงแก่ความตาย ขุนนางทั้งปวงก็ตั้ง ให้ซุนโฮสืบราชสมบัติต่อมา ฝ่ายพระเจ้าซุนโฮครั้นสืบราชสมบัติเสียแล้ว ก็กำเริบทำหยาบช้าผิดประเพณีมาแต่ก่อน ฝ่ายพระเจ้าสุมาเอี๋ยนเห็นเมืองกังตั๋งจะโรยรา ก็ให้ยกทหารไปตีกังตั๋ง ฝ่ายพระเจ้าฮุยโฮเห็นข้าศึกยกเข้ามาจวนตัว ก็ออกมายกเมืองกังตั๋ง ให้แก่พระเจ้าสุมาอี๋ยน แต่นั้นม พระเจ้าสุมาเอี๋ยนก็ได้รวมแผ่นดินสามก๊ก กลับมาอยู่เป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งหนึ่ง แล้วสถาปนาราชวงศ์จิ้นสืบต่อมา<br />
( จบบริบูรณ์ )</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.kittipat.in.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
