งานประกวดความคิดสร้างสรรค์คานส์ไลอ้อนครั้งที่ 65 ปีนี้ปรับหมวดหมู่ให้เรียบง่ายและชัดเจนมากขึ้นมาก มีจำนวนคนส่งผลงาน 32,372 Entries (7,660 แคมเปญ) ได้รางวัลทั้งหมด 651 แคมเปญ (ในนี้มีโกลด์ขึ้นไป 138 แคมเปญ) ขอคัดเลือกเน้นๆอันที่น่าสนใจจำนวน 43 แคมเปญจากทั้ง 28 หมวดหลักมาให้ดูครับ
1) ยื่นเรื่องปลี่ยนภูเขาขยะพลาสติกกลางทะเลให้กลายเป็นประเทศจริง หมู่เกาะใหม่ใจกลางแปซิฟิก
ปีนี้งานเกี่ยวกับขยะพลาสติกทะเลมีเด็ดๆหลายอันทีเดียว เคสนี้ถือว่าเล่นใหญ่สุด เพราะไอเดียคือรวมเอาขยะที่ลอยอยู่ในทะเลให้มารวมกันแล้วตั้งเป็นประเทศใหม่เลย ในเมื่อมันมีภูเขาขยะลอยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกจริงๆ โดยยื่นเรื่องไปที่ UN ว่าขอตั้งเป็นประเทศอย่างเป็นทางการ มีการทำให้ถูกขั้นตอนคือ ต้องมีประชากรจริง (ให้คนไปลงชื่อใน change.org) ต้องมีรัฐบาล (ส่งจดหมายเทียบเชิญไปให้ celeb ระดับโลกมีตำแหน่งใหญ่ในประเทศนี้) มีการสื่อสาร (ตั้งสกุลเงิน ธงชาติ พาสปอร์ต แสตมป์ แบบประชดประชัน) …ถือว่าเล่นใหญ่ไปให้สุดเอาให้ครบ แม้จะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นประเทศใหม่จริงๆหรอก
| CAMPAIGN : | Trash Isles / PLASTIC OCEANS/LADBIBLE |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Design > Creation of a New Brand Identity) GRAND PRIX (PR > Public Affairs & Lobbying) GOLD (PR > Sectors > Media / Entertainment) GOLD (Sustainable Development Goals Lions > Planet > Life below Water) |
2) ไม่ลงชื่อปฏิญาณตนไม่ให้เข้าประเทศ เปลี่ยนประทับตราในพาสปอร์ตให้กลายเป็นคำมั่นสัญญาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ประเทศ Palau ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ริเริ่มโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน อันสืบเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในแต่ละปีมีจำนวนมากกว่าประชากรทั้งประเทศหลายเท่า แน่นอนว่าเมื่อนักท่องเที่ยวมาก็มีโอกาสที่จะค่อยๆทำลายทรัพยากรทางทะเลทั้งแบบที่ตั้งใจหรือไม่ได้จงใจ วิธีการที่จะมาตามจับหาตัวคนที่ทำลายนั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและตามตัวจับได้ยาก แถมคนที่จะมาดูแลเรื่องนี้ก็มีไม่เพียงพอเสียอีก ถ้าเราย้อนกลับมาคิดว่าสิ่งที่จะช่วยรักษาทรัพยากรเหล่านี้ไว้ได้คือการปลูกฝังจิตสำนึกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้กับนักท่องเที่ยวจะดีกว่า
ไอเดียที่ประเทศนี้ทำก็คือ ถ้าอย่างนั้นก่อนเข้าประเทศก็ให้นักท่องเที่ยวลงชื่อปฏิญาณเพื่อเป็นการยืนยันว่าจะไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาท่องเที่ยว และ Touchpoint ที่เหมาะสมที่สุดก็เห็นจะเป็นหนังสือเดินทางของทุกคนที่เมื่อเวลาเราไปประเทศไหนก็ต้องลงประทับตราตรวจคนเข้าเมืองอยู่แล้ว ถ้าเราให้การประทับตราไม่ใช่เป็นแค่เครื่องหมายยืนยันอนุญาตให้เข้าประเทศ แต่ทำให้มากกว่า โดยที่ทุกคนจะต้องอ่านและลงชื่อปฏิญาณตนก่อนเข้าประเทศ ก็จะทำให้คนระมัดระวังและแคร์มากยิ่งขึ้น ในเชิงจิตวิทยาแล้ว เราเรียกเทคนิคนี้ว่าการหลักการจูงใจแบบ Commitment & Consistency กล่าวคือ มนุษย์เราเมื่อยืนยันตกลงรับคำอะไรไปแล้วแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม เราจะปรับความคิดและพฤติกรรมของเราให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเพิ่งโอเคนั้นไป สำหรับไอเดียนี้ก็คือ ถ้าเราลงชื่อยืนยันว่าจะรักษาสิ่งแวดล้อม เราก็จะปรับพฤติกรรมของเราให้คล้อยตามไปแบบนั้นเช่นกัน…. ไอเดียเรียบง่ายแต่ทรงพลัง แต่กว่าจะทำให้ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเปลี่ยนวิธีมาใช้แบบนี้ได้นั้น คงต้องใช้กำลังภายในที่สูงมากเช่นกัน ส่วนผลพลอยได้จากการที่ไอเดียถูกพีอาร์ออกไป มีคนรู้จักชื่อประเทศโนเนมนี้มากขึ้นอีกต่างหาก
| CAMPAIGN : | Palau Pledge / PALAU LEGACY PROJECT |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Direct > Sectors > Travel) GRAND PRIX (Sustainable Development Goals > Sustainable Cities and Communities) Titanium Grand Prix GOLD (Brand Experience & Activation Lions > Launch / Re-launch) |
3) ได้หลายเด้ง เปลี่ยนเกมเมอร์ให้เป็นพ่อค้า ช่วยออกแบบจอยเกมส์ Xbox แบ่งเปอร์เซ็นต์ เต็มใจขายเต็มใจซื้อ
เป็นแคมเปญที่ดูไอเดียไม่หวือหวามาก แต่โดนใจฝั่งชอบ Effectiveness ไปเต็มๆ คนชอบเล่นเกมส์มักจะต้องซื้ออุปกรณ์เสริมอยู่เรื่อยๆอยู่แล้ว ซึ่งมันก็สิ้นเปลือง ทาง Xbox ก็รู้เรื่องนี้เหมือนกัน โดยเฉพาะการออกจอยเกมส์ธรรมดาแต่ให้คน customized สีสันของตัวเองได้ ซึ่งการผลิตก็ต้องแพงกว่าปกติเป็นธรรมดา แล้วก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ ทาง Xbox จึงทำเป็น Affiliate Program ให้คนมาช่วยขายจอยตัวนี้ด้วย โดยเปิดให้คนมาเลือกประกอบสีสันของจอยตัวเอง ตั้งชื่อและอธิบายแรงบันดาลใจ จากนั้นก็ปล่อยขายในช่องทางของ Xbox แน่นอนว่าเด้งที่หนึ่ง คนที่มาทำเหล่านี้ก็ต้องซื้อมาเป็นของตัวเอง เด้งสองคนที่พอเป็น Influencer มีฐานแฟนก็เต็มใจโปรโมทออกไปตามช่องทางโซเชียลมีเดียเพื่อหวังได้คอมมิชชั่น เด้งสามได้กระแส คอเกมเมอร์ก็ยิ่งบอกต่อๆกันถึงแคมเปญนี้ เท่านี้ยอดขายจะไปไหนเสีย
| CAMPAIGN : | Xbox Design Lab Originals: The Fanchise Model / MICROSOFT |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Creative eCommerce > Sectors > Media / Entertainment) GOLD (Brand Experience & Activation > Retail Promotions & Competitions) GOLD (Direct > Digital & Social > Co-creation & User Generated Content) GOLD (Media > Channels > Use of Digital Platforms) |
4) ก่อนเลือกตั้งใครเข้าสภาให้สแกนหน้าส่องดูประวัติโกง ถอดหน้ากากใบหน้าจริงด้วยข้อมูลความจริงที่หนีไม่พ้น
บราซิลเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องคอรัปชั่นจากนักการเมืองมากติดอันดับโลก การเข้าถึงข้อมูลจะช่วยให้ประชาชนรู้ว่าควรเลือกใครก่อนที่เขาจะเข้ามาบริหารประเทศโดยเฉพาะประวัติในอดีต องค์กรที่ดูแลเรื่องนี้จึงออก App ที่ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่นักการเมืองส่วนใหญ่อยากปกปิดอย่างข้อมูลจากศาลต่างๆ เพียงแค่สแกนไปที่ใบหน้าของผุ้สมัครเลือกตั้ง ไม่ว่าจากในทีวี สื่อต่างๆ ข้อมูลก็จะปรากฏชัดออกมาเป็นภาษาที่ย่อยให้เข้าใจง่าย …ความแสบอยู่ที่ตอนเริ่มจุดกระแสโดยเอาดาราดังไปเซลฟี่กับนักการเมืองหน้ารัฐสภาเพื่อโชว์ให้โลกเห็นว่าเราจะใช้แอพนี้อย่างไร…
| CAMPAIGN : | Corruption Detector / RECLAME AQUI |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Mobile Lions > Technology > Data / Insight) GOLD (Mobile Lions > Utility Apps) |
5) คุยกับวัยรุ่นลอนดอน ต้องเข้าใจวิถีชีวิตเขา งาน Nike ที่ให้วัยรุ่นจริงเป็นตัวแสดง เล่าชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ส่วนคนดังเป็นแค่ตัวประกอบ
เราเคยเห็น Ads ของ Nike ที่เน้นคนธรรมดามาเล่ามากกว่าใช้นักกีฬาระดับ World-class แต่เพียงอย่างเดียวมาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะทำให้คนมันเข้าถึงได้ง่าย แคมเปญนี้เป็นของ UK เน้นไปที่ลอนดอน โดยใช้วิธีเล่าแบบเดียวกันแต่ลงลึกไปเข้าใจ วัฒนธรรม และ Insights ของวัยรุ่นลอนดอนเนอร์ค่อนข้างมาก วิธีการเล่าไม่ได้ใช้นักกีฬาผู้สูงส่งจนเอื้อมไม่ถึง แต่ใช้พลังของเด็กๆที่เจอในชีวิตจริง ความกดดันต่างๆในสังคมลอนดอน เป็นบททดสอบที่เด็กๆจะมุ่งมั่นเอาชนะมันไปให้ได้ ทั้งแรงกดดันครอบครัว ทั้งอุปสรรคการเล่นกีฬา การใช้ชีวิตต่างๆ ฯ แทนที่จะเล่าแบบการแข่งขันกันแบบ One-upmanship คือฉันเหนือกว่าเธอนะ แต่ทำตรงกันข้ามคือ One-downmanship ฉันอยู่ในสถานการณ์ที่แย่กว่าเธอ เพราะการใช้ชีวิตในลอนดอนมันช่างมีอุปสรรคเหลือเกิน
แคมเปญนี้ถ่ายทอดออกมาเป็น Film ยาวสามนาที พูดบลัฟกันต่อเนื่องระหว่าง Londoner สู่ Londoner โดยใช้วัยรุ่นลอนดอน 258 คน แต่ก็ไม่วายแทรกคนดังในแวดวงกีฬาและแวดวงอื่นๆๆลงในคลิป อย่างเช่น Michael Dapaah, Harry Kane, Skepta AJ Tracy, Mo Farah, Eden Hazard และ Dina Asher-Smith แต่ออกมาให้เห็นแค่แปบเดียว เป็นแค่ตัวประกอบให้กับซีนเด็กๆ วิธีการที่เล่าก็เป็นวัยรุ่น แถมฉากการเล่าก็ไม่ได้มีอะไรที่สร้างภาพ นำเสนออะไรที่ Cliche เลย ไม่มี Landmark สำคัญของลอนดอน ทุกอย่างคือชีวิตของความเป็น Londoner จริงๆ และดูไม่ได้เป็นการจัดฉาก และสุดท้าย ซีนต่างๆถูกตัดเป็นแบบสั้นๆนำไปให้นักแสดงที่เล่นจริงในฟิลม์ไปโพสใน Instagram ของตัวเองอีกด้วย
| CAMPAIGN : | Nothing Beats a Londoner / NIKE |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Social & Influencer > Multi-platform Social Campaign) Titanium Lions GOLD (Film > TV / Cinema > Consumer Durables) |
ดูตัวอย่าง Instagram Post
https://www.instagram.com/p/Be6FigeHIUz
https://www.instagram.com/p/Be6EvbqF5vB
https://www.instagram.com/p/Be6F9u6AH58
6) เฉพาะ Mc Donald’s เท่านั้น เห็นแว่บเดียวก็จำได้ ป้ายบอกร้านด้วยเสี้ยวเดียวของโลโก้
ถือเป็นดีไซน์ป้ายบอกทางไปร้าน Mc Donald’s ด้วยความเรียบง่าย โดยนำส่วนหนึ่งของโลโก้มาเป็นเส้นบอกทาง ไม่ต้องบอกว่าคืออะไรคนก็รู้ ถ้าไม่ใช่แบรนด์นี้ทำไม่ได้เพราะสร้างแบรนด์ด้วย Golden Arches มาอย่างยาวนาน บ่งบอกถึงความแข็งแรงของ Corporate Identity (CI)
| CAMPAIGN : | Follow The Arches / MCDONALD’S |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Outdoor > Billboards > Retail)) |
7) แซวแรง มิวเซียมของประธานธิบดีที่ใช้ Twitter เป็นตัวเล่า ขยี้สิ รออะไร
ตามปกติที่อเมริกาจะมีการจัดสร้าง Presidential Libraries and Museums สำหรับประธานธิบดีคนก่อนๆเพื่อเก็บข้อมูลสำคัญและไว้อ้างอิงถึงคนรุ่นหลังอยู่แล้ว แต่สำหรับประธานาธิบดีคนปัจจุบัน Donald J. Trump ยังต้องรอให้พ้นสมัยก่อน ทางรายการ The Daily Show Presents เลยขอจัดทำอีเวนต์พิเศษสำหรับประธานาธิบดีผู้นี้ผู้มีความสามารถในการสื่อสารที่ค่อนข้างแย่ มีคนไม่ชอบค่อนข้างมาก จึงชูเอาเรื่อง Twitter ที่ Donald Trump เคยทวีตไว้มาจัดแสดง เรียกว่าเรียกคนมาขยี้และมาปลดปล่อยความรู้สึกกันในที่แห่งนี้ แถมมี Virtual Tour อีกต่างหาก
| CAMPAIGN : | The Daily Show Presents: The Donald J. Trump Presidential Twitter Library / COMEDY CENTRAL |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Outdoor > Ambient > Immersive Experiences) |
(ขอขอบคุณคลิปต้นฉบับจาก brandbuffet.in.th)
8) อยากรู้ใช่ไหมคืออะไร ไล่ให้ไปเสิร์ชดูก็รู้เอง ให้ศิลปินในตำนานดนตรีมาโฆษณาให้ Budweiser โดยไม่ต้องเสียสักบาท
Budweiser อยู่กับวงการดนตรีมานานมาก เรียกว่าเติบโตมากับประวัติศาสตร์ดนตรีเลยก็ได้ มีภาพถ่ายประวัติศาสตร์ศิลปินดังๆที่ถือเบียร์ Budweiser อยู่เป็นองค์ประกอบเป็นจำนวนมาก แต่เอามาโฆษณาไม่ได้ไม่อย่างนั้นโดนค่าลิขสิทธิ์อานเลย วิธีการก็เลยไล่ไปดูเอาเอง เป็นโฆษณา Outdoor ที่เพียงใส่ Keywords ระบุปี เหตุการณ์ต่างๆที่ไม่ได้พูดชื่อศิลปิน ให้คนที่เห็น Ads แล้วสงสัยไปเสิร์ชเอาในกูเกิ้ลก็แล้วกัน ด้วยระบบค้นหาของกูเกิ้ล search ยังไงก็เจอ (ส่วนใหญ่เจอเพราะคำมันตรงกับ meta tag ของเวบ GettyImages.com) เป็นสื่อที่สร้าง engagement ผ่านความอยากรู้อยากเห็นของคน แถม message ที่ว่า Budweiser อยู่ในตำนานดนตรีมานานนั้นออกมาครบเลย
| CAMPAIGN : | TagWords / AB INBEV |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Print & Publishing Lions > Innovative Use of Print) GOLD (Print & Publishing Lions > Sectors > Food & Drink) GOLD (Direct > Sectors > Food & Drink) |
9) เปลี่ยนเนื้อเพลงเชียร์บอลให้เป็นเพลงรณรงค์ลดการทำร้ายเพศหญิง ต่อเนื่องมาจากการไปชมเกมส์ฟุตบอล
ในประเทศแอฟริกาใต้มีสถิติชัดเจนว่าอัตราการทำร้ายร่างกายภายหลังเกมฟุตบอลนั้นสูงขึ้น สาเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ ค่ายเบียร์ยี่ห้อหนึ่งพอดีเป็นสปอนเซอร์ทีมใหญ่ในลีคประเทศนี้อยู่สองสโมสร เมื่อสองทีมนี้ต้องมาเจอกันเป็นดาร์บี้แมตช์ ก็จัดทำเพลงพิเศษขึ้นมา โดยดัดแปลงจากเพลงเชียร์ทีมชาติฟุตบอลซึ่งต้องร้องกันเป็นประจำก่อนเริ่มแมตช์อยู่แล้ว ก่อนเริ่มเตะก็เชิญบรรดาผู้หญิงมาร้องเพลงกลางสนาม ตอนครึ่งแรกก็ร้องปกติ แต่พอครึ่งหลังเนื้อเพลงเปลี่ยนเป็นเรื่องรณรงค์การทำร้ายผู้หญิงจากเกมฟุตบอล เนื้อเพลงประมาณว่าลูกผู้ชายตัวจริงเขาไม่ทำแบบนี้กัน
| CAMPAIGN : | Soccer Song for Change / AB INBEV |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Radio & Audio Lions > Sectors > Corporate Social Responsibility (CSR) / Corporate Image) |
10) โฆษณาล้ำๆของ APPLE HOMEPOD กับ SPIKE JONZE กลับบ้านมาหายเหนื่อย
โฆษณาเพลงชุดนี้ โชว์ความล้ำของการกำกับล้วนๆ โดย Spike Jonze ผู้กำกับระดับโลก (กำกับ “Her”, “Being John Malkovich” และหนังโฆษณาอย่าง “Kenzo World”) โดยใช้เพลง Til It’s Over ของ Anderson Park กว่าจะออกมาได้ขนาดนี้ เบื้องหลังนั้นโหดมาก
| CAMPAIGN : | Welcome Home / APPLE |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Entertainment Lions for Music > Brand or Product Integration into Music Content) GOLD (Film Craft > Production Design / Art Direction) GOLD (Film > Online > Consumer Durables) |
11) หนัง Emotional เรียกน้ำตา จะสงครามแค่ไหน ขอให้เหลือโรงพยาบาลเป็นความหวัง
ตามปกติแล้วหลักการของสงครามในอดีตที่ผ่านมาคือให้เว้นโรงพยาบาลไว้สำหรับการรักษาชีวิตผู้คน แต่ปัจจุบันโรงพยาบาลกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีจนไม่เหลือความเป็นมนุษยธรรมให้เห็นอีกต่อไป วิธีการสร้าง Storytelling คือถ่ายทอดเรื่องราวของมนุษย์คนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่าชีวิตมนุษย์สักคนนั้นมีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด และมนุษย์นั้นจะอยู่ได้ด้วยความหวัง แม้จะมีเพียงเล็กน้อยก็ตาม
| CAMPAIGN : | Hope / INTERNATIONAL COMITEE OF THE RED CROSS |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Film Craft > Direction) |
12) ประจำเดือนจะไม่ใช่เรื่องลับอีกต่อไป พูดได้ โชว์ได้ อย่าไปอาย
ประจำเดือนเป็นเรื่องปรกติของผู้หญิง แต่โฆษณา mainstream ผ้าอนามัยต่างๆต่างก็หลีกเลี่ยงการที่จะโชว์ภาพประจำเดือนแดงๆออกมาให้เห็น (ส่วนใหญ่ใช้น้ำสีฟ้า) และปล่อยให้เป็นต้องห้ามสำหรับการสื่อสารออกมา มันก็เลยทำให้ผู้หญิงมองเรื่องประจำเดือนเป็นเรื่องน่าอายและลับเฉพาะ ถึงขนาดที่ว่าเด็กผู้หญิงที่เพิ่งเริ่มมีประจำเดือนยอมถูกเพื่อน Bully มากกว่าปรึกษาพ่อแม่ แคมเปญนี้ชัดเจนมากในไอเดีย คืออย่าปล่อยให้เป็นเรื่องลับอีกต่อไป เลยกลายเป็นโฆษณาที่ใช้ประจำเดือนจริงๆ ทำให้เป็นเรื่องที่พูดได้กลางวงเพื่อนชายหญิง ฝากแฟนหนุ่มซื้ออนามัยไม่ใช่เรื่องน่าอาย ฯ นอกจากหนังที่ปล่อยออกมาแล้ว ยังปล่อยสื่อโฆษณาที่ซัพพอร์ตเรื่องนี้อีกมากมาย จนประสบความสำเร็จแม้จะถูกแรงต้านมากมาย
| CAMPAIGN : | bloodnormal / ESSITY |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Glass: The Lion for Change) |
13) เปลี่ยน Apple Stores ทุกที่ ไม่ใช่แค่ขาย แต่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ให้กับ community
Apple Stores ส่วนใหญ่อยู่ในศูนย์กลางของเมือง แต่ถูกวิจารณ์ว่าไม่ค่อยได้เอามาใช้ประโยชน์ ไม่เหมือน Starbucks ที่เด่นในเรื่องนี้ เลยจัดทำพื้นที่ในร้านเสียใหม่ให้กลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ให้กับชุมชน ทำทุกสาขา ทุกวัน โดยมีการเปิด session การเรียนรู้ตั้งแต่ถ่ายภาพไปจนถึง Coding และแน่นอนว่าใช้เทคโนโลยีของ Apple ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางชุมชน (เมืองนอกเรียกว่า Town Square) ดีๆนี่เอง
| CAMPAIGN : | Today@Apple / APPLE |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Brand Experience & Activation > Customer Retail / In-store Experience) Titanium Lion |
14) นำเสียงของ J F Kennedy กลับมาใหม่ ขึ้นมาพูด Speech สุดท้ายที่ยังไม่ได้พูดออกมา
ประธานาธิบดี John F Kennedy ถูกลอบสังหารเมื่อ 55 ปีที่แล้วขณะเดินทางไปพูดที่งาน Dallas Trade Mart สคริปของบทพูดยังคงอยู่ แต่คนพูดไม่อยู่แล้ว ….งานโชว์เคสนี้เป็นงานที่นำบทพูดนั้นกลับมาพูดให้สมบูรณ์โดยใช้เสียงของอดีตประธานาธิบดีเอง วิธีคือใช้ AI มาพูดโดยอิงจากบทพูด 831 ชิ้นของประธานาธิบดี ซึ่งดูเหมือนจะง่ายแต่จริงๆนั้นยาก เพราะการิวเคราะห์เนื้อคำพูดของมนุษย์เรานั้นมันมีเอกลักษณ์ซ่อนอยู่ในรายละเอียดมากมาย
| CAMPAIGN : | JFKunsilenced / THE TIMES/NEWS UK & IRELAND |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Creative Data > Creative Data Collection & Research) GOLD (Radio & Audio > Use of Audio Technology) |
15) ถึงไม่มี Smart Phone ก็ใช้กูเกิ้ลได้นะ เพียงคุณโทรเข้ามาตอนนี้ที่ 6000913 คุณจะได้รับข้อมูลที่ต้องการด้วยเสียงกลับทันที
ชาวบ้านในดินแดนห่างไกลมากๆยังไม่ได้เริ่มใช้ Smart Phone พอไม่ได้ใช้ก็เข้าถึง Internet ไม่ได้ พอเข้าถึง Internet ไม่ได้ ก็ใช้ Google ไม่ได้ แต่วันนี้ปัญหาเหล่านี้ของคุณจะหมดไป เพียงแค่โทรมาที่เบอร์ 6000913 (ล้อกับสะกดคำว่า gooogle) คุณจะเข้าถึงระบบ Google Assistant สั่งงานด้วยเสียงทันที…จริงๆก็คือการเชื่อมต่อระบบเทคโนโลยีทางโทรศัพท์กับระบบ Google สั่งงานด้วยเสียงเข้าด้วยกัน
| CAMPAIGN : | MY LINE Powered By Google / MINISTRY OF COMMUNICATIONS & INFORMATION |
| AWARDS : | GRAND PRIX (Innovation > Innovative Technology) GOLD (Mobile > Innovative use of Technology) GOLD (Mobile > Social Purpose) GOLD (Direct > Digital & Social > Use of Mobile) |
16) จะเล่นใหญ่ไปไหน หลอกว่าจะมีภาพยนตร์ใหม่ Crocodile Dundee ถึงเวลาเฉลยกลับเป็นแคมเปญโปรโมทการท่องเที่ยวออสเตรเลีย
ออสเตรเลียอยู่ไกลมากจนยอดคนมาเที่ยวจากต่างประเทศไม่กระเตื้อง โดยเฉพาะจากฝั่งอเมริกา การจะโปรโมทเรื่องทะเลกับไวน์ก็สู้คู่แข่งประเทศแถบทวีปอื่นไม่ได้ เลยมองว่าจุดขายอยู่ที่ผู้คน ซึ่งขึ้นชื่อชาวออสซี่นั้นเป็นคนอารมณ์ดีมีอารมณ์ขัน ในอดีตยุด 80’s มีภาพยนตร์แนว Action Comedy ไปโด่งดังที่อเมริกาชื่อ Crocodile Dundee ตอนนั้นเองที่คนอเมริกันส่วนใหญ่ได้เริ่มรู้จักออสเตรเลียและความเป็นออสซี่มากขึ้น และภาพยนตร์เรื่องนี้เองที่จะเป็นพระเอกในการโปรโมทการท่องเที่ยวให้กับออสเตรเลีย ปลายทางในการโปรโมทอยู่ที่ช่วงซุปเปอร์โบลว์ที่ยังเป็นที่นิยมสำหรับคนอเมริกัน แต่ก่อนหน้านั้นปูพรมไปว่าจะมีการรีบู้ทภาพยนตร์เรื่องนี้ และดาราที่แสดงคือดาราดังของฮอลลี่วู้ด วิธีการโปรโมทไปทุกทางแบบเดียวกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จริงๆ เช่น มีอยู่ใน IMDB เมื่อถึงซุปเปอร์โบลว์ก็เฉลยว่ามันไม่ใช่ภาพยนตร์แต่เป็นแคมเปญโปรโมทการท่องเที่ยว และสื่อต่างๆก็เปลี่ยนหัวจากชื่อภาพยนตร์เป็นชื่อแคมเปญไปเลยทั้งหมดพร้อมๆกัน
| CAMPAIGN : | Dundee: The Son of a Legend Returns Home / TOURISM AUSTRALIA |
| AWARDS : | Titanium GOLD (Social & Influencer > Multi-platform Social Campaign) GOLD (Social & Influencer > Content Marketing > Reach & Impact) GOLD (Social & Influencer > Sectors > Travel) |
17) ข้างนอกเป็นโค้กข้างในเป็นแฟนต้า แซว LGBT กันมากๆ โค้กเลยขอทำจริงเสียเลย
“This Coke is Fanta” เป็นคำเรียกที่เอาไว้แซวคนที่เป็น LGBT ในบราซิล นัยว่าข้างนอกเป็นน้ำดำแมนๆ ข้างในเป็นน้ำสีหวานๆ พอมันมีชื่อแบรนด์มาเกี่ยวข้องโดยปริยายมันก็น่าจะดี เพียงแต่ว่ามันเป็นคำ Negative ในวัน LGBT ประจำปีของบราซิลทางโค้กเลยขอพลิกมุมคิดเปลี่ยนให้มันเป็นเรื่อง Positive ซะเลย โดยเอาน้ำแฟนต้าไปใส่แพคเกจโค้กจริงๆ แล้วเขียนว่า “This Coke is Fanta, so what” พอออกมาก็ได้ใจคนกลุ่มนี้ไปเต็มๆ เพราะทำให้พวกเขากล้าที่จะยืนหยัดแนวคิดของตัวเอง ส่งผลให้คนแชร์ต่อกันกระจายในโซเชียลมีเดีย พร้อมที่จะสนับสนุนแบรนด์นี้ ได้ Earn Media ได้ Brand Love ไปเต็มๆ
| CAMPAIGN : | This Coke is a Fanta / COCA-COLA |
| AWARDS : | GOLD (Media > Sectors > Corporate Social Responsibility (CSR) / Corporate Image) GOLD (PR > Sectors > Food & Drink) GOLD (PR > Single Country Campaign) |
18) ปิดโรงงานผลิตเบียร์ เอามาผลิตน้ำดื่ม ช่วยแจกจ่ายน้ำดื่มคนที่ได้ผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ
แม้ในอเมริกาเองก็เริ่มที่จะได้เห็นผลกระทบจากภัยพิบัติจากธรรมชาติมากขึ้นทุกทีๆ โดยเฉพาะกับน้ำท่วม ผู้ได้รับผลกระทบจะเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานได้ยาก บ้านเราก็เคยประสบปัญหาแบบนี้มาแล้ว แบรนด์อย่าง Budweiser จริงๆนั้นทำเรื่อง CSR คอยช่วยเหลือส่งน้ำดื่มให้กับผู้ได้ผลกระทบแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว เรียกได้ว่าปิดทองหลังพระ แต่ทำดีใช่ว่าจะต้องอยู่เงียบๆ พอเกิดเหตุการณ์เฮอริเคน Harvey เฮอริเคน Irma หรือภัยพิบัติอื่นๆ ก็เลยทำทำกระป๋องแจกจ่ายน้ำดื่มจริงๆเพื่อ PR โปรแกรมนี้ออกไปเป็นกิจลักษณะให้เห็น แน่นอนว่าฝรั่งก็มีดราม่าค่อนขอดว่าการทำดีไม่เห็นจำเป็นต้องโชว์ แต่ brand love เขาแข็งแรงมาก brand guardian ออกมาปกป้องอย่างแข็งขัน ที่เกิดได้เพราะเขาทำแบบ consistency ปิดทองหลังพระมานาน เคสนี้ดูแล้วนึกถึงเคสคุณตันตอนน้ำท่วมที่มีเรื่องเล่าแบบนี้เหมือนกัน ก่อนน้ำจะท่วมโรงงานก็รีบผลิตน้ำดื่มแจกจนท่วมโรงงาน
| CAMPAIGN : | Turning Beer Into Water / ANHEUSER-BUSCH |
| AWARDS : | GOLD (PR > Sectors > Food & Drink) |
19) ขอโทษอย่างสุดใจ KFC ยอมรับความผิดพลาดด่าตัวเองด้วยการเปลี่ยนโลโก้ตัวเอง
ที่ KFC อังกฤษมีการเปลี่ยนกระบวนการหลังบ้านทำให้ไม่สามารถส่งไก่ไปตามร้านต่างๆได้ทัน ก็เลยต้องหยุดการขายไปกว่า 900 สาขา แน่นอนว่าลูกค้าหัวเสียอยู่แล้ว แทนที่จะแก้ตัวหงายการ์ดต่างๆแบบที่คนเขาชอบทำกัน ทาง KFC ใช้วิธีขอโทษแบบตรงไปตรงมาจะดีกว่า วิธีที่โค้งคำนับขออภัยที่ต่ำที่สุดก็คือ ยอมใช้แม้กระทั่งสิ่งที่ตัวเองหวงอย่างโลโก้มาเป็นคำขอโทษ โดยซื้อสื่อ print ขอโทษตรงไปตรงมา สลับคำว่า KFC เป็น FCK (รู้ๆกันอยู่หมายความว่าอะไร) ยอมรับขนาดนี้ จริงใจขนาดนี้ ค้อมต่ำได้ขนาดนี้ อุณหภูมิโกรธของลูกค้าก็ย่อมลดลงเป็นธรรมดา
| CAMPAIGN : | KFC ‘FCK’ / KFC |
| AWARDS : | GOLD (PR > Corporate Image, Communication & Reputation Management) GOLD (PR > Crisis Communications & Issue Management) GOLD (Print & Publishing > Sectors > Retail) |
20) เด็กต้องลุกมาต่อต้านกฏหมายซื้อปืนเอง บอกราคาชีวิตของเด็กแต่ละรัฐ ด้วยเงินบริจาคที่นักการเมืองรับเงินค่าล็อบบี้
ปัญหา School Shooting ยังมีมาไม่หยุดหย่อน เพราะคนอเมริกายังซื้อปืนได้อย่างง่ายดายเหมือนเดิม กฏหมายห้ามซื้อขายปืนยังไม่คลอดเพราะสมาคม National Rifle Association (NRA) ยังคงบริจาคเงินให้กับนักการเมือง ทำให้นักการเมืองยังไม่ยอมผ่านกฏหมายรัฐเรื่องนี้เสียที เมื่อความสูญเสียมากขึ้นทุกที และคนที่เป็นเหยื่อก็คือนักเรียน แทนที่จะรออย่างไร้ความหวัง คนวัยนี้จึงเคลื่อนไหวต่อต้านการล็อบบี้ในลักษณะนี้ และพุ่งเป้าไปเรื่องเดียวคือ ทำให้นักการเมืองละอายกับการรับเงินบริจาคจาก NRA โดยออกสัญลักษณ์การต่อต้านเพื่อเรียกร้องแบบง่ายดายที่สุด คือการบอกราคาชีวิตของเด็กผ่านป้ายราคา (Price Tag) แบบที่เราเห็นใน Supermarket วิธีการคือ เอาจำนวนเงินบริจาคที่ NRA บริจาคให้นักการเมืองในแต่ละรัฐ หารด้วยจำนวนนักเรียนที่เป็นเป้าตกเป็นเหยื่อในเรื่องนี้ ก็จะได้ราคาชีวิตของเด็กคนหนึ่ง พ่วงไปกับการเคลื่อนไหวต่อต้าน ในแต่ละรัฐราคา price tag ก็ไม่เหมือนกัน แถมระบุจำนวนยอดเงินกับชื่อนักการเมืองลงไปในป้ายด้วย ถ้าไม่ละอายให้มันรู้ไป
| CAMPAIGN : | Price on Our Lives / MARCH FOR OUR LIVES – PARKLAND STUDENTS |
| AWARDS : | GOLD (Direct > Excellence > Single Country Campaign) GOLD (Outdoor > Ambient > Small Scale Special Solutions) GOLD (PR > Public Affairs & Lobbying) |
21) จระเข้ยอมถอย LACOSTE ขอเปลี่ยนโลโก้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ออก Limited Edition ที่ขายหมดใน 24 ช.ม.
แบรนด์โลโก้จระเข้จากฝรั่งเศษแบรนด์นี้คนไทยน่าจะรู้จักกันดี ถ้าไม่นับสินค้าเถื่อนที่เอาโลโก้จระเข้สองตัวมาคร่อมกัน เราจะไม่เคยเห็นแบรนด์นี้เปลี่ยนแปลงใดๆมาหลายสิบปี แต่ที่งาน Paris Fashion week แบรนด์นี้ออกสินค้า Limited Edition ร่วมกับองค์กรที่ดูแลด้านสัตว์ป่า เปลี่ยนโลโก้รูปจระเข้ให้เป็นสัตว์สปีชี่ส์ที่หายากใกล้สูญพันธุ์ โดยสินค้าชุดนี้มี 10 แบบ 10 สปีชี่ส์ และจำนวนที่ผลิตออกมาก็เท่ากับจำนวนสัตว์ที่ประเมินว่ายังหลงเหลือในโลกใบนี้ เมื่อมีไม่กี่ตัวก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว และเงินทั้งหมดก็ไปเข้าการกุศล
| CAMPAIGN : | Save our species / LACOSTE |
| AWARDS : | GOLD (Design > Promotional Item Design) GOLD (Brand Experience & Activation > Launch / Re-launch) |
22) เฉลิมฉลองวัน International Women’s Day แมคโดนัลด์ขอกลับหัวโลโก้จาก M เป็น W
ที่แมคโดนัลด์ไม่ได้มองว่าผู้ชายหรือผู้หญิงมีโอกาสเติบโตในการงานมากไปกว่ากัน คือไม่สนเรื่อง Gender Discrimination ทำให้งานระดับผู้จัดการหรือเจ้าของมีสัดส่วนเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเสียอีก เมื่อต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าบริษัทนี้จริงจังแค่ไหน ในวัน International Women’s Day จึงขอกลับหัวโลโก้ ที่ทุกคนเข้าใจดีว่ามันเป็นตัวย่อของคำแสดงถึงผู้หญิง (เหมือนป้ายห้องน้ำ M กับ W) พร้อมกับออกฟิลม์เรื่องเล่าจริงๆของผู้หญิงที่ได้รับโอกาสจากบริษัทนี้
| CAMPAIGN : | The Flip / MCDONALD’S |
| AWARDS : | GOLD (PR > Corporate Social Responsibility) |
23) ทุ่มหมดหน้าตัก แบรนด์ทีวีพนัน ถ้าทีมชาติไม่เข้ารอบบอลโลก จะคืนเงินค่าทีวีทั้งหมด
แบรนด์ทีวีสัญชาติอาร์เจนติน่าขอพนันตัวเองกับบอลโลกรอบคัดเลือกของทีมชาติว่า ถ้าคนที่ซื้อทีวี 4K ในช่วงเวลาโปรโมชั่นแล้วถ้าทีมชาติอาร์เจนติน่าซึ่งตอนนั้นร่อแร่พอสมควรไม่เข้ารอบสุดท้ายบอลโลก จะ refund คืนเงินให้ทั้งหมด คนก็แห่ไปซื้อ แต่ก็รู้สึกแปลกๆ จะแช่งทีมชาติตัวเองเพื่อให้ได้ทีวีฟรี หรือเชียร์ทีมของตัวเองให้เข้ารอบ ยิ่งแมตช์เตะยิ่งน้อยลง ผลงานทีมก็ไม่กระเตื้องขึ้น สถานการณ์แขวนอยู่ในเส้นด้าย แต่ในแมตซ์สุดท้ายก็ชนะจนเข้ารอบจนได้ คนที่ดีใจที่สุดคงไม่ใช่เมซซี่ แต่เป็น CEO บริษัทนี้
| CAMPAIGN : | The All-In Promo / NEWSAN |
| AWARDS : | GOLD (Creative eCommerce > Customer Acquisition) |
24) เอาภาพจริงที่เด็กถูกลาวงละเมิดทางเพศวาดมาเป็น MV ชีวิตขาดสิ้นและรู้สึกสิ้นหวังตลอดไป
เรื่องละเมิดทางเพศในเด็กในสังคมเรายังมีให้เห็น ในฟิลิปปินส์มีสถิติว่ามีเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศถึง 1 ใน 5 และส่วนใหญ่มาจากคนใกล้ตัวที่เด็กไว้ใจ เด็กส่วนใหญ่ยังไร้เดียงสาไม่รู้อะไรเป็นอะไร บางทีเราจึงเห็นว่าบางทีเด็กที่ถูกล่วงละเมิดแสดงออกผ่านการวาดเขียนของเขา (ซึ่งเคสแบบนี้เราก็เคยเห็นข่าวแบบนี้ในเมืองไทยเหมือนกัน) ใครที่มาเห็นภาพวาดจะรู้สึกกระอักกระอ่วนทันที เพราะลายเส้นแบบเด็กๆแต่มีเนื้อหารุนแรงแบบนี้มันไม่ควรอยู่ด้วยกัน การ raise awareness จึงเอาภาพวาดจริงเหล่านี้มาทำเป็น animation ผ่านเพลง “Torn” ที่เอามาทำใหม่ เนื้อเพลงกับภาพพอผสมกันมันยิ่งชวนให้หดหู่เข้าไปอีก
| CAMPAIGN : | Disgusting Stories / BAHAY TULUYAN |
| AWARDS : | GOLD (Film > TV / Cinema > Not-for-profit / Charity) |
25) แค่แต่งเป็นตัวตลกก็มาขอ Whopper ฟรีในคืนวันฮัลโลวีน Burger King หยอก McDonald’s อีกแล้ว
งานบลัฟต้องมา นานๆทีต้องหยอกคู่แข่งแรงๆตามประสาแบรนด์ Burger King วันดีคือนดีเลยประกาศว่าในคืนวันฮัลโลวีนใครแต่งชุดตัวตลกมาก็จะได้กิน Whopper ที่ร้านฟรี ยังไงคนก็ชอบแต่งตัวในวันฮัลโลวีนอยู่แล้ว เมื่อกลายเป็นกระแส ทำไมจะไม่อยากลองแต่ง ยิ่งเดี๋ยวนี้ภาพ “ตัวตลก” เริ่มหลอนขึ้น เพราะภาพยนตร์สยองขวัญต่างๆเอาคาแรคเตอร์นี้ไปดัดแปลง ความซวยไปตกอยู่ที่ Ronald McDonald มาสค็อตของ McDonald’s ที่เป็นตัวตลกเหมือนกัน ที่ถึงแม้คนจะแต่งเป็นตัวตลกมากขึ้น แต่มันได้ภาพว่า คนของ McDonald’s กลับไปขอกินข้าวจากคู่แข่ง แถมภาพออกมาเป็นผู้ร้ายเต็มๆ
| CAMPAIGN : | Scary Clown Night / BURGER KING |
| AWARDS : | GOLD (Brand Experience & Activation Lions > Sectors > Retail) GOLD (Direct > Excellence > Acquisition & Retention) GOLD (Outdoor > Ambient > Interactive Experiences) |
26) ปรับเนื้อร้องเพลงรักให้ขยับเข้ากับสังคมสมัยใหม่ LGBTQ ในที่สุดก็มีเพลงแต่งงานกับเขาเหมือนกัน
ที่ผ่านมาเพลงแต่งงานยอดนิยมก็เอาเพลงรักมาเปิด ซึ่งเพลงรักทั้งหมดเป็นเพลงที่ถูกเขียนมาบนเรื่องของชาย-หญิง แต่ไม่ใช่เรื่องของสังคม LGBTQ สรรพนามเขา-เธอ อาจจะใช้ไม่ได้ 100% กับการแต่งงานของสังคม LGBTQ จึงมีการออกอัลบั้มเพลงขึ้นมาใหม่ เชิญศิลปินที่มีชื่อเสียงมาเปลี่ยนเนื้อร้องเพลงเดิมให้สอดคล้องกับสังคมแบบใหม่นี้
| CAMPAIGN : | Universal Love / MGM RESORTS INTERNATIONAL |
| AWARDS : | GOLD (Brand Experience & Activation > Sectors > Leisure) |
27) ปรับข้อเสียเป็นข้อดี งาน Experiment มิวสิกวีดีโอที่เอาการ dealy ของ Facebook Live มาทำเป็นเพลงเทคนิคใหม่
การใช้ Facebook Live มักมีข้อเสียคือมันจะมีช่วงเวลาที่ Delay วงดนตรีหัวใสจึงเอาจุดนี้มาทำเป็นเพลงโดยค่อยๆซ้อนเพลงต่อๆกันไปจากการ Delay ของการ Live …ทำยังไงอธิบายยากต้องดูเอง แต่บอกได้เลยว่ามหัศจรรย์มาก
| CAMPAIGN : | Live Looper / DOWNTOWN RECORDS |
| AWARDS : | GOLD (Brand Experience & Activation > Tech-led Brand Experience) GOLD (Digital Craft > Form > Video / Moving Image) |
28) จะข่าวอะไร เทรนด์อะไร บัลเลต์ก็ทำให้สวยงามได้ บัลเล่ต์ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อเสียหน่อย
ใครว่าบัลเล่ต์น่าเบื่อ เข้าถึงยาก แถมไม่ตามสมัย ซึ่งเอาจริงๆก็เป็นเช่นนั้น กว่าจะเตรียมตัวทำโชว์ใหม่สักหนึ่งโชว์ก็เตรียมงานกันเป็นเดือนๆ ถ้าจะเข้าถึงคนให้ง่ายขึ้น ก็ต้องเปลี่ยนความคิดตรงนี้ คณะบัลเล่ต์จึงหยิบเอาเทรนด์ที่น่าสนใจออนไลน์ แล้วปรับประยุกต์ถ่ายทอดออกมาด้วยบัลเล่ต์ ทำให้ได้ภาพบัลเล่ต์ในมุมที่สดใหม่และแตกต่าง
| CAMPAIGN : | Breaking Ballet / JOBURG BALLET |
| AWARDS : | GOLD (Entertainment > Talent: Digital & Social) |
29) สู้ไม่ได้ก็เข้าไปอยู่ด้วยกัน แบรนด์ DIESEL ก็อปตัวเองไปสร้างกระแสขายในย่านขายของเถื่อน
การต่อสู้ของแบรนด์แฟชั่นกับของก็อปเถื่อนยังคงมีต่อไป การแก้เผ็ดสร้างกระแสเห็นจะไม่พ้นแบรนด์ DIESEL ที่วันดีคืนดีไปตั้งร้านขายของเถื่อนในนิวยอร์ค แต่สลับตัวสะกดแบรนด์ DIESEL เป็น DEISEL แล้วบอกว่าเป็นของแท้พร้อมราคาที่ลดสุดๆ ก่อนจะไปเฉลยที่งานแฟชั่นวีค ทำให้คนสนใจวิ่งไปต่อคิวซื้อของที่แบรนด์ก็อปตัวเองชุดนี้แม้ราคาจะกลับมาแพงเท่าเดิมก็ตาม ก็มัน LIMITED EDITION นี่นา แปบเดียวร้านที่เปิดย่านนั้นก็ขายหมด ในเวบขายออนไลน์ก็ขายหมด จนมีของก็อปจากแบรนด์ที่ก็อปตัวเองอีกทีออกมาจำหน่าย …ไม่รู้ตอบโจทย์ไหม แต่ได้กระแสด้วยไอเดียแรงๆไปเต็มๆ
| CAMPAIGN : | DEISEL – GO WITH THE FAKE / DIESEL |
| AWARDS : | GOLD (Brand Experience & Activation > Brand-owned Experiences) GOLD (Direct > Sectors > Consumer Durables) |
30) ต่างคนต่างสดเหมือนกัน Supermarket ร่วมมือกับหนังสือพิมพ์ ทำสื่อที่ทำกันสดๆให้เห็นจะจะ
ซุปเปอร์มาร์เก็ตขายของสดที่เปลี่ยนสินค้าใหม่ทุกเช้า ก็ไม่ต่างกับหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวใหม่สดทุกเช้าเช่นกัน สื่อพรินต์ใกล้ถึงทางตัน แต่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ALDI ไม่คิดอย่างนั้น ที่สเปนการห่อของสดมักใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อ (เหมือนบ้านเรา เช่น ถุงกล้วยแขกสมัยก่อน) ทางซุปเปอร์มาร์เก็ตเลยร่วมมือกับหนังสือพิมพ์ทำ Ads กันสดๆก่อนจะเข้าแท่นพิมพ์เลย ปกติกว่าจะปิดเล่มก็แทบจะวินาทีสุดท้าย แต่ไม่วายเอาตัวอย่างฉบับที่จะออกวันรุ่งขึ้นมาห่อสินค้าสด แล้วถ่ายเพื่อทำโฆษณาข้างๆข่าวจริงกันไปเลย
| CAMPAIGN : | Fresh Prints / ALDI |
| AWARDS : | GOLD (Media > Channels > Use of Print / Outdoor) |
31) ซุปเปอร์มาร์เก็ตขอเคลียร์สินค้าที่ไม่ใช่ของประเทศตัวเองออก เสมือนประท้วงการเมืองว่าเราควรเปิดกว้างข้ามพรมแดนมากกว่านี้
โลกตอนหลังเริ่มลดความ Globalization แต่ละประเทศผู้นำเริ่มทำนโยบายเอาผลประโยชน์ของชาติตัวเองเป็นที่ตั้ง ซุปเปอร์มาร์เก็ตในเยอรมันขอแสดงให้เห็นว่า โลกเราใบนี้แท้จริงน่าอยู่ถ้าเราเปิดกว้างในเรื่องนี้ แท้จริงโลกเราไร้พรมแดนและนโยบายระดับประเทศควรจะสนับสนุนเรื่องนี้ ช่วงเลือกตั้งของประเทศเยอรมัน ซุปเปอร์มาร์เก็ตนี้จึงทดลองเอาสินค้าในชั้นวางออกทั้งหมด เหลือไว้แต่สินค้าที่ผลิตในประเทศตัวเองเท่านั้น เมื่อเปิดให้คนเข้าไปชอปปิ้งจึงรู้ว่าสินค้าแทบไม่มีเหลือเลยในซุปเปอร์มาร์เก็ต พื้นที่ว่างๆเหล่านั้นก็มีข้อมูลให้เห็นว่า จริงๆเราควรเปิดกว้างเรื่องนี้เนอะ อย่าเห็นแก่ตัวกันเลย
| CAMPAIGN : | The most German supermarket / EDEKA |
| AWARDS : | GOLD (PR > Use of Events & Stunts) |
32) พิสูจน์พลังของคนรักแบรนด์ APPLE ต่อให้คู่แข่งทำตามก็ไม่หวั่น ต่อยอด Shot on iPhone บน Instagram
ต่อยอดจากแคมเปญ “Shot on iPhone: World Gallery” ที่ดังสนั่นเมือง (แค่ถ่าย ก็จะไปขึ้นบิลบอร์ดทั่วโลก) มาคราวนี้ต่อยอดจากของเดิม เพราะรู้ว่าสาวก APPLE ก็ต้องการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ที่ตัวเองรักเหมือนกัน เลยทำ INSTAGRAM ของแบรนด์ให้เป็นพื้นที่ชวนคนมาถ่ายแล้ว #ShotoniPhone โดยแต่ละช่วงเวลาก็มีธีมให้ไปแข่งกัน ถ้าถูกเลือกความรู้สึกเราก็เหมือนภาพถ่ายเราได้ถูกเลือกลง National Geographic ดีๆนี่เอง ถึงแม้คู่แข่งจะ Copy ตามมาตลอด แต่ก็ไม่สำเร็จเท่า เพราะพลังของความ Loyalty ต่อแบรนด์นั้นยังทิ้งห่างกัน
| CAMPAIGN : | Welcome to @Apple / APPLE |
| AWARDS : | GOLD (Social & Influencer > Co-creation & User Generated Content) |
33) ตั้งบิลบอร์ดกลางทางหลวงเวิ้งว้างให้กลายเป็น Audio Guide แนะนำพิพิธภัณฑ์ โดยการแจมคลื่นวิทยุ
พิพิธภัณฑ์ Louvre จากฝรั่งเศสมาเปิดในอาหรับที่เมืองอาบูดาบี ประเทศ UAE ในปี 2017 แต่เมืองหลวงที่คนอยู่เยอะๆของประเทศนี้อยู่ที่เมืองดูไบ ห่างจากอาบูดาบีประมาณ 150 กิโลเมตร ตลอดทางหลวงก็คือทะเลทรายอันน่าเบื่อ การที่จะกระตุ้นคนท้องถิ่นให้หันมาสนใจมาชมพิพิธภัณฑ์นี้เลยขอเอาทะเลทรายน่าเบื่อให้กลายเป็นที่ engage กับคน โดยติดตั้งบิลบอร์ดเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ตลอดทาง และร่วมกับคลื่นวิทยุดังๆในประเทศ เมื่อขับรถผ่านในบริเวณใกล้ๆบิลบอร์ดและเปิดช่องนี้อยุ่ สัญญาณวิทยุจะถูกส่งมาจากป้าย แจมเข้ากับคลื่นวิทยุนั้นและแนะนำของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ Louvre ไม่ต่างกับการที่เราใช้ Audio Guide ในการเดินเยี่ยมชมเลย
| CAMPAIGN : | Highway Gallery / LOUVRE ABU DHABI |
| AWARDS : | GOLD (Outdoor > Innovation > Standard Sites) |
งานที่ไม่ได้ GOLD แต่เห็นว่าน่าสนใจมีดังต่อไปนี้ครับ
34) ขายรถมือสองแต่มี Ads เป็นของตัวเอง ไม่ต้องทำอะไร แค่ลง classified เท่านั้น
จะดีแค่ไหนที่ลงขายรถมือสองแล้วได้มีโฆษณาไว้แชร์ต่อเพื่อกระตุ้นการขายรถจริงๆ แค่ลงขายรถ classified ไว้ก็จะเอาภาพ footage รถที่ลงไว้ไปอยู่ใน Ads ที่ดูแพงทันที เมื่อลงรถไว้ขายแล้ว ก็จะได้ email ให้เลือกว่าจะเอาโฆษณาสไตล์แบบไหน Tough, City, Adventure, Family หรือ Luxury สคริปที่เตรียมไว้ก็ไม่เหมือนกัน เคลมว่าสามารถสร้างโฆษณาที่แตกต่างกันได้ 1.2 trillian แบบ แถมบางอันจะถูกเลือกไปออก TVC จริงๆ
| CAMPAIGN : | carsales AutoAds / CARSALES.COM.AU |
| AWARDS : | SILVER (Direct > Sectors > Automotive) |
ดูเคสได้ที่ https://www.cheproximity.com.au/work/autoads
35) แม่ก็คืออาชีพ แต่ไม่เคยอยู่ใน Resume แค่เพิ่มช่วงเวลาที่หายไปใน Linkedin ทำให้แม่มีโอกาสกลับมาทำงานได้ง่ายขึ้น
สังคมอเมริกันยังไม่มีระบบการจ่ายเงินระหว่างลาคลอดที่ดี ทำให้แม่ส่วนหนึ่งตัดสินใจออกจากงานเพื่อคลอดและเลี้ยงดูลูกเลย แต่เวลาลูกเริ่มโตแล้วการจะไปสมัครใหม่ก็ยาก เพราะนายจ้างเขาพิจารณารับลูกจ้างโดยดูว่าในระบุใน Resume มีอะไรผิดปรกติหรือเปล่า อย่างช่วงเวลาที่ไม่ได้ทำงานเลย การอธิบายด้วยปากเปล่าดูเชื่อถือได้ยาก ทาง Linkedin เลยทำให้ดูจับต้องได้ง่ายขึ้น โดยเพิ่มช่องให้ใส่ว่าหยุดงานเพราะลาคลอด กลายเป็นเหมือนประวัติการทำงานทั่วไป
| CAMPAIGN : | The Pregnancy Pause / THE PREGNANCY PAUSE |
| AWARDS : | SILVER (Direct > Excellence > Use of Social Platforms) |
36) เนียนเพราะหน้าคล้ายกัน Influencer สุนัขขอเปิดพื้นที่ให้สุนัขไร้เจ้าของได้โปรโมทตัวเอง โดยไม่มีใครรุ้ว่าสลับตัวกันอยู่
สุนัขสายพันธุ์เดียวกัน บางทีหน้าตาก็คล้ายๆกัน แคมเปญนี้ดีลกับแอคเคาท์ Celeb สุนัขที่มีโซเชียลมีเดียเป็นของตัวเอง วันดีคืนดีก็จับสุนัขไร้เจ้าของจาก Dog Shelter ที่หน้าตาคล้ายๆกันมาแต่งตัวให้ดูเหมือนเจ้าของตัวจริง แล้วก็โพสต์คอนเทนต์เหมือนทุกๆวัน คนที่มากด Like ก็ไม่รู้เลยว่าเป็นตัวปลอม พอตอนเฉลยก็เปิดเผยว่าสุนัขเหล่านี้ก็ไม่ต่างกัน มารับไปเลี้ยงกันเถอะ
| CAMPAIGN : | Dogs for dogs / PEDIGREE |
| AWARDS : | SILVER ( Mobile > Social > Influencer / Talent) |
37) พิสูจน์กันให้เห็นถ้าไม่หยุดโลกร้อน จำลองรสชาติไวน์ในอีก 30 ปีข้างหน้าให้คนใหญ่คนโตได้ลองชิม
เรื่องโลกร้อนเป็นเรื่องไกลตัว จับต้องยาก ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้มันจับต้องได้ และคนที่สามารถขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ก็คือผู้มีอำนาจที่นิยมชมชอบการดื่มไวน์ ดังนั้นจึงจำลองไวน์ของแหล่งขึ้นชื่อ Bordeuax ที่ฝรั่งเศส ว่ารสชาติไวน์จะเปลี่ยนไปอย่างไรถ้าของที่คุณชื่นชอบเปลี่ยนไปเพราะโลกร้อน เบื้องหลังคือไปนำองุ่นจากแหล่งอื่นๆของโลกที่ประสบปัญหา Climate Change อย่างรุนแรง และนำมาผสมกันเป็นไวน์ที่รสชาติไม่ได้เรื่อง
| CAMPAIGN : | Bordeaux 2050 / AJE |
| AWARDS : | SILVER (Brand Experience & Activation > Live B2B Brand Experience or Activation ) |
38) งาน Low Cost แต่ปัง KFC อยากโปรโมท 11 สูตรลับ แค่ตามวง Spice Girls และคนที่มีชื่อว่า Herb ใน Twitter
คงเป็นงาน Low Cost ประหลาดงานหนึ่งที่ไวรอลกันกระจาย เมื่อ KFC อยากโปรโมทเรื่องสูตรลับที่เรารู้กันในคำว่า 11 Herbs & Spices แทนที่จะโปรโมททั่วไปก็ทำให้มันเป็นเรื่องลับจริงๆ วันดีคืนดี KFC ก็ลบคนที่ Following ใน Twitter ทั้งหมด แล้วตามคนแค่ 11 คน ซึ่งก็คือสมาชิกวง Spice Girls ทั้งหมด 5 คน และชายอีก 6 คนที่มีคำว่า Herb อยู่ในชื่อ จากนั้นก็รอ รอให้เป็นเรื่องลับไปเรื่อยๆกว่า 2 เดือน จนมีคนสังเกตเห็น จากนั้นเมื่อมันแปลกและตลกดีคนก็ค่อยๆแชร์ต่อไปเรื่อยจนมันดังกลายเป็นข่าว ทาง KFC ก็เลยให้รางวัลชายคนนั้นเป็นภาพวาดคู่กับลุงเคนตั๊กกี้ มันก็กลายเป็นข่าวอีกรอบ…เรียกได้ว่าเป็นไอเดียที่ Simple ไม่ร้อง Wow แต่มัน Weird และเข้าใจจริตคนออนไลน์สุดๆ
| CAMPAIGN : | KFC | 11 Herbs & Spices / KFC |
| AWARDS : | SILVER (PR > Low Budget / High Impact Campaign) SILVER (PR > Sectors > Retail) |
39) ขนาดตำรวจยังทำคลิปชวน Influencer มาช่วยโปรโมท งาน recruit ตำรวจใหม่ แต่หลากหลายไม่ใช่แค่ตำรวจชายผิวขาว
เป็นงานที่อยากกล่าวถึง แม้จะเป็นงานของราชการแต่เข้าใจและเข้าถึงโลกอินเตอร์เน็ตก็ปังได้ กรมตำรวจที่นิวซีแลนด์อยากโปรโมทให้คนมาสมัครตำรวจมากขึ้น เพียงแต่ว่าอยากได้คนที่หลากหลายที่สะท้อนถึงภาพรวมด้านเชื้อชาติ เพศ ศาสนา ฯ ของคนในนิวซีแลนด์ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คนผิวขาวและเป็นผู้ชาย จึงทำคลิปวีดีโอขึ้นมาชุดหนึ่งโปรโมทเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าใช้ตำรวจจริงๆและเชิญ Online Influencer มาอยู่ในคลิปนี้ ซึ่ง Influencer เหล่านี้ก็เน้นความหลากหลายแบบที่ต้องการ จากนั้นให้ตำรวจในกรมแชร์คลิปนี้ต่อๆไป …มันก็ได้กระแสจริงๆ
| CAMPAIGN : | World’s Most Successful Recruitment Video / NEW ZEALAND POLICE |
| AWARDS : | SILVER (Social & Influencer Lions > Single Country Campaign) |
40) แก้เผ็ดคนปล่อยอีเมลล์หลอกเอาเงิน แค่ปล่อย Chat Bot หลอกคุยให้เสียเวลาทำมาหากินให้มากที่สุด
อีเมลล์สแกมยังเป็นปัญหาที่ระบาดอยู่เสมอ ก็ยังมีคนโดนหลอกเสียเงินเสียทองอันเนื่องมาจากอีเมลล์ที่ถูกส่งมาจากเหล่า Scammer หวังหลอกเอาเงิน วิธีแก้คงไม่ใช่ก็การตั้งค่าให้เป็นสแปม แต่ควรแก้ที่ต้นเหตุคือคนที่ส่งออกมา แทนที่จะนิ่งเฉยก็ทำให้คนเหล่านี้เสียเวลาทำมาหากิน เพียงฟอร์เวิร์ดเมลเหล่านี้มาที่ me@rescam.org ทางเราจะจัดการไปคุยกับคนเหล่านี้ให้เสียเวลาให้ แต่คนที่คุยด้วยไม่ใช่คนจริงๆแต่เป็น Chat Bot ที่หลอกล่อให้เหล่า Scammer คุยให้เสียเวลามากที่สุด จะได้ไม่มีเวลาไปหลอกคนอื่นต่อ
| CAMPAIGN : | Re:scam / NETSAFE |
| AWARDS : | SILVER (PR > Co-creation & User Generated Content) |
41) เปรียบเทียบการเดินทางสองสนามบินด้วยป้ายบนแทกซี่ ใช้ data แสดงให้เห็นแบบ real-time สนามบินใกล้กว่าย่อมดีกว่า
ที่นิวยอร์คมีหลายสนามบินแบบกรุงเทพฯบ้านเรา สายการบิน United Airlines เพิ่งย้ายที่ทำการจากสนามบิน JFK ไปอยู่ที่ EWR แต่ก็อยากโปรดมทให้คนรู้ว่าการย้ายสนามบินครั้งนี้มีข้อดี คือมันใกล้กว่าสนามบินเดิม เลยใช้ Touchpoint ที่คนส่วนใหญ่ใช้บริการไปสนามบินก็คือ Taxi โดยติดป้ายเปรียบเทียบบอกเวลาไปสนามบินทั้งสองแห่งจากจุดที่ Taxi นั้นอยู่ ผ่านการคำนวน GPS และความหนาแน่นของการจราจร
| CAMPAIGN : | United Airlines EWR Real Time Data Taxi Top Campaign / UNITED AIRLINES |
| AWARDS : | SILVER (Creative Data > Use of Real-time Data) |
42) ยิงโฆษณา Pre-roll ก่อนเริ่มวีดีโอ เตือนว่าจะต้องจ่ายค่าเน็ตในการดูคลิปนั้นแพงแค่ไหน ถ้าแพงไปเปลี่ยนค่ายเถอะ
เป็นงาน Pre-roll Ads ก่อนเริ่มเล่นวีดีโอใน Youtube ที่น่าสนใจมาก ค่ายมือถือทุกที่ย่อมแข่งกันแย่งลูกค้า และตอนนี้คนกังวลกันมากเรื่องค่าเน็ตแพง ค่ายมือถือค่ายหนึ่งเลยจับมือกับ Youtube ขอรู้ข้อมูลขนาดไฟล์ในวีดีโอที่คนกำลังจะเข้าไปชมกับทาง Youtube แล้วนำไปเปรียบเทียบกับอัตราค่าเน็ตของมือถือคู่แข่ง จากนั้นก่อนเริ่มแต่ละวีดีโอ ระบบจะรู้ขนาดไฟล์ที่จะต้องโหลดมาดู ค่ายมือถือค่ายไหน และทาร์เก็ตคนที่ใช้ Smart Phone ที่ใช้เน็ตมือถือ (ไม่ใช่ Wi-fi) จากนั้นยิงโฆษณาที่ relevant ในหมวดวีดีโอนั้นพร้อมบอกราคาตัวเลขค่าเน็ตที่ใช้ลงไป กว่า 2,000 วีดีโอที่ถูกติตตั้งระบบนี้ไว้ ทำกันถึงขนาดนี้เลยทีเดียว
| CAMPAIGN : | Data into Dollars / XFINITY |
| AWARDS : | SILVER (Creative Data > Data-driven Targeting) SILVER (Media > Data-driven Targeting) |
43) บอกรักมันยาก งั้นพิมพ์อะไรมาจะช่วยตัดต่อซีนหนังให้เป็นคลิปบอกรักเฉพาะตัว
เป็นแคมเปญเชิง Engagement ช่องรายการหนังที่อยากบอกว่าฉันมีหนังให้ดูเยอะมาก ในช่วงวาเลนไทน์เลยเปิดให้คนบอกรักกัน โดยพิมพ์ข้อความบอกรักอะไรก็ได้ จากนั้นระบบ AI จะไปหา Dialog ในหนังโรแมนติกต่างๆกว่า 850 เรื่อง แล้วตัดต่อออกมาเป็นคำบอกรักเพื่อแชร์ต่อให้คนที่อยากบอก
| CAMPAIGN : | Say it with sky / SKY |
| AWARDS : | SILVER (Media > Use of Branded Content created for Digital or Social) |
สรุปหมวดของ CANNES LIONS 2018
COMMUNICATION – The big creative idea – where campaigns are brought to life through brilliant partnerships, people and storytelling.
- Design Lions
- Film Lions
- Mobile Lions
- Outdoor Lions
- Print & Publishing Lions
- Radio & Audio Lions
- Titanium Lions
CRAFT - Focusing on the artistry, skill, talent and flair required to deliver beautifully executed ideas with the power to cut through and bring the creative idea to life.
- Digital Craft Lions
- Film Craft Lions
- Industry Craft Lions
ENTERTAINMENT - Celebrating creativity that goes beyond branded communications to create authentic entertainment that engages consumers and impacts culture.
- Entertainment Lions
- Entertainment Lions for Music
EXPERIENCE - Focusing on the powerful brand currency of intelligent customers journeys and immersive experiences – captivating audiences at every touch point.
- Brand Experience & Activation Lions
- Creative eCommerce Lions
GOOD - Going beyond brand purpose to use creative communications to shift culture, create change and positively impact the world.
- Glass: The Lion for Change
- Sustainable Development Goals Lions
HEALTH - Celebrating creativity in branded communications in this highly innovative but fiercely regulated sector with the unique power to truly change lives.
- Health & Wellness Lions
- Pharma Lions
IMPACT - Celebrating commercial creative effectiveness and the techniques used to measure and impact branded communications.
- Creative Effectiveness Lions
INNOVATION - Showcasing the conception and application of product development, business transformation and the new data-driven, tech-enabled creativity re-shaping the conversation between brand and consumer.
- Innovation Lions
- Product Design Lions
REACH - The insight, strategy and planning enabling brands to effectively engage consumers, at scale, and be heard amid the ongoing battle for attention.
- Creative Data Lions
- Direct Lions
- Media Lions
- PR Lions
- Social & Influencer Lions
